KIA Stinger ซีดานหรูสายเลือดกิมจิ….หล่อโค่นยุโรป

สนับสนุนเนื้อหา

ไม่คิดไม่ฝันว่ายานยนต์จากแดนโสมอย่าง KIA สวมบทเป็นแจ็คผู้ฆ่ายักษ์ ส่ง KIA Stinger Premium Sport Sedan โค่นคู่แข่งจากทวีปเดียวกันรวมถึงทวีปยุโรปและอเมริกา ให้ราบพนาสูญ

KIA Stinger

KIA Stinger ตั้งใจสร้างเพื่อหวังท้าชนกับ Lexus IS, Audi A4 และ A5 รวมถึง BMW 3 Series และ 4 Series ด้วยขนาดตัวรถที่ใหญ่พอๆกับ Lexus GS และ Mercedes-Benz CLS ด้วยความยาว 4,831 มม. กว้าง 1,869 มม. และฐานล้อยาว 2,905 มม. พร้อมดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ตั้งแต่กระจังหน้าจมูกเสือ (Tiger Nose) ที่โดดเด่น พร้อมหลังคาที่ออกแบบลาดลงบ่งบอกความเป็น สปอร์ตเต็มขั้น รวมถึงบั้นท้ายทีมีไฟ LED ทรงเล็ก มีเสน่ห์ และล้ออัลลอยลายสปอร์ตที่เลือกไดทั้งขนาด 18 และ 19 นิ้ว

KIA Stinger
KIA Stinger

ภายในยกความเป็น Euro Sport มาใช้ในรถรุ่นนี้ ด้วยแผงคอนโซลหน้าสุดเท่ พร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น 3 ก้าน ช่องแอร์ทรงกลม 3 ช่อง พร้อมจอสัมผัสขนาดใหญ่ 7 นิ้ว UVO infotainment system พร้อมลำโพง เลือกได้ทั้ง 6 กับ 9 ตัว พิเศษ!! ลำโพงคุณภาพจาก Harmon Kardon ถึง 15 ตัว กำลังขับ 720 W เอาใจคอสมาร์ทโฟนด้วยระบบชาร์จไร้สาย wireless charging และจอแสดงเหนือแผงมาตรวัด head-up display และหรูหราด้วยเบาะหนังแท้ Nappa

KIA Stinger

ขุมพลัง KIA Stinger มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ Theta II 2.0 ลิตร 255 แรงม้าที่ 6,200 รอบ/นาที แรงบิด 353 นิวตันเมตร ที่ 1,400-4,000 รอบ/นาที กับเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบคู่ Lambda II 3.3 ลิตร V6 365 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 510 นิวตันมเตร ที่ 1,300-4,500 รอบ/นาทีโดยเครื่องยนต์ทั้งสองรุ่นจะส่งลงชุดเกียร์อัตโนมัติ  8   สปีด และยังมาพร้อมระบบขับหลังและขับสี่ AWD

ระบบความปลอดภัยจัดเต็มไม่ว่าจะะเป็น ระบบเตือนป้องกันการชนด้านหน้า Forward Collision Assistance (FCA) ระบบช่วยเตือนเมื่อเหนื่อยล้าขณะขับขี่ Driver Attention Alert (DAA) ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ Autonomous Emergency Braking (AEB) ระบบ Adaptive Cruise Control, ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน Lane Keep Assist (LKA), ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Alert (RCTA) และมั่นใจได้ ด้วยระบบควบคุมการทรงตัว Dynamic Stabilities Damping Control

KIA Stinger
KIA Stinger

KIA Stinger ประเดิมตลาดแรกที่อเมริกาในช่วงกลางปีนี้ ส่วนตลาดยุโรป อาจตามมาในภายหลัง

ที่มา Carscoops

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com 

 

5 เรื่องน่าสนใจ