Hand on: ทดสอบรถยนต์ Toyota Vios G: ขับสนุกบนความปลอดภัย พร้อมออพชั่นเสริมใหม่

คนที่กำลังจะซื้อรถใหม่ แล้วอยากได้รถยนต์ระดับ Sub Compact ในเครื่องยนต์ระดับ 1,500 ซีซี Toyota Vios ก็มักจะมาเป็นหนึ่งในตัวเลือกอยู่เสมอ เนื่องจากความนิยมมาเป็นระยะเวลานานตั้งแต่ปี 2002 ที่ออกมาเป็น Vios โฉมแรก และสามารถขายดีต่อเนื่องจนรถวิ่งอยู่เต็มท้องถนนไปหมด จนถึงโฉมปัจจุบันเป็นเจนที่ 3 แล้ว ก็ยังได้รับความนิยมต่อเนื่องเรื่อยมา

Toyota Vios G

จริงๆแล้วผมเองก็เคยได้ทดสอบ Toyota Vios ไปแล้วตอนที่มีการปรับเครื่องยนต์ใหม่ เป็นแบบ Dual VVT-i และเกียร์ก็เปลี่ยนใหม่มาเป็นแบบ  CVT (ซักที) แล้วมีโอกาสได้อยู่ด้วยกันพันกว่ากิโลเมตร ก็ถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีพอสมควร แต่ล่าสุดเมื่อต้นปี ทาง Toyota ก็ได้จัดการแต่งหน้าทาปากมาเป็นรถยนต์ใหม่ มีหลายอย่างที่เปลี่ยนแปลงไปพอสมควร เลยไม่พลาดที่จะลองเอามาทดสอบกันอีกรอบ ดูว่าสิ่งที่เปลี่ยนแปลงจะเป็นไปในทางที่ดีขนาดไหน

Toyota Vios G

ครั้งนี้เลือกที่จะเอาตัว Toyota Vios G ซึ่งเป็นตัวรองท็อปมาลองทดสอบแทน เพราะว่าตัวท็อปเคยลองใช้งานมาเมื่อครั้งที่แล้ว กลัวว่าจะได้ฟีลลิ่งกับอารมณ์แบบเดิมๆจนไม่มีอะไรจะเขียน เลยลองหาอะไรใหม่ๆมาลองใช้งานดูบ้าง โดยความแตกต่างจากตัวเดิมที่มีการเปลี่ยนเครื่องและเกียร์ เริ่มจากภายนอกก่อนเลย ที่กระจังด้านหน้าเป็นโฉมใหม่ ทำเป็นรูปตัว V สีเทาดำ ทำให้ดูดุดันขึ้นมาพอสมควร ส่วนไฟหน้าก็มาแบบ Projector รมดำ ที่ขลิบขอบไฟด้วยไฟ LED  Light Guide ที่ติดขึ้นมาเมื่อยามไฟหน้าเปิด เสริมเพิ่มมาด้วยไป Daytime Running Light แบบ LED แนวตั้ง ฝังอยู่ที่กันชนทั้ง 2 ด้าน ส่องสว่างเห็นชัดเจนในยามกลางวัน เอาเป็นว่าดูดีกว่าตัวเดิมเยอะเป็นกอง

Toyota Vios G

ย้ายกลับมาที่ด้านท้าย ตัวรูปทรงก็ยังคงคล้ายกับตัวเดิม แต่ที่เปลี่ยนไปคือไฟท้ายแบบใหม่ ที่มีขอบโครเมียมเงาวับ ตัดขอบด้านหลังให้เห็นชัดเจนและดูหรูขึ้นมาได้อีก ส่วนล้อแม็กซ์ยังคงเป็นอัลลอยขนาด 15 นิ้ว แต่มาลายใหม่แบบใบพัด 8 ก้าน ที่ดูสปอร์ตมากกว่าเดิม พร้อมยาง 185/60 R15

Toyota Vios G

ส่วนภายในนั้น สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจนคือออพชั่นที่หลายคนรอคอย นั่นก็คือหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ที่สามารถเล่นได้ทั้ง DVD/CD/MP3/MP4/WMA รองรับการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์สารพัดรูปแบบ ถึงแม้ตัวเครื่องเสียงชุดนี้จะไม่มีระบบนำทางมาให้ แต่ก็สามารถอัพเกรดเพื่อเพิ่ม Software ลงไปเมื่อไหร่ก็ได้ตามต้องการ และที่เจ๋งสุดๆที่ผมเองชอบมากก็คือ มีระบบช่วยถอยหลังทั้งกล้องมองหลังและเซ็นเซอร์เตือนการชน จะบอกว่าออพชั่นนี้มันเหนือกว่ารุ่นใหญ่อย่าง Toyota Fortuner และ Toyota Innova Crysta ด้วยซ้ำ เพราะทั้ง 2 รุ่นนี้ให้มาเฉพาะกล้องมองหลังเท่านั้น ไม่มีตัวเซ็นเซอร์ติดมาด้วย ถือว่าเป็นออพชั่นที่สามารถดึงดูดคนซื้อให้ตัดสินใจง่ายขึ้นได้มากพอสมควรเลย แต่ในส่วนอื่นๆทั้งแผงคอนโซล, เกียร์, แผงหน้าปัด และอื่นๆภายใน ก็ยกจากตัวเก่ามาแทบทั้งหมด จึงขอไม่ลงรายละเอียดแล้วกันครับ

Toyota Vios G

Toyota Vios G

เครื่องยนต์ของ Toyota Vios G ก็ยังเป็นเครื่องเดิม นั่นคือรหัส 2NR-FBE / 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว Dual VVT-i มาพร้อมเกียร์ CVT 7 สปีด ที่มี Sequential Shift ให้ใช้งานแบบ Manual ได้ ชุดกันสะเทือนช่วงหน้ายังคงเป็น แมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง และด้านหลังเป็น ทอร์ชั่นบีม และคอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง มีระบบความปลอดภัย ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบเสริมแรงเบรก BA, ระบบควบคุมการทรงตัว VSC และ ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC ก็ยังขนมาครบชุดเช่นเคย

Toyota Vios G

หลังจากสัมผัสด้วยสายตาแล้ว ต่อไปก็เริ่มทดสอบการใช้งานได้แล้ว ซึ่งวันก่อนเห็นเจ้า TopTaro เอารถเข้าไปทดสอบที่สนามแข่งรถพีระเซอร์กิตมาแล้ว เรื่องอะไรที่เราจะยอม ครั้งนี้ก็เลยจัดการห้อพาเจ้า Toyota Vios G แอบไปลงสนามทดสอบกับเขามั่งดีกว่า

เส้นทางที่ใช้ก็เป็นเส้นหลักคือมอเตอร์เวย์ วิ่งมุ่งหน้าสู่ทางพัทยา แล้วเลี้ยวซ้ายไปทางระยองเพื่อเดินทางไปสนาม โดยฟีลลิ่งการขับขี่ก็ยังเป็นเหมือนคันเดิมที่เคยทดสอบแล้ว แต่มันเพลิดเพลินกว่าเดิมที่มีของเล่นอย่างหน้าจอระบบสัมผัส เลยทำให้การเดินทางสนุกขึ้น จากนั้นเมื่อเข้าสู่สนามทดสอบ ก็จัดการแต่งองค์ทรงเครื่องด้านความปลอดภัยลงสู่สนามทันที โดยการทดสอบครั้งนี้จะวิ่งวนอยู่ประมาณ...(กี่รอบไม่รู้ จำไม่ได้แล้ว) เริ่มจากทำความคุ้นเคยกับสนามในรอบแรกๆ แบบความเร็วปานกลางให้รู้จักโค้งก่อน เมื่อเริ่มคุ้นเคยกับสนามแล้ว ก็จัดการซัดแบบเต็มๆเท่าที่รถและใจจะอำนวย ใช้เกียร์ Sequential Shift กดแบบเต็มแล้วรอให้เกียร์เปลี่ยนเองที่เครื่องยนต์วิ่งระดับ 6,000 รอบ/นาที แล้วสับลงก่อนถึงโค้งเพื่อให้เครื่องช่วยเบรกลดความเร็ว ประสานกับการใช้เบรกเท้าเป็นระยะ ขับแบบนี้ไปเรื่อยๆจนรู้สึกเหนื่อย (น่าจะเกิน 15 รอบ)

Toyota Vios G

เอาความรู้สึกของเรื่องเครื่องยนต์ก่อน อัตราเร่งในการใช้งาน Sequential Shift ถือว่าทำได้ดีพอตัวเลย อัตราเร่งออกตัวถือว่าทำได้น่าพอใจ ถึงแม้ในช่วงปลายที่ใกล้แตะ 120 กม./ชม. อาจจะมีการอืดอยู่เล็กน้อย แต่เมื่อทดสอบในสนามพีระแล้ว ทางตรงที่ผ่านเส้นชัย จะทำความเร็วได้สูงสุด 130 กม./ชม. ก่อนจะถึงโค้งแรก ก็ถือว่าในอัตราเร่งของเครื่องยนต์ระดับ 1,500 ซีซี 108 แรงม้า ทำได้ขนาดนี้ก็ถือว่าดีพอตัวเลย

Toyota Vios G

ส่วนต่อมากับการใช้เกียร์ ซึ่งเคยทดสอบมาแล้วในตัวก่อน ก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจอยู่แล้วกับการใช้งานแบบอัตโนมัติ และเมื่อลงสนามแบบจัดเต็มในสนามพีระ ก็เลยลองใช้งานเกียร์ Sequential Shift แบบ Manual ก็ถือว่าทำงานได้เป็นที่น่าพอใจอย่างมาก อัตราการออกตัวทำได้ดีกว่าแบบอัตโนมัติอย่างเห็นได้ชัด เกียร์มีระบบเปลี่ยนให้เองในกรณีที่เราย่ำคันเร่งจนปั่นไปถึง 6,000 รอบ/นาที และเมื่อมีการสับลงเพื่อลดความเร็ว เกียร์จะทำการดึงรถให้ลดความเร็วได้ดีพอตัว เรียกได้ว่าเกียร์ช่วยลดการทำงานของเบรกได้ดีพอสมควรเลย

Toyota Vios G

ต่อมากับการทรงตัว, การควบคุม และการเข้าโค้ง ต้องบอกก่อนว่าตัวพวงมาลัยของ โตโยต้า วีออส คันนี้ แรกจับอาจจะดูหน่วง ไม่เบาเหมือนกับยี่ห้ออื่นเขา แต่มันกลับกลายเป็นผลดีสำหรับการใช้งานบนสนามแข่งเป็นอย่างมาก เพราะความหน่วงนี้จะช่วยให้การควบคุมไลน์ของการเข้าโค้งในความเร็วสูง ทำได้ง่ายดายกว่ารุ่นที่พวงมาลัยเบาเป็นอย่างมาก ดังนั้นทุกไลน์ที่เราต้องการจะไป พวงมาลัยของ Toyota Vios G ก็พาไปได้ตามสั่งอย่างแม่นยำ ส่วนการเข้าโค้ง ต้องขอบคุณระบบความปลอดภัยที่มีในรถอย่างระบบควบคุมการทรงตัว VSC, ระบบกระจายแรงเบรก EBD, และระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC ที่ทำให้ทุกโค้ง สามารถเข้าได้อย่างที่ใจต้องการ แทบไม่มีอาการหน้าดื้อหรือท้ายปัดให้เห็นเลย ยิ่งถ้าใครเคยขับในสนามพีระแห่งนี้แล้ว จะรู้ดีว่าโค้งซุ้ม IRC จะเป็นการขับขึ้นเนิน แล้วพอพ้นเนินปั๊บจะต้องกดเบรกเพื่อเข้าโค้งตัว S ทันที ซึ่ง โตโยต้า วีออส ก็ทำได้ดีพอตัว สามารถเบรกแล้วเข้าโค้งได้อย่างไม่มีการเสียการควบคุมแต่อย่างใด และโค้งสุดท้ายที่เป็นโค้งครึ่งวงกลมก่อนเข้าทางตรงเพื่อเข้าเส้นชัย รถอาจจะมีอาการเอียงบ้างแต่ก็เกาะอยู่ในเส้นทางที่เราต้องการได้สบายๆ และสามารถกดคันเร่งเต็มที่เพื่อเร่งความเร็วเมื่อถึงครึ่งโค้ง ก่อนเข้าทางตรงโดยไม่เสียหลักเลย ส่วนระบบเบรก ถือเป็นเรื่องดีที่รถ โตโยต้า วีออส ใส่ดิสก์เบรกมาให้ทั้ง 4 ล้อ ทำให้จังหวะที่เบรกลึกก่อนเข้าโค้งที่มาด้วยความเร็วสูง สามารถกดลดความเร็วได้ดั่งใจ ไม่มีอาการปัดด้านท้ายให้เห็นเลย รวมทั้งระบบเสริมแรงเบรก BA ยิ่งทำให้การเบรกทำได้ดี มั่นใจก่อนเข้าโค้งได้มากจริงๆ

Toyota Vios G

บทสุดท้ายของการทดสอบที่หลายคนอยากรู้ คงจะเป็นเรื่องของอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเมื่อใช้งานในระดับรีดคันเร่งอย่างเต็มที่ ผลจากการทดสอบในการใช้น้ำมันแก็สโซฮอลล์ 91 (ตัวเครื่องยนต์สามารถรองรับได้สูงสุดที่ E85) ที่เติมก่อนเข้าสนามไม่ถึง 10 กิโลเมตร และเติมกลับไปเต็มถังที่ปั๊มเดิม คำนวณออกมาได้ที่ 7.5 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งก็ถือว่าต่างกับการใช้งานปกติ ซึ่งได้ที่ 13.6 กิโลเมตร/ลิตรพอสมควร แต่ก็อย่างว่าแหละครับ ถ้าต้องการความเร็วและแรง ก็ต้องแลกมากับอัตราการสิ้นเปลืองแบบนี้อยู่แล้ว และจะมีโอกาสขับสไตล์นี้ได้บ่อยขนาดไหน ดังนั้นข้อมูลนี้ก็ถือว่าเป็นข้อมูลเอาที่รู้เอาไว้ประดับสมองเล่นๆก็แล้วกันครับ

Toyota Vios G

สรุปภาพรวมหลังจากซัดกันหนักๆในสนามแข่ง ต้องถือว่า Toyota Vios G ทำหน้าที่ของมันได้ดีเลยทีเดียว ทั้งอัตราเร่งที่น่าพอใจ, เกียร์ฉลาดในรอบความเร็วสูง, การเข้าโค้งแม่นยำ, ระบบเบรกจากดิสก์ทั้ง 4 ล้อเพิ่มความมั่นใจ แถมตัวใหม่นี้ยังได้ออพชั่นเสริมที่ดีงามอย่างหน้าจอระบบสัมผัส 7 นิ้ว พร้อมกล้องมองหลังและเซ็นเซอร์เตือนด้านท้ายมาให้อีกด้วย และยังหล่อมากขึ้นจากไฟ Daytime Running Light แบบ LED เพิ่มเข้ามาอีก ด้วยค่าตัวเพียง 729,000 บาท ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอีกตัวหนึ่งพอสมควรเลยครับ

ชมภาพทั้งหมดได้ที่นี่

ขอขอบคุณ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่เอื้อเฟื้อรถทดสอบ New Toyota Vios G ปี 2017 ในครั้งนี้

ราคาจำหน่าย New Toyota Vios มีทั้งหมด 4 รุ่น ดังนี้

• รุ่น New Toyota Vios S   ราคา 789,000 บาท
• รุ่น New Toyota Vios G   ราคา 729,000 บาท
• รุ่น New Toyota Vios E   ราคา 679,000 บาท
• รุ่น New Toyota Vios J   ราคา 609,000 บาท

เรื่องและขับทดสอบโดย พิสน ลีละหุต

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com 

5 เรื่องน่าสนใจ