Mercedes-Benz S-Class Facelift มาดใหม่อัครซาลูนหรูแห่งเยอรมัน

นับเป็นอัครยานยนต์หรูจากเยอรมันที่ครองใจนักธุรกิจ ดารา เซเลป ทั่วโลก มายาวนาน 63 ปี สำหรับ Mercedes-Benz S-Class และครั้งนี้กลับมาตอกย้ำความเป็นผู้นำซาลูนหรู ด้วยการเผยมาดใหม่

Mercedes-Benz S-Class

งานนี้ยังใช้ร่างเดิมเจนที่ 6 (W222 และ V222) แต่ออกแบบบางจุดให้สมสง่าขึ้น ด้วยไฟหน้า Multibeam LED headlights ใหม่ พร้อมไฟ DRL แบบ 3 ชั้น อยู่ในชุดโคมเดียวกัน พร้อมกันชนหน้า-หลังดีไซน์ใหม่ พร้อมล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ที่ให้เลือกลายล้อได้ถึง 2 แบบ

Mercedes-Benz S-Class

ภายในหรูใหม่ด้วยพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบ 3 ก้านใหม่จากเดิมเป็น 2 ก้าน พร้อม Touch Control Buttons สามารถควบคุมการทำงานของมือถือสมาร์ทโฟนและควบคุมชุดเครื่องเสียงได้ โดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย พร้อมลายไม้ลายหรูที่พิถีพิถันกับไฟเรืองแสงล้อมรอบภายในแบบ LED ที่เลือกได้ถึง 64 สีช่วยให้ห้องโดยสารดูอบอุ่นและเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุนทรีย์ตลอดการเดินทาง แม่นยำทุกเส้นทางด้วยจอแสดงผล Command Online กับมาตรวัดออกแบบเป็นชิ้นเดียวกัน นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมผ่าน Touchpad บริเวณคอนโซลกลาง และสั่งงานด้วยเสียงได้เพร้อมโหมดการขับขี่ที่ปรับได้ทั้งแบบ Classic Sport และ Progressive

Mercedes-Benz S-Class

นอกจากเบาะนั่งหรูด้วยวัสดุหนังแท้คุณภาพ Nappa แล้วยังมีระบบนวด Energizing Comfort 6 โปรแกรม โดยมีระยะเวลาทำงาน ใน 10 นาที เพื่อลดความเมื่อยล้าผ่อนคลายขณะโดยสาร นอกจากยังทำงานร่วมกับ ระบบต่างๆในห้องโดยสาร ทั้งระบบปรับอากาศ ระบบนวด เพลง กลิ่นจากเครื่องหอม และไฟเรืองแสงล้อมรอบภายใน โดยจะสามารถทำให้คนขับตื่นตัวในการขับขี่ 

Mercedes-Benz S-Class

ขุมพลังรถยนต์หรูจากเยอรมันตอบโจทย์ความสำเร็จด้วยเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ ใหม่ ถึง 2 ขนาด ตั้งแต่เครื่องรหัส M176 ขนาด 4.0 ลิตร V8 biturbo 469 แรงม้า แรงบิด 700 นิวตันเมตรในรุ่น S560 4MATIC และ ขนาด 3.0 ลิตร 6 สูบในรหัส M256 พร้อมระบบระบบไฟฟ้า 48 Volt ที่มาพร้อมกับ Integrated Starter Alternator และ Electric Booster Compressor ให้กำลังถึง 408 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตันเมตร ในรุ่น S400 และ S450 ซึ่งจะเปิดตัวในอนาคต

ด้านเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบมีขนาดเดียวคือ 3.0 ลิตร  6 สูบ รหัส OM656 แต่มีความแรง 2 ระดับ ตั้งแต่ 286 แรงม้า แรงบิด 600 นิวตันเมตร ในรุ่น S 350d 4MATIC และ 340 แรงม้า แรงบิด 700 นิวตันเมตรในรุ่น S 400d 4MATIC ส่วนขุมพลัง Plug-In Hybrid ที่สามารถวิ่งได้สูงสุด 50 กม. ในโหมดไฟฟ้า ยังมีจำหน่ายต่อไป

ส่วนขาแรงที่ชอบ สไตล์ AMG ยังมีเครื่องยนต์เบนซิน 4.0 ลิตร V8 biturbo 612 แรงม้า แรงบิด 900 นิวตันเมตร พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ AMG Speedshift MCT 9 สปีด ในรุ่น Mercedes-AMG S63 4MATIC และ ขนาด 6.0 ลิตร V12 biturbo 630 แรงม้า แรงบิด 1,000 นิวตันเมตร จับคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติ AMG Speedshift 7G-Tronic 7 สปีด ในรุ่น Mercedes-AMG S65 4MATIC

Mercedes-Benz S-Class

ระบบความปลอดภัยจัดเต็มพิกัด ทั้ง ระบบ Active Emergency Stop Assist เมื่อเกิดอาการหลับในหรือหมดสติระบบจะหยุดรถ โดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังมีการปรับรุงระบบ Active Steering Distance Assist และ Active Lane Change Assist ที่สามารถตรวจจับในขณะเลี้ยวเปลี่ยนเลนและปรับความเร็วอัตโนมัติขณะเข้าโค้งหรือเปลี่ยนเลน และ ระบบ Active Lane Change Assist ควบคุมรถให้อยู่ในเลนขณะเลี้ยว

Mercedes-Benz S-Class Facelift พร้อมส่งมอบความหรูแล้ว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ส่วนเมืองไทยมีโอกาสสูงที่จะเข้ามาจำหน่าย

Mercedes-Benz S-Class

ที่มา Paultan

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com 

 

 

5 เรื่องน่าสนใจ