Test Drive: รีวิว ทดลองขับ New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT เพิ่มอุปกรณ์ เครื่องตอบสนองดี มีดิสก์เบรกหลังสักที

ถอยหลังไปเมื่อปี 2018 กับการกำเนิดใหม่ของรถ PPV ตัวใหม่อย่าง Nissan Terra ในประเทศไทย ทั้งที่ค่ายอื่นเขาเริ่มต้นกันไปนานแล้ว ทำให้หลายคนมักจะยัดฉายาให้กับค่ายนิสสันกันอย่างแพร่หลายว่า “เจ้าพอตลาดวาย” เนื่องจากมักจะเอารถที่ตัวเองมีอยู่ในตลาดโลก เข้ามาประเทศไทยช้าอยู่เสมอนั่นเอง แถมการเอาเข้ามายังไม่โดดเด่นเหนือคนอื่น หนำซ้ำบางอย่างยังด้อยกว่าคนอื่นด้วยซ้ำ อย่างตัวดิสก์เบรกหลังก็ไม่มี จะเอาอะไรไปสู่กับเขาได้

New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT

แต่เมื่อมาถึงยุคนี้มันต่างออกไปแล้ว กับการที่บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ผู้บริหารใหม่เป็นคนญี่ปุ่นอีกครั้งที่ดูแลตลาดรถยนต์ในเมืองไทยอย่างคุณ อิซาโอะ เซคิกุจิ มาเป็นหัวเรือใหญ่ให้กับฝั่งประเทศไทย เลยทำให้ตอนนี้เรื่องการเป็นเจ้าพ่อตลาดวายคงไม่เป็นอย่างนั้นแล้ว เพราะจะเห็นได้เลยว่า อย่างรถอเนกประสงค์ PPV อย่าง Nissan Terra ที่เปิดตัวในรูปแบบปรับหน้าใหม่แบบ Big Minor Change ไปได้ไม่นาน ประเทศไทยก็มีโอกาสได้สัมผัสกันแล้ว อย่างนี้ถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมอย่างมาก

New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT
New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT

และด้วยความรวดเร็ว ผมในฐานะสื่อมวลชนด้านยานยนต์ ก็ได้รับหมายเชิญมาจากทางนิสสันให้ไปร่วมทดสอบ New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT ใหม่กันแบบเต็มที่ ให้เวลามา 1 วัน จะเอาไปทดสอบอะไรก็ได้ ผมรีบตอบรับทันทีแล้วก็เริ่มวางแผนว่า ใน 1 วันผมจะทดสอบอะไรให้ทุกคนได้ทราบได้บ้างว่า การเปลี่ยนแปลงใหม่ครั้งนี้ มีดีอะไรบ้างที่เพิ่มเข้ามา และจะตอบข้อสงสัยในการซื้อรถสักคันของทุกคนที่สนใจได้อย่างไรให้ครบถ้วนมากที่สุด

New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT
New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT

ว่าแล้ว เราก็มาเริ่มทำความรู้จัก กับข้อมูลของ New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT กันก่อนเลยดีกว่าครับ โดยรถใหม่คันนี้เป็นรูปแบบอเนกประสงค์ PPV (Pick-Up Passenger Vehicle) หรือถ้าจะเรียกให้เหมือนกับตลาดโลก ก็ต้องเรียกเป็น SUV (Sport utility vehicle) ก็ได้ไม่ว่ากัน แน่นอนว่าโครงสร้างจะมาจากรถกระบะในค่ายอย่าง Nissan Navara แต่ทำมาในสไตล์อเนกประสงค์แบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง ใช้เครื่องยนต์รหัสเดิมคือ YS23DDTT เชื้อเพลิงดีเซล ความจุกระบอกสูบ 2.3 ลิตร ทวินเทอร์โบ ให้กำลังได้แรงสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร รองรับน้ำมันดีเซลทั้ง B7, B10 และ B20 ขับเคลื่อนด้วยเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Part-Time มีปุ่มหมุนเปลี่ยนได้ด้วยระบบ Shift-on-the-fly ง่ายดายกับการเปลี่ยนจากขับ 2 ไปขับ 4 (แต่เปลี่ยนจาก 4H ไป 4L ก็ต้องจอดใส่เกียร์ว่างเหมือนเดิมนะ)

New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT
New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT

ช่วงล่างของ New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT ที่ขึ้นชื่อเรื่องนุ่มหนึบมาตั้งแต่รอบก่อน ก็ยังยึดมั่นเหมือนเดิม โดยข้างหน้ามาในแบบอิสระปีกนกคู่ พร้อมคอยล์สปริง และเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังนี่ใช้แบบ5 ลิ้งค์ (5-Link) พร้อมคอยล์สปริงเลย ซึ่งตัวนี้ดีจริงตั้งแต่ตัวแรกแล้ว ล้อนั้นใส่มาเป็นขนาด 18 นิ้ว กับแม็กซ์อัลลอยลายใบพัด 6 แฉก 2 โทนสีดำ-เงิน รัดมาด้วยยางขนาด 255/60 R18 ของ Bridgestone และสิ่งที่มาแล้วเสียที ก็คือระบบห้ามล้อด้านหลังแบบดิสก์เบรก ขนาด ขนาด 330 มม. (น้ำตาจะไหล) และแน่นอนว่าด้านหน้าก็เป็นดิสก์เบรกเช่นกัน แต่รอบนี้ใส่ขนาดใหญ่ขึ้นจากเดิม ขนาด 296 มม. ให้กลายเป็นขนาด 350 มม.

New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT
New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT

มิติของตัวรถนั้น กว้างขวางไม่แพ้ใคร โดยมีสัดส่วนที่ ยาว 4,890 มม. กว้าง 1,865 มม. และสูง 1,865 มม. ระยะฐานล้อ 2,850 มม. ระยะความสูงใต้ท้องรถ 225 มม. มารอบนี้ใหญ่กว่าตัวเก่าอีก รวมทั้งหน้าตาก็ปรับเปลี่ยนไปอีกเพียบ ทั้งตัวกระจังหน้าที่มีขนาดใหญ่มากกว่าเดิม เพิ่มส่วนที่เป็นโครเมียมให้เยอะขึ้นอีก 3.5 เท่า เอาตรง ๆ นะ เพิ่มโครเมียมเนี่ย ไม่ได้ถูกใจผมสักเท่าไหร่นะ มันดูแวววาวออกแนวตะวันออกกลางไปนิด เพิ่มชายกันชนล่างเป็นลักษณะกันกระแทกสีเทาเข้ามาเพิ่ม ทำให้ดูบึกบึนสายลุยเอาเรื่อง ใส่กรอบไฟตัดหมอกให้ดูเป็นแนวตั้ง เออ ดูดีขึ้น แน่นอนว่าตัวดวงไฟก็เป็นแบบ LED ส่วนไฟหน้านั้นยกใหม่หมดทั้งโคม รอบนี้ใจป้ำใส่ไฟหน้าแบบ Quad LED มาให้เลย มีไฟใหม่ส่องสว่างด้วยไฟ LED ถึง 4 ดวง มีเส้น Daytime Running Light วิ่งตามขอบแบบ LED ที่ให้ความชัดเจนขึ้น รูปทรงมีความเพรียวมากกว่าเดิม ไฟหน้าเปิด-ปิด ปรับต่ำ-สูง ได้อัตโนมัติ แถมมาด้วยระบบ Follow-me-home ที่จะเปิดไฟค้างไว้สักครู่หลังเราปิดประตูล๊อกรถ ส่งความสว่างให้เราเดินเข้าบ้านได้ชัดเจน และที่สำคัญ ทางนิสสันยังเคลมอีกว่า ไฟหน้าชุดใหม่นี้ สามารถสร้างความสว่างได้มากกว่าโคมชุดเก่ามากถึง 34% เลยนะ

New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT
New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT

ขยับมาด้านข้าง นอกจากล้อแม็กซ์ใหม่กับดิสก์เบรกหลังแล้ว ก็ไม่มีอะไรมากมาย กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ มีมือจับประตูเป็นสีโครเมียม (อีกแล้ว) ข้ามไปด้านหลังเลยละกัน โดยชุดไฟท้ายใหม่ก็ถูกเปลี่ยนยกชุดเช่นกัน รอบนี้ไฟเบรกใส่มีเป็นไฟ LED เลย แถมยังมีเส้น LED Light Guiding ตีเป็นเส้นตัดขอบบนล่างให้ดูสวยงาม รูปทรงดูเรียวงามมากกว่าเดิม สปอยเลอร์หลังออกแบบใหม่ให้ดูสวยกว่าเดิม รวมทั้งตรา Terra ตรงกลางนั้น จากเดิมเป็นตัวอักษรอยู่บนแถบโครเมียม รอบนี้เอามาแปะบนตัวสีรถเลย สวยกว่าเดิมอีก ส่วนที่เปลี่ยนไปอีกอย่างคือเสาอากาศ รอบนี้ใส่มาเป็นครีบฉลามแล้ว เย้

New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT
New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT

ขยับเข้าไปด้านในหน่อย รอบนี้นิสสันเอาจริงมากกับความสะดวกสบายของภายใน โดยใน New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT นั้นใส่อะไรใหม่ ๆ มาเพียบเลย เริ่มจากเบาะหนังภายใน ที่มาพร้อม 2 โทน สีเบจตัดดำดูสว่าง (ผมได้สีขาวมารีวิว ภายในเลยเป็นสีเบจ-ดำ) ซึ่งตัวเบาะไม่ได้มาแต่แบบเรียบ ๆ อย่างเดียวอีกแล้ว รอบนี้มีใส่ลายแบบมี Texture ลูบแล้วจั๊กจี๋มือเข้ามาเพิ่มด้วย นอกจากนี้ยังเพิ่มพื้นที่สัมผัสแบบ Soft Touch เข้าไปอีกหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นแผงคอนโซล แผงประตู ที่วางแขนตรงกลาง ข้างขา เป็นต้น พวงมาลัยก็มาด้วยทรงใหม่ จากเดิมเป็นวงกลมก็เปลี่ยนเป็น D-Shape ท้ายตัด มีก้านที่เรียวลง แต่ยังคงมีปุ่ม Multi-Function ไว้ให้ใช้งานได้สะดวกเช่นเคย เสียดายที่ปรับระดับได้แค่ขึ้นลงเท่านั้น ปรับเข้าออกไม่ได้ (ทำไมอ่ะ) หน้าปัดข้อมูลการขับขี่ก็เปลี่ยนใหม่ ปรับในส่วนของหน้าจอ LCD จากเดิม 5 นิ้วให้กลายเป็น 7 นิ้ว เห็นชัดเจนมากขึ้น และวงเข็มที่ด้านซ้ายเป็นเข็มวัดรอบเครื่อง กับด้านขวาที่เป็นความเร็วก็ดูดีขึ้นเยอะเลย แอร์เป็นระบบอัตโนมัติแยกโซนซ้าย-ขวา ส่วนด้านหลังปรับความเย็นไม่ได้ แต่มีสวิตช์แบบหมุนเพื่อปรับแรงลมได้ ซึ่งจะมีสวิตช์ที่ควบคุมเปิด-ปิดการใช้งานที่ด้านหน้า

New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT
New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT

ส่วนหน้าจอนั้น ใส่มาเป็นแบบระบบสัมผัสขนาด 9 นิ้ว ที่มีความละเอียดเพิ่มขึ้น เป็นระดับ WXGA (1024x768) จะว่าชัดขึ้นไหม ก็ชัดขึ้นนะ แต่ทำไมผมถึงรู้สึกว่ากล้องหลังกับหน้ารถมันไม่ค่อยชัดเท่าไหร่หว่า ส่วน UI นั้นบ้านมาก ไม่สวยเท่าไหร่ แต่ก็ใช้งานได้สะดวกดี แต่สิ่งดีงามของหน้าจอชุดนี้คือการรองรับ Android Auto และ Apple CarPlay ที่ถูกใจที่สุดของคนใช้ iPhone คือการที่รองรับ Apple CarPlay แบบไร้สายด้วย ดีงาม แถมด้านล่างมีช่อง Wireless Charge ไว้ให้ใช้งานอีกด้วย เอาเป็นว่าไม่ต้องใช้สายชาร์จ ก็ใช้งานได้สะดวกสบายสุด ๆ ถึงแม้ว่าหน้าจอจะมี Navigator ไว้ให้ใช้งานอยู่แล้ว แต่ผมเชื่อว่าถ้าเลือกกันได้ เกือบทุกคนอยากใช้ Google Maps มากกว่าแน่นอน หน้าจอชุดนี้แพคมาพร้อมกับเครื่องเสียงระดับดีจาก Bose ลำโพง 8 ตำแหน่งพร้อม Amplifier ที่เสียงโคตรดี ดีจนแบบอยากไปนอนฟังเพลง ดูหนังด้านหลังมากกว่าขับเอง

New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT
New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT

ด้านหลังของ New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT คือไฮไลท์ของผมในรอบนี้เลย เพราะนอกจากเบาะแถว 2 ที่พับได้แบบ 60:40 และแถว 3 ที่พับได้แบบ 50:50 แถว 2 ยังมีระบบที่นิสสันเรียกว่า  Auto Tumble Seat ที่สามารถพับเบาะได้ด้วย 1-Touch Remote Fold & Tumble Seats อีกด้วย แหม อะไรมันจะสะดวกขนาดนั้น มองภาพว่าเป็นปุ่มเปิดประตูไฟฟ้าเหมือนรถตู้ แต่เปลี่ยนมาเป็นการพับเบาะแถว 2 เพื่อให้คนเข้าหรือออกจากแถวที่ 3 ได้ง่ายขึ้นนั่นเอง แต่มันพับกลับตำแหน่งเดิมไม่ได้นะ ต้องพับเอง

New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT
New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT

อีกอุปกรณ์ที่ถูกใจคนมีครอบครัวอย่างผมเป็นอย่างมาก ก็คือหน้าจอกลางรถขนาด 11 นิ้ว ซึ่งมันจะธรรมดามากถ้ามันไม่มีอุปกรณ์เสริมอย่าง Mi TV Stick ที่เปลี่ยนหน้าจอธรรมดาให้กลายเป็น Android TV ในทันที โดยสามารถเสียบเชื่อมต่อได้จากช่อง HDMI กับช่อง USB ที่อยู่ข้างที่นั่งในแถว 3 ได้ทันที เชื่อมต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ตจาก Wi-Fi Hotspot จากมือถือ คราวนี้จะดูอะไรล่ะ Netflix, Disney+ Hotstar, VIU, YouTube หรือแอพ Streaming อื่น ๆ ที่หาดาวน์โหลดบน Play Store ได้ บวกกับเครื่องเสียงที่ให้เสียงกระหึ่ม นี่คือความสุขใจของคนนั่งหลังจริง ๆ

New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT
New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT

ส่วนอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและความปลอดภัย เรียงใส่ลิสก์ได้ตามนี้เลยครับ

  • เทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitor – IAVM)
  • เทคโนโลยีเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนอัจฉริยะ (Intelligent Forward Collision Warning - IFCW)
  • เทคโนโลยีช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ (Intelligent Emergency Braking – IEB)
  • เทคโนโลยีเตือนรถในมุมอับสายตา (Blind Spot Warning - BSW)
  • เทคโนโลยีตรวจจับวัตถุด้านหลังขณะถอย (Rear Cross Traffic Alert – RCTA)
  • เทคโนโลยีเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง (Lane Departure Warning - LDW)
  • เทคโนโลยีเตือนผู้ขับขี่เมื่อรู้สึกถึงการขาดสมาธิหรือเหนื่อยล้า(Intelligent Driver Alertness - IDA)
  • เทคโนโลยีช่วยออกตัวบนทางลาดชัน Hill Start Assist (HSA)
  • เทคโนโลยีควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน Hill Descent Control (HDC)
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี Traction Control (TCS)
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัจฉริยะ Vehicle Dynamic Control (VDC)
  • ระบบเบรก ABS, EBD
  • ระบบป้องกันการลื่นไถล Brake Limited Slip Differential B-LSD
  • ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง
  • กระจกมองหลัง Intelligent Rear View Mirror (IRVM)
  • เบรกมือไฟฟ้า
  • ประตูท้ายไฟฟ้า พร้อมระบบ Auto Lift Gate
New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT
New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT

เอาล่ะ ข้อมูลน่าจะครบถ้วนแล้ว เรามาเดินทางเพื่อรีวิว ทดสอบการใช้งาน New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT กันเลยดีกว่าครับ เรามาเริ่มกันที่เบาะนั่งกันก่อนเลยครับ ผมว่าการออกแบบให้เบาะมันมี Texture ทำให้เวลานั่งแล้วรู้สึกได้เลยว่านั่งแล้วไม่ไหลไปตามแรงเหวี่ยงของตัวรถเลยครับ เหมือนมีความฝืดดึงเราไว้อยู่ อันนี้ผมชอบเลยนะ ที่นั่งก็กว้างขวางนั่งสบาย และรอบนี้มีเบรกมือไฟฟ้ามาให้แล้ว แต่งงว่าทำไมไม่ยอมให้ Auto Hold มาด้วยนะ ปกติแล้ว 2 อย่างนี้มักจะแพคมาคู่กันเสมอ แต่รอบนี้มาเดี่ยว อีกสิ่งหนึ่งที่ขัดใจเล็กน้อย ก็คือมือจับขึ้นรถฝั่งคนขับนี่แหล่ะ ทำไมไม่ใส่มาให้ด้วยนะ เหยียบแต่บันไดเพื่อขึ้นรถก็เสียวจะลื่น ต้องระวังตัวน่าดู ปรับรอบหน้าใส่มาให้หน่อยเนอะ

New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT
New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT

ถึงแม้ว่ารอบนี้ทางนิสสันจะใส่เครื่องยนต์มาเป็นตัวเดิมเป๊ะ กำลังเท่าเดิม แต่เขาบอกว่าได้มีการปรับการตอบสนองในช่วงต้นให้ดีขึ้นมากกว่าเดิม เออว่ะ มันก็สัมผัสได้จริง ๆ เพราะแค่แตะคันเร่งลงไป รถก็วิ่งออกตัวได้แบบกระฉับกระเฉงแล้ว รู้สึกทันใจดีมากเหมือนกัน เวลาต้องการเปลี่ยนเลนช่วงใช้ในเมือง ทำให้เราทำได้ตามใจนึก เอาล่ะถึงแม้ว่าพอหลุดช่วงต้นไปช่วงกลางจะเริ่มแผ่วแต่ไหลยาวไปจนเร็วปลายได้ แต่ผมว่าได้เท่านี้ก็ทำให้ขับสนุกมากขึ้นกับช่วงภายในดเมืองแล้ว บวกกับการปรับอัตราทดใหม่ของพวงมาลัยให้มากขึ้น ทำให้เราสามารถหมุนพวงมาลัยน้อยลงถึง 12% อย่าคิดว่าน้อยนะครับ มันช่วยให้ช่วงที่เราอยากหันพวงมาลัยจะทำได้ง่ายและเร็วขึ้น แบบนี้ถูกใจผมจริง ๆ

New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT
New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT

อีกเรื่องที่ต้องเอ่ยปากชม ก็คือเรื่องการเก็บเสียงที่ทำได้ดีกว่าตัวเก่าพอตัว เพราะใน New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT จะมีการใช้โครงสร้างแบบ Body on Frame เหล็กกล้าชิ้นเดียวตลอดคัน พร้อมยางกันกระแทกที่ติดตั้งระหว่างตัวถังและแชสซีส์มากถึง 10 จุด มีการติดตั้งฉนวนกันเสียงรบกวนทั่วทั้งโครงสร้างของรถ แถมกระจกหน้าและกระจกข้างด้านหน้าทั้ง 3 บาน ยังใช้กระจก Acoustic Glass อีก ทำให้รู้สึกได้เลยว่าเงียบกว่าเดิม ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงความเร็วต่ำหรือความเร็วสูงก็ตาม อันนี้เป็นอีกจุดที่ผมถูกใจมาก ๆ

New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT
New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT

ความเพลิดเพลินอื่น ๆ ทั้งระบบเครื่องเสียง Bose อันทรงพลัง, หน้าจอ 9 นิ้วรองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay แบบไร้สาย, ช่องชาร์จไร้สาย อะไรพวกนี้ มันคือสิ่งดีงามในการใช้งานรถอเนกประสงค์ PPV คันนี้เหลือเกิน ส่วนหน้าจอหลังขนาด 11 นิ้วนี่ ก็อยากจะไปบันเทิงเริงรมย์บ้างนะ แต่ทำไม่ได้เพราะต้องใช้เวลาให้คุ้มค่ามากที่สุด (อยากให้ใครมาขับให้บ้างจัง) ส่วนความนุ่มนวลนั้น ช่วงล่างด้านหลังแบบ 5 Links ก็ไว้ใจได้ ให้ความนุ่มนวลระดับ Top ของรถในกลุ่มเดียวกัน มันอาจจะสู่ในกลุ่ม SUV ที่ใช้พื้นฐานต่างจาก PPV ไม่ได้ แต่ผมก็ถือว่า ให้ความนุ่มนวลอยู่ในระดับใกล้เคียงเลย การเกาะถนน ความนิ่งในช่วงเร็วสูง เป็นข้อเด่นของ Nissan Terra ตั้งแต่ตัวก่อนแล้ว มารอบนี้ก็ทำได้ดีเหมือนเดิม เลยไม่มีอะไรให้วิจารณ์มาก การเข้าโค้งเกาะดี แต่อาจจะมีแรงโยนด้านท้ายเล็กน้อย แต่ก็เป็นตามสไตล์ของรถท้ายสูงอยู่แล้ว เอาเป็นว่าอย่าไปซ่าเข้าโค้งเร็วจนเกินไป รับรองว่ารถคันนี้เอาอยู่แน่นอน

New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT
New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT

แต่สิ่งที่รู้สึกเปลี่ยนไป ก็คือเรื่องพวงมาลัยในช่วงความเร็วสูงนี่แหล่ะ ที่ผมรู้สึกได้ว่ามันออกไปทางเบาเกินไปนิด จากการสอบถามทางวิศวกรมา ก็ได้เหตุผลมาว่า อยากให้มีความเบามากขึ้นในช่วงความเร็วต่ำ เนื่องจากตัวก่อนได้รับการบ่นมาบ้างเรื่องที่ความเร็วต่ำแล้วน้ำหนักพวงมาลัยมันเยอะไปหน่อย เมื่อยในการขับ รอบนี้เขาเลยปรับให้เบาลง เลยส่งผลให้ความเร็วสูงพวงมาลัยเลยเบา เอาล่ะพอเข้าใจ เพราะพวงมาลัยแบบไฮดรอลิกมันปรับน้ำหนักไม่ได้เหมือนพวงมาลัยไฟฟ้า แต่ถ้าปรับน้ำหนักเพิ่มอีกนิด จะดีสุด ๆ เลย

New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT
New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT

ส่วนกระจกมองหลัง Intelligent Rear View Mirror (IRVM) ที่เราสามารถเลือกได้ว่าจะดูแบบกระจกสะท้อน หรือใช้เป็นจอแสดงผลจากกล้องด้านหลังก็ได้ ผมน่ะชอบตั้งแต่ตัวก่อนแล้ว แต่มันยังไม่ชัดเท่าตัวนี้ ผมว่าน่าจะใช้ชุดเดียวกับที่ติดลงบน Nissan Kicks e-POWER แหล่ะ ผมน่ะชอบมาก แต่ใครใช้ ช่วงแรกคงต้องปรับความรู้สึกกันเล็กน้อย เพราะระยะมันจะเปลี่ยนไปเยอะเลย เรียกได้ว่าหายไปทั้งคัน อยู่ดี ๆ ก็เห็นถึงกระจกหลังเลย รถมันเลยดูใกล้กว่าที่เคย ใช้แรก ๆ มันก็จะตกใจหน่อย 555

New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT
New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT

ส่วนระบบความปลอดภัยผมว่าเขาให้มาครบถ้วนเลยนะ ทั้ง BSW, RCTA, LDW, Hill Start Assist, Hill Descent Control, TCS, VDC, ABS, EBD อะไรพวกนี้เยอะแยะไปหมด ซึ่งการใช้งานก็แบบทั่ว ๆ ไป เตือนนั่นเตือนนี่ ขอข้ามไปแล้วกันครับ แต่มีอยู่ตัวหนึ่งที่อยากจะพูดถึงก็คือระบบ เตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนอัจฉริยะ หรือเรียกง่าย ๆ ว่า IFCW ซึ่งโดยทั่วไป ระบบจะทำการตรวจจับวัตถุ ซึ่งก็หมายถึงรถที่อยู่ข้างหน้าเรานั่นเอง แต่กับบน New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT มันจะต่างออกไปครับ เพราะบนรถยนต์ใหม่คันนี้จะใช้เรดาห์ด้านหน้านี่แหล่ะ ทำการตรวจจับข้ามเพิ่มไปอีก 1 คัน นั่นหมายความว่าจะได้ความเร็วในการเตือนมากกว่าทั่วไป ลองนึกภาพตามว่า สมมุติเราวิ่งตามมกันมากันเป็นขบวน รถ 2 คันข้างหน้าเราดันเบรกฉุกเฉิน รถคันข้างหน้าเราเห็นแล้วแต่ดันไม่เลือกวิธีเบรก  ดันใช้ความเร็วเท่าเดิมแล้วหักออกหนีคันด้านหน้า เราในฐานะรถที่ตามมา ต่อให้มีระบบเตือนก็คงไม่ทัน มีโอกาสจิ้มท้ายสูงมากเลย แต่ระบบนี้จะช่วยให้เรารู้ได้ว่า เฮ้ย ไอ้คันข้างหน้ามันเบรกว่ะ ถ้าไม่เตือนต้องทิ่มท้ายแน่นอน ระบบก็จะเตือนในทันที เท่านั้นยังไม่พอ ถ้าเตือนแล้วในจังหวะนั้นเท้าเราไม่แตะเบรก ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ IEB ก็จะเข้ามาช่วยเบรกก่อนในทันที ไม่ได้เบรกหยุดนะ แต่ช่วยเบรกก่อนในจังหวะแรก สุดท้ายเราก็ต้องเบรกรถด้วยตัวเองอยู่ดี เพียงแต่ว่ามันจะลดความเสียหายให้น้อยลงได้เยอะเลย

New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT

ขยับมาที่การทดสอบ 0-100 กันบ้างดีกว่า รอบนี้เช่นเคยครับกับการใช้แอพ iBolid 0-100 บน iPhone 11 ทำการทดสอบ 3 รอบ ได้เวลามาดังนี้ครับ

ครั้งที่ 1 - 12.28 วินาที

ครั้งที่ 2 - 11.58 วินาที

ครั้งที่ 3 - 12.31 วินาที

เฉลี่ย - 12.05 วินาที

เอาจริงนะ ถ้ารถไซส์นี้ น้ำหนักมากขนาดนี้ ทำอัตราเร่ง 0-100 ได้ในระดับ 12 วินาทีได้เนี่ย ก็ไม่ธรรมดานะ เอาเป็นว่าพอจะแข่งกับรถเก๋งได้เลย แต่อย่าลืมว่ารถคันนี้เน้นการออกแบบมาเพื่อให้ใช้งานในครอบครัวนะ พุ่งได้ขนาดนี้ก็เยี่ยมแล้ว

New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT

มาถึงเรื่องสุดท้ายกับอัตราประหยัดน้ำมันกันบ้าง ผมลองเอาวิ่งในเมืองนะ จากแถวนิมิตใหม่วิ่งผ่านเส้นคู้บอน ก่อนจะตียาวผ่านรามอินทราแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าพหลโยธินผ่านทางหน้าเมเจอร์รัชโยธิน จากนั้นไปเจอ 5 แยกลาดพร้าวก็เลี้ยวซ้ายยิงตรงยาวเข้าเสรีไทย ก่อนที่จะเปลี่ยนไปออกเส้นรามคำแหง เลี้ยวขวาไปจบการทดสอบที่แยกร่มเกล้า มีทั้งวิ่งช้า วิ่งคล่องตัว รถติดประมาณหนึ่ง โดยเฉพาะในลาดพร้าววันนั้นมีจอดนิ่งหลายจุดเหมือนกัน ได้ระยะทางมา 54 กิโลเมตร ได้อัตราประหยัดออกมาที่ 10.4 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งถือว่าเป็นอัตราที่ใช้ได้เลยนะ รถไซส์นี้ได้เกิน 10 กิโลเมตร/ลิตร ผมถือว่าโอเคเลย

New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT

ต่อมากับการทดสอบขับนอกเมืองดูบ้าง เช่นเคยครับ ผมก็ขับวน ๆ แถวเส้น Motorway ไปมา ได้มาประมาณ 65.6 กิโลเมตร ด้วยความเร็วช่วง 100-120 กม./ชม. ไหลได้เรื่อย ๆ มีบ้างที่ต่ำกว่านี้ ก็ช่วงมีรถเยอะเล็กน้อย 2-3 รอบ กับช่วงต้นและปลายการทดสอบ พยายามให้เหมือนขับไปต่างจังหวัดจริง ได้ตัวเลขออกมาที่ 12.8 กิโลเมตร/ลิตร ส่วนตัวผมคิดว่าน้อยไปนิดนึง ใจอยากเห็นเกิน 13 ขึ้นไปน่าจะดีกว่านี้ ขนาดเดินทางคนเดียวไม่มีสัมภาระนะ ถ้าขนครอบครัวมาด้วย ก็ต้องลดลงไปอีกนะ

New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT
New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT

สรุป 1 วันที่ได้อยู่ด้วยกัน ผมได้ข้อสรุปในการขับขี่ New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT ว่าชอบ-ไม่ชอบได้ดังนี้ครับ

ชอบ

  • เครื่องเสียง ระบบความบันเทิงยืนหนึ่ง เสียงดีมาก หน้าจอกลางคือความดีงามของคนมีครอบครับ ซื้อแล้วแถม Mi Stick TV มาด้วยนี่แหล่ะคือความดีงาม
  • พวงมาลัยหมุนน้อยลง ขับในเมืองสนุกขึ้น มุดช่องง่ายกว่าเดิม
  • เก็บเสียงดีขึ้น สบายหูดี
  • อัตราเร่งช่วงต้นดีขึ้น ตอบสนองไวดี

ไม่ชอบ

  • พวงมาลัยเบาไปหน่อยช่วงวิ่งทางไกล
  • อุปกรณ์บางอย่างไม่ยอมให้มาให้ครบ อย่าง Auto Hold หรือ Adaptive Cruise Control
New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT
New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT

New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT รอบนี้ประกาศราคามาอยู่ในระดับที่รับได้เลย กับราคา 1,499,000 บาท เมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาดแล้วถือว่าสู้ได้เลย ถ้าใครที่กำลังมองหารถเพื่อใช้บริการครอบครัว มีอุปกรณ์ที่ตอบสนองคนมีลูกเล็กได้อย่างดี รถลุยได้หลากหลายสถานการณ์ พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับครอบครัว มีระบบความปลอดภัยที่ปกป้องได้รอบด้านแบบ 360 องศาตามที่นิสสันบอกเอาไว้ ผมว่าราคานี้คุ้มมาก ยืนยันได้จากตัวผมเองที่มีครอบครัวแบบลูกสาววัยรุ่นกับวัยประถม นี่คือรถสำหรับการเดินทางไปหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับเด็ก ๆ ที่สุดเลย

New Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT

ทดสอบและเรียบเรียงโดย EARTHPARK02

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ Autodeft.com 

5 เรื่องน่าสนใจ