มาทำความรู้จักมาตรฐานการทดสอบรถยนต์ ISO 3888 กันดีกว่า

สนับสนุนเนื้อหา

เป็นประเด็นถกเถียงกันในวงกว้าง เกี่ยวกับการทดสอบ Moose Test ของ Teknikens Varld สื่อทางด้านรถยนต์ของสวีเดน และการทดสอบของ ISO 3888 ว่ามีความแตกต่างกันขนาดไหน หลังจากเราเห็นวิธีการทดสอบของ Moose Test ไปแล้ว วันนี้เรามารู้จักการทดสอบแบบ ISO 3888 กันอีกครั้งครับ

ISO

International Standards Organization หรือ องค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน เป็นองค์กรกลางที่จะคอยตรวจสอบมาตรฐานต่างๆให้เป็นไปในระดับสากล โดยสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ โดยจะมีมาตรฐานกำกับไว้ในแต่ละอุตสาหกรรมเป็นเลขต่างๆเช่น ISO 9000, ISO 14001 เป็นต้น แต่วันนี้จะขอเจาะเฉพาะ ISO 3888 ที่กำลังจะเป็นประเด็นอยู่ครับ

ในส่วน ISO 3888 จะใช้ชื่อว่า Passenger cars — Test track for a severe lane-change manoeuvre Part 1: Double lane-change หรือแปลเป็นไทยง่ายๆว่า “ขั้นตอนการทดสอบการรองรับเปลี่ยนเลน : เปลี่ยนเลน 2 ครั้ง” เป็นการทดสอบสมรรถภาพของรถยนต์โดยสารว่ามีความปลอดภัยในการเปลี่ยนเลนกะทันหันขนาดไหน โดยการทดสอบ จะมีการจัดเส้นทางให้เป็นไปตามภาพนี้ครับ

ISO 3888

สนามที่ใช้ในการทดสอบ จะมีความยาวประมาณ 125 เมตร และมีคำอธิบายตามเลขดังนี้ครับ

 หมายเลข 1 = ทิศทางที่รถวิ่ง

 หมายเลข 2 = Lane Offset

หมายเลข 3 = ความกว้าง

หมายเลข 4 = ช่วงที่ 1 มีความยาว 15 เมตร ความกว้าง = (1.1 X ความกว้างของรถ) + 0.25 เมตร

หมายเลข 5 = ช่วงที่ 2 มีความยาว 30 เมตร

หมายเลข 6 = ช่วงที่ 3 มีความยาว 25 เมตร ความกว้าง = (1.2 X ความกว้างของรถ) + 0.25 เมตร และชดเชยเลนเพิ่มอีก 3.5 เมตร

หมายเลข 7 = ช่วงที่ 4 มีความยาว 25 เมตร

หมายเลข 8 = ช่วงที่ 5 มีความยาว 15 เมตร ความกว้าง = (1.3 X ความกว้างของรถ) + 0.25 เมตร

หมายเลข 9 = ช่วงที่ 6 มีความยาว 15 เมตร ความกว้าง = (1.3 X ความกว้างของรถ) + 0.25 เมตร

เพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้น จะขอตั้งตัวอย่างตามนี้ครับ

สมมุติรถยนต์รุ่น A มีความกว้างของตัวรถ 2 เมตร ดังนั้น

ช่วงที่ 1 ถนนจะมีความกว้างเท่ากับ (1.1 X 2) + 0.25 = 2.45 เมตร

ช่วงที่ 3 ถนนจะมีความกว้างเท่ากับ (1.2 X 2) + 0.25 = 2.65 เมตร

ช่วงที่ 2 และ 4 ถนนจะมีความกว้างเท่ากับ (ช่วงที่ 3 + Lane Offset) คือ (2.65+3.5) = 6.15 เมตร

ช่วงที่ 5 และ 6  ถนนจะมีความกว้างเท่ากับ (1.3 X 2) + 0.25 = 2.85 เมตร

หลังจากนั้นจะมีการตั้งกรวยขนาดสูงอย่างน้อย 500 มม. ขนาด 285 x 285 มม. ตั้งตามจุดต่างๆ 2 ข้างทางจำนวนรวม 22 จุดตามภาพนี้ครับ

ISO 3888

โดยการทดสอบนั้น จะใช้ผู้เชี่ยวชาญในการขับรถที่ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการของ ISO เท่านั้น (ตามเอกสารของ ISO จะเป็นคนขับ แต่เท่าที่ทราบข่าว ปัจจุบันเริ่มใช้งาน Robot ในการทดสอบแล้ว) การทดสอบครั้งที่ 1  เมื่อเริ่มออกสตาร์ทก่อนเข้าโค้งทดสอบ ต้องทำความเร็วให้ได้ 80 กม./ชม. (± 3) ถ้ารถสามารถผ่านได้โดยที่ไม่มีกรวยเคลื่อนที่เลย ก็จะผ่านการทดสอบ โดยทาง ISO ระบุไว้ว่า ระหว่างการทดสอบจะต้องบันทึกการใช้เกียร์และความเร็วไว้ทุกระยะของทางทดสอบด้วย รวมทั้งต้องมีการบันทึกการหมุนพวงมาลัยว่าเร็วขนาดไหน, มากขนาดไหน และหมุนจุดไหน รวมทั้งวิธีการควบคุมรถของทั้งผู้ขับขี่และจากเทคโนโลยีความปลอดภัยในรถยนต์ด้วย

ส่วนการทดสอบครั้งที่ 2  จะเป็นการทดสอบในความเร็วสูงสุดที่ตัวรถจะรับการทดสอบได้ โดยจะมีการใช้คันเร่ง 2 แบบคือ

  • ใช้คันเร่งแบบนิ่งๆตลอดระยะทางการทดสอบ
  • ใช้คันเร่งแบบไหนก็ได้ตามการตัดสินใจของผู้ขับขี่

ข้อมูลทั้งหมดนี้จะถูกบันทึกและคำนวณออกมาเป็นคะแนน แล้วดูว่าผลการทดสอบจะผ่านจนได้รับมาตรฐาน ISO 3888 หรือไม่ ถ้าผ่านก็ถือว่ารถยนต์คันนั้นได้มาตรฐานของสากล สามารถนำไปอ้างอิงได้ทันทีครับ

แน่นอนว่าปัจจัยหลายอย่างที่อาจจะทำให้ผลการทดสอบในแต่ละครั้งออกมาไม่ตรงกัน ไม่ว่าจะเป็นตัวผู้ขับขี่เอง, อุปกรณ์ต่างๆในตัวรถ หรือแม้กระทั่งสภาพอากาศที่อาจทำให้รถยนต์คันเดียวกันทดสอบ 2 ครั้งอาจได้ผลที่ต่างกันได้ ดังนั้นการทดสอบที่ดีที่สุดคือการที่เราได้ลองขับเองในสภาวะที่ใช้งานอยู่เป็นประจำ และที่สำคัญคือการขับขี่รถตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เท่านี้เราก็จะใช้รถยนต์ของเราได้อย่างปลอดภัยแล้วล่ะครับ

ข้อมูลอ้างอิง https://www.iso.org/obp/ui/#iso:std:iso:3888:-1:ed-1:v1:en

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com 

5 เรื่องน่าสนใจ