หลากวิธีจัดการกับรถเมื่อเกิดเหตุการณ์คาดไม่ถึง

ใกล้เข้าสู่ช่วงปีใหม่กันแล้ว การเดินทางเพื่อกลับบ้านหรือท่องเที่ยวก็ย่อมมีมาก และที่ตามมาอยู่เสมอก็คือการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน จนทำให้เกิดความเสียหายทั้งรถและคนอยู่เสมอ ซึ่งส่วนใหญ่ที่พบก็จะเป็นเมาหรือง่วงแล้วขับ และขับรถโดยประมาท แต่เราก็ต้องยอมรับว่าบางเหตุการณ์ก็มาจากสิ่งที่คาดไม่ถึงจากรถยนต์ของเรา วันนี้เราจะมาดูกันว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์คาดไม่ถึงเหล่านี้แล้ว เราควรต้องทำอย่างไรบ้างเพื่อให้เราและคนอื่นๆปลอดภัยครับ

Flat Tyre

1. ยางแตก

แน่นอนว่าก่อนออกเดินทางไกลทุกครั้ง การตรวจสอบยางเป็นเรื่องสำคัญ ต้องคอยดูว่ายางอยู่ในสภาพที่ยังใช้งานได้หรือเปล่า มีรอยแตก ปูด บวม หรือไม่ ถ้ามีก็ควรเปลี่ยนก่อนเดินทาง และควรเติมลมยางให้มากกว่าปกติประมาณ 3-5 psi เพื่อลดการขยายตัวของยางด้วย แต่เมื่อขณะที่เราใช้ความเร็วแล้วยางดันแตกขึ้นมาพอดี สิ่งแรกที่ควรนึกอยู่เสมอก็คือ "ห้าม" เหยียบเบรกแรงเพื่อหยุดรถหรือดึงเบรกมือโดยเด็ดขาด เพราะการเหยียบเบรกเพื่อหยุดรถโดยทันที จะทำให้รถเกิดอาการไถลออกข้าง ยิ่งถ้าเกิดยางที่แตกเป็นยางหน้า อาจทำให้รถหมุนหรือพลิกคว่ำได้เลย จากนั้นให้พยายามประคองพวงมาลัยให้รถวิ่งตรงก่อน แล้วค่อยแตะเบรกทีละน้อยเพื่อค่อยๆชะลอความเร็ว แล้วประคองเข้าข้างทางจนรถหยุดสนิท จากนั้นก็ค่อยดำเนินการเปลี่ยนยางต่อไป

Brake

2. เบรกแตก

อาการเบรกแตกหรือเบรกหาย มีได้จากหลายสาเหตุ ทั้งตัวท่อเบรกรั่วหรือปั๊มเบรกเสีย ถ้าเมื่อไหร่เราขับอยู่แล้วกดแป้นเบรกแล้วมันไม่ทำงาน สิ่งแรกที่ต้องทำคือถอนเท้าออกจากคันเร่งแล้วคุมพวงมาลัยให้ดี จากนั้นให้ประคองรถให้อยู่ไกลกับคันอื่น สำหรับรถที่เป็นเกียร์ธรรมดา ให้ค่อยๆเปลี่ยนเกียร์ลงมาเรื่อยๆจาก 5-4-3-2-1 จนรถหยุดได้สนิทที่ข้างทาง หรือถ้าเป็นเกียร์อัตโนมัติที่มีระบบเปลี่ยนเกียร์แบบ Sport ก็ให้ค่อยๆทอนเกียร์ลงมาเช่นกัน แต่ถ้าเป็นเกียร์ออโต้ที่ไม่มีการเปลี่ยนแบบ Sport ให้ค่อยถอนลงมาเป็น 3 แล้วใช้เบรกมือช่วย โดยค่อยๆดึงช้าๆถ้ารู้สึกรถลดความเร็วเณ้วเกินไป ให้ถอนเบรกมือออก แล้วค่อยดึงใหม่ จนกว่าจะพารถเข้าจอดสนิทที่ข้างทางได้

Fast Car

3. คันเร่งค้าง

อาการคันเร่งค้างอาจจะเกิดได้จากหลายสาเหตุเช่นกัน ทั้งลิ้นปีกผีเสื้อติด หรือคันเร่งทำงานผิดปกติ แต่เมื่อเกิดอาการคันเร่งค้างเมื่อไหร่ สิ่งแรกที่ห้ามทำเด็ดขาดคือ "ดับเครื่อง" เพราะการดับเครื่องจะทำให้หม้อลมเบรกหยุดทำงานไปด้วย จะทำให้การหยุดรถทำได้ยากขึ้น แต่สิ่งแรกที่ต้องทำคือการหยุดส่งกำลังไปที่ล้อด้วยการเปลี่ยนเข้าเกียร์ว่างทันที เมื่อเปลี่ยนเข้าเกียร์ว่างได้แล้ว รถก็จะลดความเร็วลงเอง จากนั้นก็ค่อยๆเบรกแล้วประคองเข้าข้างทาง และ "ห้าม" ให้รถต่อในทันที จนกว่าจะหาสาเหตุเสียได้ ดังนั้นให้เรียกรถยกเพื่อเข้าอู่ทันทีครับ

สิ่งที่สำคัญที่สุดของการพบเหตุการณ์แบบนี้คือ "สติ" ครับ เพราะถ้าเรามัวแต่ตกใจกับสิ่งที่พบ มันจะยิ่งทำให้เหตุเหล่านั้นเกิดเรื่องรุนแรงได้มากขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นการขับรถทุกครั้งควรจะต้องมีสมาธิกับเส้นทางและรถของเราอยู่เสมอ สุดท้ายนี้ก็ขอให้ทุกท่านเดินทางด้วยความปลอดภัย จากใจทีมงาน Autodeft ทุกคนครับ

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com 

5 เรื่องน่าสนใจ