2018 Nissan Leaf มิติใหม่ยานยนต์ไฟฟ้าจากค่ายเพื่อนที่แสนดี

7 ปีของการทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกในนาม Nissan Leaf สร้างสถิติยอดขายทั่วโลกมากกว่า 280,000 คัน และยังไม่หยุดนิ่งที่จะเดินหน้าสร้างยอดขายกันต่อไป

Nissan Leaf
Nissan Leaf

ล่าสุด Nissan Motor เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าเจเนอเรชั่นใหม่ครั้งแรกของโลกที่ญี่ปุ่น นาม Nissan Leaf ร่างรถทรง Hatchback 5 ประตู ที่ได้รับอิทธิพลการออกแบบจากรุ่น IDS Concept ที่โชว์ตัวไปเมื่อ 2 ปีก่อน ผสมผสานความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวตั้งแต่กระจังหน้ารูปตัววี V-Motion แบบ สีฟ้าใส ลงตัวด้วยไฟหน้า Projector คู่ทรงบูมเมอแรงแต่เรียวขึ้น ไฟท้าย เอกลักษณ์เด่นที่ใช้ในรถ Nissan ทุกรุ่น และอาจคล้ายกับ Nissan Micra (March) เจนใหม่ และล้ออัลลอยน้ำหนักเบาเลือกได้ทั้งขนาด 16 นิ้ว พร้อมยาง 205/55R16 หรือขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง 215/50R17 มิติตัวรถคล่องตัวขึ้นกว่าเดิมตั้งแต่ความยาว 4,480 มม. ความกว้าง 1,790 มม. ความสูง 1,540 มม. ฐานล้อ 2,700 มม. ความสูงจากใต้ท้องรถ 150 มม. น้ำหนักรถประมาณ 1,765-1,795 กก.

Nissan Leaf

Nissan Leaf

ภายในทันสมัยไม่แพ้รถยนต์ทั่วๆไป ไม่ว่าจะเป็น มาตรวัดวามเร็วรถแบบสี TFT ขนาด 7 นิ้ว เพื่อส่งเสริมให้ฟีเจอร์หลัก ๆ เช่น เทคโนโลยี Safety Shield มาตรวัดพลังงาน ฟังก์ชั่นเสียง พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น 3 ก้านทรงท้ายตัดยกชุดมาจาก Nissan Note บันเทิงได้ทุกเส้นทางด้วยระบบเครื่องเสียงจอสัมผัส รองรับทุกรูปแบบทั้ง Apple CarPlay กับระบบนำทางสมบูรณ์แบบ สบายด้วยเบาะนั่ง 5 ที่นั่ง โดยด้านท้ายมีพื้นที่สัมภาระมากถึง 435 ลิตร เอาใจคนชอบขนของโดยเฉพาะ

Nissan Leaf

แน่นอนอยู่แล้วว่าการเป็น รถยนต์ ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ย่อมมีสิ่งๆใหม่บรรจุเข้ามาและด้วยการพัฒนาภายใต้แนวคิดการขับเคลื่อนอัจฉริยะ Nissan Intelligent Mobility เพื่อให้มีอัตราการปล่อยมลพิษเป็นศูนย์พร้อมมอบประสบการณ์ในการขับขี่ที่สงบเงียบจึงติดตั้งขุมพลังมอเตอรไฟฟ้าเวอร์ชั่นใหม่รุ่น EM57 ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,283-9,795 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร ที่ 0-3,283 รอบ/นาที พร้อมแบตเตอรี่แบบ Li-ion battery ที่มีความจุ 40 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ สามารถวิ่งไกลสุด 400 กม./ การชาร์จ 1 ครั้ง (ตามมาตรฐาน JC08 ของญี่ปุ่น) และยังชาร์จได้ตามใจชอบตั้งแต่ชาร์จปกติแบบ 8 ชั่วโมง (6 kW) กับชาร์จแบบ 16 ชั่วโมง (3kW) และเอาใจคนชอบรวดเร็วด้วยการชาร์จด่วน แบบ 40 นาที หรือ Quick Charging

Nissan Leaf

นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบช่วยขับอัตโนมัติ ProPILOT ซึ่งจะช่วยให้สามารถควบคุมการทำงานของตัวรถ, เบรก และอัตราเร่ง ไปในทิศทางเดียวกัน และช่วยลดความจุกจิกกวนใจในเรื่องการขับขี่บนทางหลวงที่ต้องมีการหยุดและชะลอตัวตลอดเวลา พร้อมระบบ ProPILOT Park ควบคุมพวงมาลัย การควบคุมการเร่ง เบรก การเปลี่ยนเกียร์ และเบรกมือเพื่อให้ตัวรถเข้าสู่ช่องจอดได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถจอดรถ รวมถึงการจอดขนาน ได้อย่างปลอดภัย ระบบการขับขี่ e-Pedal ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนวิธีการขับขี่ไปอย่างสิ้นเชิง โดยรวมเอาทั้งการเร่งความเร็วรถ และเบรกรถไว้ที่แป้นเดียว หลักการทำงานคือเมื่อเราต้องการเคลื่อนรถยนต์ไฟฟ้าไปข้างหน้า ก็กดที่แป้นลงไป รถก็จะเคลื่อนตัวไป แต่เมื่อเราเริ่มถอนคันเร่งเมื่อไหร่ รถจะเริ่มทำการเบรกให้โดยอัตโนมัติ และเมื่อรถหยุดสนิท

ระบบความปลอดภัยครบครันด้วยถุงลมนิรภัยรอบคัน ระบบช่วยควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว VDC ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน HAS ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเส้นทาง Lane Departure Warning (LDW) ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ (Intelligent Emergency Braking) ระบบเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Warning) ระบบการตรวจจับสัญญาณจราจร(Traffic Sign Recognition) ระบบสัญญาณเตือนขณะถอยรถ (Rear Cross Traffic Alert) ในกรณีเมื่อมีรถคันอื่นอยู่ด้านหลังรถเราเพิ่มความสะดวกในการถอยหลัง และ กล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitor)

ยานยนต์ไฟฟ้าเจนใหม่จาก นิสสัน พร้อมเป็นเจ้าของแล้วโดยขายจริงที่ญี่ปุ่น 2 ตุลาคมนี้ ในราคา 3,150,360 yen หรือราว 962,000 บาท ส่วนตลาดต่างประเทศพบกันต้นปี 2018 และเมืองไทยชัดเจนแล้วว่าเตรียมนำเข้ามาจำหน่ายแต่เป็นเวลาไหนนั้นต้องติดตาม

Nissan Leaf

Nissan Leaf

Nissan Leaf

ที่มา newsroom.nissan-global.com 1,2

 

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com 

5 เรื่องน่าสนใจ