Suzuki ดันยอดขายอีโคคาร์สู่ 2 แสนคัน ส่งแคมเปญ SUZUKI DEAL D DAY ส่งท้ายปี

ล่าสุดส่งท้ายปี Suzuki เตรียมความพร้อมเข้าสู่การแข่งขันในช่วงท้ายของปี ทั้งงานด้านบริการ และการแนะนำ SUZUKI SWIFT GL PLUS รุ่นตกแต่งพิเศษ มาภายใต้แนวคิด “เร้าใจเต็มสปีด สุดขีดสไตล์พลัส” มุ่งหวังที่จะเข้ามาเติมเต็มความต้องการของกลุ่มลูกค้าให้มากยิ่งขึ้นแล้วนั้น ซูซูกิ เตรียมจัดกิจกรรมพิเศษในไตรมาสที่ 4 SUZUKI DEAL D DAY เพื่อสร้างความสำเร็จการเข้าสู่ยอดขายจำนวน 200,000 คัน ของรถอีโคคาร์ซูซูกิทุกรุ่นในประเทศไทย นับตั้งแต่การเข้ามาดำเนินธุรกิจเมื่อปี 2555 อีกด้วย

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า นับเป็นความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง กับการที่ลูกค้าคนไทยให้ความไว้วางใจและเชื่อมั่นในแบรนด์ ซูซูกิ จนสามารถสร้างยอดขายรถอีโคคาร์ได้กว่า 196,266 คันในประเทศไทยตั้งแต่เริ่มการผลิตในปี 2555 เป็นต้นมา จึงจัดกิจกรรมเพื่อผลักดันยอดขายให้บรรลุ 200,000 คัน ที่จะตอบแทนและนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าทุกท่าน ทั้งด้านการบริหารงานอย่างครบวงจร เพื่อบริการลูกค้าและเจาะตรงไปยังกลุ่มเป้าหมายได้อย่างเข้าถึงมากยิ่งขึ้น 

SUZUKI DEAL D DAY

สำหรับแคมเปญพิเศษ “SUZUKI DEAL D DAY ปลดล็อกทุกเงื่อนไข ออกรถวันนี้ ผ่อนปีหน้า” จะจัดขึ้นเพื่อเป็นการตอบแทนความไว้วางใจของผู้บริโภคที่มอบให้แก่ซูซูกิ และมีความต้องการอยากเป็นเจ้าของรถยนต์สักหนึ่งคันสามารถเข้าถึงและตัดสินใจได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ด้วย

แคมเปญ “SUZUKI DEAL D DAY ปลดล็อกทุกเงื่อนไข ออกรถวันนี้ ผ่อนปีหน้า” จะมอบให้สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ซูซูกิทุกท่าน 
●    รับเงื่อนไขพิเศษทันที ขับฟรี 90 วัน! ออกรถวันนี้ ผ่อนปีหน้า 
●    พร้อมรับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท เพิ่มจากส่วนลดแคมเปญพิเศษจากผู้จำหน่าย (เฉพาะรุ่นที่กำหนด)
●    ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่าสูงสุด 50,000 บาท (เฉพาะรุ่นที่กำหนด) 
●    ดอกเบี้ยพิเศษ 0% นานถึง 72 เดือน (เฉพาะรุ่นที่กำหนด) 
●    อีโคคาร์ผ่อนเริ่มต้นเพียงเดือนละ 1,999 บาท
●    ฟรี ประกันภัยชั้น 1 

ซึ่งสิทธิพิเศษดังกล่าว จะมอบให้เฉพาะลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 โดยข้อกำหนดและเงื่อนไขต่างๆ ต้องเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด โดยผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ

นายวัลลภ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า จากทิศทางของตลาดรถยนต์ที่ดูจะมีแนวโน้มสดใสขึ้นในช่วงท้ายของในปี 2564 ซูซูกิคาดว่ายอดจำหน่ายรวมจะอยู่ที่ 30,000 คัน โดยเชื่อมั่นว่าผลิตภัณฑ์ของซูซูกิทุกรุ่น จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคได้อย่างตรงใจและหลากหลาย ด้วยเพราะเรามีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาทั้งตัวสินค้าและงานบริการในทุกด้านให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งเรายังมีผู้จำหน่ายที่เข้มแข็ง ที่พร้อมจะพัฒนาและเดินเคียงคู่ไปด้วยกัน รวมไปจนถึงการมีพันธมิตรเป็นสถาบันการเงินชั้นนำของประเทศ เข้ามาร่วมเป็นเอ็กซ์คลูซีฟลีสซิ่ง ช่วยเรื่องการอนุมัติสินเชื่อให้มีความหลากหลาย โดยเฉพาะในกลุ่มอาชีพที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากวิกฤติโควิด-19 ให้สามารถเข้าถึงการเป็นเจ้าของรถยนต์ซูซูกิได้สะดวกมากยิ่งขึ้น โดยสถาบันการเงินที่เป็นพันธมิตรกับ ซูซูกิ ได้แก่  ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน), บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด, ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)

อย่างไรก็ตาม ซูซูกิ มีความต้องการให้ผู้บริโภคทุกคนเข้าถึงสินค้าที่มีคุณภาพดี และการบริการที่ดีทั้งก่อนและหลังการขาย เราจึงไม่ได้มุ่งหวังแค่จะสร้างยอดขายให้เติบโตเพียงเท่านั้น แต่เราต้องการที่จะสร้างให้ซูซูกิเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อถือและไว้วางใจเดินคู่เคียงข้างคนไทยต่อไปในอนาคต

สำหรับซูซูกิ เรายังคงมุ่งมั่นที่จะตอบแทนสังคมไทยให้ผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกันผ่านโครงการ “SUZUKI Cause We Care – เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ”  โดยที่ผ่านมาได้ร่วมกับหลายหน่วยงานในการเข้าไปสนับสนุนและให้การช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 เช่น ความร่วมมือกับหมอแล็บแพนด้า (ทนพ. ภาคภูมิ เดชหัสดิน) ศูนย์นวัตกรรม KMITL FIGHT FOR COVID-19 และศูนย์วิจัยและออกแบบงานสร้างสรรค์ (Research and Creative Design Center: RCDC) คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ในการสนับสนุนรถ SUZUKI CARRY เพื่อนำไปพัฒนาเป็น SUZUKI CARRY Biosafety Mobile Unit (รถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย) เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการตรวจบุคคลกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคโควิด-19 ในเชิงรุกแบบเคลื่อนที่ และ SUZUKI Carry to Your Home รถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่ติดตั้งระบบความดันลบ ที่จะอำนวยความสะดวกและมอบความปลอดภัยให้แก่ทั้งเจ้าหน้าที่และผู้ป่วยในการเดินทางกลับไปรักษาตัวยังภูมิลำเนาในต่างจังหวัด 

นายวัลลภ กล่าวเพิ่มเติมว่า ซูซูกิจะยังคงเดินหน้าให้ความช่วยเหลือแก่สังคมในยามวิกฤติตามแนวทางของโครงการ “SUZUKI Cause We Care” ซึ่งสิ่งที่เรามุ่งมั่นและต้องการสื่อสารไปยังลูกค้าและพี่น้องชาวไทยทุกท่านว่าเราไม่ใช่แค่เพียงผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์ แต่เราต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคม พร้อมกับการพัฒนาธุรกิจควบคู่ไปกับการอยู่คู่เคียงข้างชุมชนและสังคมไทยอย่างยั่งยืนอีกด้วย

อีกทั้ง ซูซูกิมีความตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัยด้านสุขอนามัยและห่วงใยลูกค้า เพื่อให้ลูกค้ามีความอุ่นใจ และปลอดภัย จึงมีได้การเพิ่มมาตรการงานบริการภายหลังการซ่อมรถยนต์ ด้วยการพ่นสเปรย์น้ำยาฆ่าเชื้อภายในห้องโดยสารของรถยนต์ซูซูกิทุกจุดสัมผัสที่สำคัญก่อนการส่งมอบรถยนต์ให้กับลูกค้า รวมถึงสร้างความมั่นใจในขณะที่นำรถเข้ารับบริการและระหว่างนั่งรอในศูนย์บริการ ซูซูกิมีขั้นตอนในการปฎิบัตงานและบริการลูกค้า โดยเมื่อลูกค้าเข้ารับบริการจะมีจุดตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย และจุดบริการเจลแอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือก่อนเข้าพื้นที่โชว์รูม รวมไปถึงการรักษาความสะอาด โดยการเช็ดทำความสะอาดพื้นที่ภายในศูนย์บริการด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ และจุดบริการเจลแอลกอฮอล์ตามพื้นที่ต่างๆ บริเวณเคาน์เตอร์มีการเว้นระยะห่างระหว่างเจ้าหน้าที่ที่กำลังให้การบริการกับลูกค้า รวมไปถึงการทำความสะอาดรถยนต์ที่จัดแสดงบนโชว์รูม รถยนต์สำหรับให้ลูกค้าขับทดสอบ รถใหม่ที่เตรียมการส่งมอบให้กับลูกค้า ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่ได้การรับรองมาตรฐานไม่ส่งผลกระทบกับอุปกรณ์ภายในตัวรถและผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร ทั้งนี้ลูกค้าสามารถเข้ารับบริการดังกล่าว โดยติดต่อนัดหมายล่วงหน้าได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิใกล้บ้าน  

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ Autodeft.com 

5 เรื่องน่าสนใจ