Deft Versus : 3 อเนกประสงค์หล่อ…..หัวใจประหยัดด้วยขุมพลังดีเซล

ปัจจุบันตลาดรถอเนกประสงค์มีมากมายหลายแบบ สนองความต้องการของผู้ใช้รถที่ต้องการใช้งานในวันธรรมดารวมถึงวันหยุดสำหรับกิจกรรมสันทนาการต่างๆ แต่ยังมีกลุ่มย่อยกลุ่มหนึ่งที่มีความนิยมมากว่า 20 ปี นั่นคือ กลุ่มรถอเนกประสงค์ขนาดคอมแพ็ค (Compact SUV)

Honda CR-V i-Dtec

ช่วง 10 ปีที่ผ่านมาตลาดรถกลุ่มนี้ เพิ่มทางเลือกใหม่ด้วยเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ จากเดิมจะมีแค่เครื่องยนต์เบนซิน กลายเป็นที่ยอมรับในเรื่องความประหยัดและทนทานจนล่าสุดปี 2560 มีการขยับอีกครั้ง เมื่อเจ้าใหญ่อย่าง Honda เปิดตัว Honda CR-V เจน 5 แบบใหม่หมด ชนิดเปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังมือ และเป็นครั้งแรกที่ Honda เมืองไทยไม่เคยทำตลาดเครื่องยนต์ดีเซล มาก่อน ด้วยการแนะนำเครื่องยนต์ดีเซลใหม่ I-DTEC ขนาด 1.6 ลิตร เด่นเทคโนโลยีเทอร์โบชาร์จเจอร์ 2 จังหวะ (2-stage Turbocharger)ตอบสนองทั้งกำลังแรงบิดและอัตราเร่งได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในทุกการขับขี่และช่วยตอบสนองรวดเร็วทันใจในช่วงรอบต้น

Honda CR-V i-Dtec

สามารถรีดกำลังได้มากถึง 160 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดที่ 350 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 รอบต่อนาที ด้วยอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอัตราที่ต่ำเพียง 141 กรัม/กิโลเมตร ครั้งแรกในวงการกับระบบเกียร์อัตโนมัติ มากสุดถึง 9 สปีด จากผู้ผลิตชั้นนำของโลกอย่าง ZF Transmission มาประจำการ

แถมให้ความสบายจากเบาะนั่งหุ้มหนังสีดำ 7 ที่นั่ง สามารถปรับพับเบาะเพื่อขนสัมภาระ ออพชั่นภายในหรูๆทั้งคัน เช่น ระบบเพื่อความบันเทิง Advanced Touch infotainment มาพร้อมจอสัมผัสขนาดใหญ่ 7 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ  Android Auto กับลำโพง 8 ตำแหน่ง  เครื่องปรับอากาศแยกอุณหภูมิ ซ้าย-ขวา i-Dual Zone ระบบเบรกมือไฟฟ้า Electric Parking Brake (EPB) และระบบ  Auto Brake Hold (Automatic Brake Hold)

Honda CR-V

ภายนอกเด่นสง่าด้วย กระจังหน้าทรงสี่เหลี่ยมคางหมูแบบ Honda’s Solid Wing Grille design รับกับไฟหน้า LED  พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน (Daytime Running Light – DRL)  บั้นท้ายมาพร้อมไฟท้ายดีไซน์รูปตัว L-shaped LED พร้อม ล้ออัลลอยสีทูโทน ทั้งขนาด 17 กับ 18 นิ้ว เหนือกว่าด้วยฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติ ด้วยระบบ Hands-free Power Tailgate พร้อมระบบความปลอดภัย ทั้งระบบตรวจจับความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ (Driver Attention Monitor) พร้อมการสั่นเตือนที่พวงมาลัย ระบบเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ (Agile Handling Assist) ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch)  ถุงลมคู่หน้าอัจฉริยะ Dual i-SRS ถุงลมด้านข้างคู่หน้าอัจฉริยะ i-Side Airbag และม่านถุงลมด้านข้าง Side Curtain Airbags ทำให้ Honda CR-V เป็นดาวเด่นในกลุ่มที่สนใจมากขึ้น ในราคา 2 รุ่นย่อยดังนี้

Honda CR-V i-Dtec

 - รุ่น 1.6 DT EL 4WD Diesel  ราคา 1,699,000 บาท

 - รุ่น 1.6 DT E Diesel            ราคา 1,549,000 บาท

Mazda CX-5
Mazda CX-5

อีกหนึ่งอเนกประสงค์จากค่าย Zoom-Zoom ถึงแม้จะอยู่ช่วงปลายอายุรอการปรับโฉมเจนใหม่ แต่ยังร้อนแรงไม่แพ้กันสำหรับ Mazda CX-5 จากขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบชาร์จ 2 จังหวะ SKYACTIV-D ที่ความจุและแรงม้ามากสุดในกลุ่มขนาด 2.2 ลิตร 175 แรงม้า ที่ 4,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตร ที่ 2,000 รอบ/นาที จับคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด SKYACTIV-Drive

ภายนอกสปอร์ตแต่มีเอกลักษณ์ตรงที่กระจังหน้า Signature Wing ดีไซน์แนวนอน 5 แถวสีเทาเมทัลลิค พร้อมกรอบโครเมี่ยม ไฟหน้าเปลี่ยนมาใช้แบบ Adaptive LED Headlamp (ALH) กับไฟส่องสว่างเวลากลงวัน LED Daytime สีขาวอยู่ในโคมเดียวกัน กันชนหน้าและไฟตักหมอกหน้า LED โคมที่เล็กลง พร้อมกรอบใหม่ดีไซน์เดียวกับกระจังหน้า ไฟท้ายเป็นแบบ LED และกระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว

Mazda CX-5

ภายในแม้จะเสียเปรียบตรงที่เป็น 5 ที่นั่ง และเบาะหลังตอน 2 ค่อนข้างอึดอัดเพราะชันไปหน่อย แต่ให้ของครบทั้ง เบาะหลังพับแยกอิสระได้แบบ 3 ส่วน 40:20:40 ตกแต่งแผงหน้าปัด ช่องแอร์ ทีเปิดประตู และแผงประตู สีเงินซาตินโครมแบบเงา แผงสวิตช์เครื่องปรับอากาศ Dual Zone สามารถปรับอุณหภูมิอิสระซ้าย-ขวา ติดตั้งเบรกมือไฟฟ้า ELECTRICAL PARKING BREKE (EPB) ระบบ MZD Connect จากหน้าจอ Touch Screen ขนาด 7 นิ้ว พร้อมมากถึง 9 ตัว จากแบรนด์ BOSE

Mazda CX-5

ระบบความปลอดภัยi-Activsense มากสุด ระบบ LDWS (Lane Departure Warning System) เตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน ระบบ LAS (Lane-keep Assist System) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน ระบบ SCBS (Smart City Brake Support)ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติ ระบบ SBCS-R (Smart City Brake Support-Reverse) ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง ระบบ DAA (Driver Attention Alert) ช่วยเตือนเมื่อเหนื่อยล้าขณะขับขี่ ระบบ ABSM (Advanced Blind Spot Monitoring) เตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ระบบ RCTA (Rear Cross Traffic Alert) เตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง ในราคาเริ่มต้น ที่ 1,530,000 บาท ในรุ่นขับสอง และ 1,690,000 บาท ในรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ AWD

Chevrolet Captiva
Chevrolet Captiva

ปิดท้ายด้วยอเนกประสงค์จากแดนมะกันที่ลากยาวจำหน่ายมากว่า 10 ปี แต่มีการปรับความหล่อให้เข้ากับยุค สำหรับ Chevrolet Captiva ถึงจะเก่าแต่ก็เก๋าไม่แพ้ใคร ด้วยเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ VCDI 2.0 ลิตร 163 แรงม้า ที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิด 400 นิวตันเมตร ที่ 2,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดครั้งแรกในระดับเดียวกัน พร้อมระบบ Driver Shift Control (DSC)

ความหล่อเหลาตามสไตล์อเมริกันด้วย กระจังหน้าสไตล์ ดูอัลพอร์ท เพิ่มความหรูหราด้วยกรอบโครเมี่ยมพร้อมไฟหน้า Projector พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED-Daytime อยู่ในโคมเดียวกับไฟหน้า ไฟท้าย LED พร้อมบันไดข้างสแตนเลส และล้ออัลลอย 5 ก้าน สีทูโทนใหม่ 19 นิ้ว

chevrolet captiva 2016

ภายในเด่นด้วยเบาะ 7 ที่นั่ง สามารถพับเก็บได้และพื้นที่จัดเก็บสัมภาระ 930 ลิตร เพื่อการขนสัมภาระได้สะดวกขึ้น ร้อมระบบความบันเทิง My Link แบบจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว เชื่อมต่อทั้งความบันเทิงและการสื่อสารด้วยการเชื่อต่อสมาร์ทโฟน ทั้ง  Apple Car Play และ Android Auto และความปลอดภัยเต็มสูตร ทั้ง ระบบแจ้งเตือนมุมอับสายตา (Side Blind Zone Alert) ระบบแจ้งเตือนการจราจรและสิ่งกีดขวางด้านหลัง (Rear Cross Traffic Alert) และระบบช่วยเหลือการถอยจอด (Rear Park Assist) ช่วยเหลือผู้ขับขี่เมื่อกำลังถอยหลังหรือเปลี่ยนช่องจราจร จึงหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุได้ เป็นต้น และมีรุ่นย่อยถึง 3 รุ่น ดังนี้

chevrolet captiva 2016

- รุ่น 2.0 LSX FWD ราคา 1,389,000 บาท

- รุ่น 2.0 LTZ FWD ราคา 1,539,000 บาท

- รุ่น 2.0 LTZ AWD ราคา 1,689,000 บาท

Compact SUV ทั้ง 3 รุ่นแม้จะได้เปรียบในเรื่องความประหยัดที่มากกว่าเครื่องยนต์เบนซิน อรรถประโยชน์ ข้าวของที่ติดมาจากโรงงาน และหน้าตาที่หล่อแตกต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตัวคุณเองที่จะให้คำตอบชัดเจนในการเลือกมาเป็นเพื่อนคู่ใจในการใช้งาน

เรื่องและเรียบเรียงโดย สุกิจ เลิศธนะแสงธรรม (นายเต้ย)

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com 

 

5 เรื่องน่าสนใจ