เลือกล้อใหม่ ถูกต้องและถูกใจ ..ต้องเข้าใจก่อนจ่ายเงิน

  • โดย : Autodeft
  • 14 เม.ย. 59
  • 138,835 อ่าน

ทุกวันนี้เราคงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าการแต่งรถ เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่หลายคนทำ และในการตางรถอันดับแรกๆ ที่หลายคนคิดถึงคงไม่พ้นการเปลี่ยนล้อใหม่ ให้สวยงามมากขึ้น ทั้งที่ความจริงเรื่องของล้อและยางมีความสำคัญมากกว่าที่คิด

การเลือกล้อแม็กใหม่

การเลือกผิด ...คิดจนตัวตาย ....เป็นเรื่องที่นักแต่งรถเข็ดขยาดและเจอมาแล้วนักต่อนัก มันคือความผิดพลาดที่ยากจะแก้ไขเมื่อคุณจ่ายเงินไปแล้ว หลายคนหลงเชื่อโฆษณาที่แลดูมีความรู้ หรือหลงเชื่อกูรูประจำคลับ ที่อาจจะไม่ได้มีความรู้มากกว่าคุณ เพียงแค่เขามีอายุมากกว่า พูดจาน่าเชื่อถือเท่านั้น  ซึ่งวันนี้หากคุณมีโครงการจะเปลี่ยนล้อใหม่ ได้เวลาแล้วที่จะรู้เรื่องล้อและยางอย่างแท้จริง...และเข้าใจก่อนจะตัดสินใจอะไรลงไป

การเปลี่ยนล้อและยางอาจแลเป็นเรื่องง่ายๆ แต่มันมีความสำคัญมากกว่าที่หลายคนคิดเสียอีก ด้วยการเปลี่ยนล้อและยางมีผลโดยตรงต่อการวิศวกรรมระบบกันสะเทือนที่อาจจะต้องทำงานหนักขึ้น โดยเฉพาะ ตัวลูกปืนล้อ และลูกหมากต่างๆ ของช่วงล่าง ทำให้เรื่องง่ายๆ ดูเผินๆ อาจจะไม่หมูอย่างที่หลายคนคิด

การแต่งรถต้องอาศัยความเข้าใจ ผมพูดให้เพื่อนๆ ฟังเสมอว่า มันเป็นเรื่องสำคัญมาก รถยนต์หนึ่งคันไม่ได้ถูกผลิตโดยช่างหนึ่งคน แต่ถูกผลิตภายใต้ความคิดของวิศวกรยานยนต์นับสิบคนจนกลายมาเป็นรถยนต์ให้คุณขับใช้งาน การจะแต่งรถต้องมีความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ไม่ใช่ฟังมาเขาเล่าว่าเท่านั้น

ก่อนจะไปร้านล้อแม็ก จำไว้ว่า คุณต้องมีข้อมูลปัจจุบันของล้อที่คุณใช้เสียก่อน มันสำคัญมากที่คุณจะต้องไปตอบคำถามร้านยางถ้าเขาเกิดถาม จะบอกพ่อค้าได้ทันทีว่า คุณเป็นลูกค้าทั่วไป หรือคุณเป็นลูกค้าที่มีความรู้ความเข้าใจกันแน่ การมีความรู้อย่างถูกต้องเป็นเรื่องจำเป็นอย่างมาก เริ่มจาก ขนาดล้อและยางของคุณใช้ในปัจจุบัน สามารถหาข้อมูลได้จากโบว์ชัวร์รถของคุณ หรือคุณอาจจะดูที่แก้มยางรถยนต์ของคุณเองว่า มันมีขนาดเท่าไรกันแน่

การเลือกล้อแม็กใหม่

วิธีการอ่านขนาดล้อและขนาดยาง คุณต้องหาชุดตัวเลข ซึ่งจะเขียนไว้บนยาง เช่น   175/65/R14  แทนความหมายว่า รถของคุณใช้ยางหน้ากว้าง  175  มม. สูง 65% ของหน้ายางผิวสัมผัส สวมบนล้อขนาดหรือขอบ  14   นิ้ว  นอกจากนี้ควรดูลักษณะรูร้อยน๊อต หรือ bolt circle diameter (BCD)  หลายครั้ง ฝรั่งเรียกมันว่า pitch circle diameter (PCD)ว่า รถคุณมีลักษณะอย่างไร

การตรวจสอบรู้น็อต เริ่มจากจำนวนน็อตล้อในแต่ละล้อ ว่ามีจำนวนเท่าไร ต่อจากนั้นต้องรู้ความกว้างของเกลียวน๊อตล้อ โดยคุณจำเป็นต้องถอดล้อออกมาวัดขนาดเกลียวที่ถูกต้อง โดยใช้เครื่องมือวัด “เวอร์เนีย” แต่ถ้ากำลังคิดว่ามันจะยุ่งยากไปไหม ...ก็ไปถามจากร้านค้าขายล้อแม็ก เขาก็พอจะมีข้อมูลอยู่บ้าง และโดยมากผู้ผลิตรถยนต์แต่ละยี่ห้อจะมีมาตรฐานของตัวเอง

เมื่อทราบรายละเอียดล้อเดิมที่ใช้ ได้เวลาเลือกล้อใหม่กันแล้วครับ ...น่าแปลกที่หลายคนสนใจเรื่องความสวยงามมากว่าที่คุณประโยชน์ที่จะได้จากล้อแม็กซ์ เช่น การใส่ยางหน้ากว้างขึ้น ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพในการเบรก และการเกาะถนนมากขึ้น นอกจากนี้ แม็กใหม่ ยังมีผลในการลดความร้อนที่เกิดขึ้นจากการทำงานของวงล้อ ซึ่งส่งผลให้ลดอาการยางระเบิดได้เป็นอย่างดี

หลังจากที่คุณได้ลวดลายที่ถูกใจตามความปรารถนาแล้ว ให้คุณลองอ่านข้อมูลตัวล้อหรือสอบถามพนักงานขายเกี่ยวกับชุดล้อ เริ่มจากขนาดของวงล้อที่มีให้เลือก ปัจจุบันอาจมีวงล้อมากมายหลายขนาด แต่คุณควรสำนึกเอาไว้ว่า ยิ่งคุณใส่ล้อใหญ่ก็จะมีลต่อการเลือกยางที่ขนาดหน้าสัมผัสกว้างขึ้น รวมถึงขอบยางหรือแก้มยางบนชุดล้อก็จะเตี้ยลงไปด้วย ส่งผลให้ยางที่จำเป็นต้องใช้อาจจะมีราคาสูงตามไปด้วย

ยิ่งไปกว่านั้นล้อที่มีขนาดใหญ่และยางที่มีแก้มเตี้ยจะส่งผลต่อความแข็งกระด้างของตัวรถอย่างมาก เนื่องจากยางแก้มเตี้ยจะซับแรงกระแทกจากพื้นถนนได้น้อยกว่า ทำให้คุณภาพในการโดยสารลดลง กลับกันคุณจะได้การเกาะถนนและการเข้าโค้งดีขึ้น การเบรกดีขึ้น และแน่นอนรถดูสวยถูกใจขาซิ่งทั้งหลาย

การพิจารณาว่ารถคุณเหมาะกับแม็กขนาดอะไร มันเป็นการตัดสินใจของแต่ละคน ตามความต้องการและทุนทรัพย์ แต่นอกจากขนาดล้อแล้ว ขนาดความกว้างล้อก็เป็นสิ่งสำคัญที่ควรจะพิจารณา เนื่องจากล้อที่มีหน้ากว้างเกินไป อาจจะส่งผลต่อการใช้งานของคุณเอง

หลายคนสงสัยว่า ทำไมเราไม่ควรเลือกล้อที่มีขนาดหน้ากว้างมากกว่า ทั้งที่เราจ่ายเงินไปเท่าๆกัน ...

ประการแรก เป็นเรื่องของวงเลี้ยวของตัวรถซึ่งอาจจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากคุณใส่ยางกว้างขึ้น ทำให้รัศมีวงเลี้ยวของคุณในการเลี้ยวรถจะต้องเพิ่มขึ้น แม้ในการใช้งานจริงเราอาจจะไม่เห็นว่ามันแตกต่างอย่างชัดเจน หากในการเข้าที่แคบหรือเข้าจอดรถ คุณจะเห็นได้ทันที่ว่าการเปลี่ยนแปลงล้อแม็กที่มีหน้าสัมผัสกว้างทำให้คุณเข้าออกช่องยากขึ้น และนอกจากนี้พวงมาลัยจะมีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้นด้วยเล็กน้อย (ขึ้นอยู่กับขนาดยางที่ใช้) รวมถึงในรถยนต์ที่มีขนาดเล็กบางรุ่น ล้อที่มีขนาดหน้ากว้างเกินไป อาจจะทำให้เมื่อเลี้ยวสุด หรือเกือบสุดจะสีในซุ้มล้อ ....

ต่อมา การใส่ล้อที่มีหน้ากว้างจะส่งผลต่ออัตราประหยัดน้ำมันทันที ด้วยการใช้งานยางที่ต้องมีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อให้พอดีกับล้อแม็ก ไม่มีลักษณะอาการเบ่งยาง (ดึงยางให้ได้ขนาดล้อ ซึ่งส่งผลให้ยางมีประสิทธิภาพการทำงานน้อยลง ) ทำให้หน้าสัมผัสที่เพิ่มขึ้น มันส่งผลต่อการทำงานของเครื่องยนต์ ที่ต้องอาศัยแรงบิดมากขึ้นในการออกตัวหรือผลักชุดล้อให้หมุน จนบางครั้งในรถยนต์ที่มีเครื่องยนต์กำลังไม่มากคุณจะรู้สึกได้ถึงความเชื่องช้าลงของรถที่คุณขับทันที มันอาจจะออกตัวไม่ดีเท่าเดิม หรือเร่งแซงอืดกว่าเดิมก็เป็นไปได้

ขนาดล้อและความกว้างของล้อว่ายากแล้ว เรื่องต่อมาที่คุณต้องคำนึกถึง คือ  offset  ล้อที่คุณจะใช้

มีเว็บไซต์ให้ข้อมูลมากมายเรื่อง  offset   ล้อ แต่หลายคนเข้าใจผิดถนัด พวกเขาคิดว่าพวกเขารู้ แต่ออฟเซทล้อนั้นไม่ง่ายอย่างที่คิดเลย ...

ออฟเซทล้อเป็นค่าที่เกิดจากผู้ผลิตชุดล้อ เพื่อต้องการบอกว่าเมื่อล้อถูกติดตั้งเข้าไปยังรถแล้ว ล้อชุดนั้นหรือวงนั้นจะมีระยะห่างจากหน้าแปลนดุมล้อบนรถกับหน้าแปลนตรงกลางตัวล้อ ตรงจุดกึ่งกลางล้อแม็กห่างกันเพียงใด การให้ค่าดังกล่าวก็เพื่อการติดตั้งล้ออย่างถูกต้อง ที่อาจจะต้องการล้อตามลักษณะแตกต่างกันในแต่ละจุดประสงค์ในการใช้งาน รวมถึงยังมีส่วนเกี่ยวข้องทางเทคนิคด้วย หากคุณติดตั้งออฟเซทล้อผิดอาจจะส่งผลต่อการทำงานของระบบกันสะเทือนและลูกปืนล้ออาจจะมีอายุการใช้งานน้อยลงด้วย

ไม่ว่าคุณจะไปฟังใครพูดเกี่ยวกับค่าออฟเซทล้อที่คุณต้องเลือกมันสำคัญมากที่คุณจะเป็นจะต้องคิดเลือกเองได้ โลกทุกวันนี้มีข้อมูลมากมาย แต่ก็มีข้อมูลที่ไม่ถูกต้องจำนวนมากเช่นกัน

ออฟเซทล้อ ปัจจุบันมี  3  ลักษณะด้วยกัน โดยคุณสามารถตรวจสอบค่าออฟเซทล้อได้บนชุด ล้อ ที่เขียนคำว่า   ET  ซึ่งย่อมาจากภาษาเยอรมันว่า  Einpresstiefe แปลว่า ออฟเซทนั่นแหละ

1. Zero offset   คือ ค่าที่ล้อชุดนั้นไม่มีการเพิ่มค่าหน้าสัมผัสหน้าแปลนแต่อย่างไร ชุดล้อจะถูกติดตั้งพอดีเมื่อสวมล้อเข้าไป โดยมากระยะแบบนี้จะมีหน้าแปลนล้อที่อยู่ตรงกลางครึ่งวงล้อพอดี

2.Positive offset   หรือ ออฟเซทล้อบวก เป็นค่าที่นิยมกันอย่างมากในปัจจุบัน และสร้างความปวดกบาลให้คุณไม่น้อยเมื่อต้องหาล้อที่มีออฟเซทเหมาะกับรถคุณ ค่าออฟเซทบวกเป็นค่าที่พบได้ในล้อสมัยใหม่มากมาย เนื่องจากหน้าแปลนล้อจะถูกผลักออกมาทางด้านนอกซุ้มมากขึ้น ... มันคือลายสวยๆที่คุณเห็น ยิ่งลายยื่นออกมาชัดเท่าไรค่าออฟเซทล้อยิ่งมาขึ้น แต่ในทางกลับกัน ยิ่งออฟเซทล้อบวกมาก มันหมายความว่า ตัวล้อส่วนใหญ่อยู่ในซุ้มมากขึ้น

หลายคนเข้าใจผิดว่ามันเป็นข้อดีเพราะนั่นน่าจะทำให้ให้ระยะห่างระหว่างล้อหรือ Track   ที่วัดจากล้อด้านซ้ายไปขวาเพิ่มมากขึ้น แต่ความจริงแล้ว การที่ล้อยื่นกลับเข้าไปในซุ้มกลับทำให้ระยะห่างระหว่างล้อลดลง และเมื่อบวกกับเรื่องของความกว้างล้อที่ผมพูดถึงก่อนหน้านี้ หากเลือกออฟเซทผิดและล้อมีความกว้างมากเกินไป มันจะเข้าไปสีกับระบบช่วงล่าง ถ้ามันสีกับล้อ ล้อก็จะได้รับความเสียหาย แต่ถ้ามันสีกับยางบางครั้งหายนะอาจจะเกิดกับคุณได้ ในตอนที่คุณขับรถ

ที่สำคัญยิ่งไปกว่า มันอาจจะเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุ ค่าของออฟเซทล้อที่เปลี่ยนไปมีผลต่อการทำงานกับระบบกันสะเทือน โดยเฉพาะกับระบบลูกหมากที่ติดตั้งกับคันชักคันส่งสำหรับเลี้ยว และมีผลต่อการทำงานของมุมระบบกันสะเทือนต่างๆ รวมถึงการทำงานของโช๊คและสปริงด้วย จนอาจจะทำให้บุคลิกเปลี่ยนไปจากเดิม

3. Negative offset   คือ ค่าที่หน้าแปลนล้อติดตั้งอยู่ลึกลงไปในล้อมากกว่าปกติ ซึ่งโดยมากล้อแม็กแบบนี้จะพบได้ถูกเรียกว่า   Deep Dish  โดยลายล้อมักจะมีลึกษระเป็นก้านยก หรืออยู่ลึกลงไปกว่าปกติ ข้อดีคือ ล้อจะยื่นออกมาทางด้านนอกมากขึ้นทำให้คุณได้ระยะห่างระหว่างล้อมากขึ้นกว่าเดิม แต่เช่นเดียวกันก็ทำให้คุณอาจค้นพบว่าล้อจะยื่นออกมาจากซุ้มมากกว่าปกติ ส่วนเรื่องการเอียงที่เกิดขึ้นนั้นมาจากค่ามุมต่างๆของระบบช่วงล่าง ไม่ได้มาจากตัวล้อ

รูปแสดงรถที่ใส่ล้อ  Negative offset ในต่างประเทศ

ดังนั้นถ้าคุณกำลังตัดสินใจว่าออฟเซทล้อแบบไหนเหมาะกับคุณ ให้เริ่มจากการทราบค่าออฟเซทล้อเก่าก่อน หากหาล้อที่มีค่าออฟเซทเท่าล้อเก่าก็จะดีมาก แต่หากหาไม่ได้ให้ ผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศตลอดจนผู้ที่ให้บริการเรื่องล้อและยางหลายราย กล่าวตรงกันว่า พยายามหาล้อที่มีค่าออฟเซทน้อยกว่าเก่า 7-9 มิลลิเมตร เนื่องจากล้อใหม่มักจะมีความกว้างมากขึ้น  0.5-1  นิ้ว หรือ มีความกว้างเพิ่มจากเดิมราวๆ  14-25 มม. จากเดิม การลดออฟเซทจากดิมจะเขยิบล้ออกมาทางด้านนอกเล็กน้อย จะช่วยให้รถดูสวยงามลงตัวมากขึ้นและป้องกันการชนระบบช่วงล่าง

****ส่วนเรื่องการติดซุ้มล้อ ซึ่งเป็นเรื่องที่นักแต่งรถหน้าใหม่มักจะเจอ และสร้างความรำคาญอย่างมากในการใช้งาน มีส่วนสำคัญมาจากการลดออฟเซทมากไป หรือเลือกออฟเซทผิด ทำให้ล้อเข้าไปอยุ่ในซุ้มมากเกินไป เมื่อบวกกับล้อที่มีขนาดเส้นรอบวงมากขึ้น (ล้อและยางสูงกว่าเดิม) ทำให้เมื่อเกิดการกระแทกระหว่างการขับขี่ เนื่องจากช่วงล่างไม่ได้ถูกปรับปรุง ทำให้ล้อเข้าไปสีกับในซุ้มล้อ....

เมื่อได้ล้อแม็กที่ถูกต้องแล้ว ต่อไปก็เป็นเรื่องของยาง การเลือกยางมีความสำคัญไม่แพ้กับล้อที่คุณเลือก ถึงเราอาจจะคุ้นเคยกับยางรถยนต์เป็นอย่างดี เรานึกถึงตามคำโฆษณาชวนเชื่อต่างๆมากมาย  หากการจะเลือกยางที่เหมาะกับการขับขี่ของคุณกลับเป็นเรื่องสำคัญต่อวิธีที่คุณขับรถ

ปัจจุบันยางรถยนต์มีมากมายหลายแบบมากขึ้น แต่ส่วนใหญ่จะมียางรถยนต์สำหรับรถเก๋งจะมี 3  แบบใหญ่ๆ   ให้คุณเลือกคบหาได้แก่ 

1.ยางเงียบ คือยางรถยนต์ที่ทางผู้ผลิตออกแบบหน้าสัมผัสยางมีรูปแบบ (Pattern) ลายดอกยางเล็กและละเอียดเป็นพิเศษ ทำให้เมื่อคุณใช้งาน ยางจะมีเสียงบดถนนน้อยกว่ายางแบบอื่นๆ นอกจากนี้ยางลักษณะดังกล่าวยังมีประสิทธิภาพในการรีดน้ำดีกว่ายางแบบอื่นๆด้วย เนื่องจากส่วนใหญ่จะเป็นยางสำหรับรถยนต์พรีเมี่ยม รวมถึงอาจจะยังมีเทคโนโลยีขับได้เมื่อยางแบนหรือ  Run flat Tire

2.ยางสปอร์ต คือ ยางรถยนต์ที่ได้รับการออกแบบลายดอกยางเพื่อการเกาะถนนเป็นพิเศษ โดยมากยางแบบนี้จะมีร่องดอกยางใหญ่และลายดอกยางก็จะมีขนาดใหญ่ตามไปด้วย รวมถึงลักษณะของแก้มขอบยางมักจะออกแบบมีลักษณะทรวดทรงแบนเรียบ เพื่อให้ประสิทธิภาพในการเข้าโค้งดีกว่ายางแบบอื่นๆ

บางครั้งคุณจะได้ยินคำว่า ยาง  “soft” หรือกึ่ง  Soft  จากผู้ค้ายาง ก็ไม่ต้องแปลกใจ เขากำลังหมายถึงส่วนผสมของเนื้อยาง ซึ่งทางผู้ผลิตยางส่วนใหญ่จะมีการแบ่ง การผสมเนื้อยางไว้ 3  แบบ   ด้วยกันได้แก่ Soft , Medium  และ   Hard

คุณไม่จำเป็นต้องรู้ลึกว่ามันผสมอะไรบ้าง แค่รู้ว่า Soft  เป็นยางเนื้อนิ่มให้การเกาะถนนเป็นพิเศษกว่าเนื้อยางแบบอื่น เมื่อได้อุณหภูมิที่เหมาะสม และยางอุ่นตัวได้ไวกว่ายางเนื้ออื่น เหมาะมากถ้าชีวิตคุณไม่เคยสะกดคำว่า “ขับช้า” ไม่เป็น แต่ยางก็จะหมดไวตามไปด้วย และมีราคาแพงมาก ส่วนยางแบบ  Hard   คือ ส่วนผสมยางทั่วๆไป ข้อดีคือใช้งานได้ทนทานมากกว่า แต่ก็ใช้เวลาในการอุ่นยางมากกว่า และปัจจุบันเนื้อแบบ   Medium  ก็มีวางจำหน่าย ด้วยวิธีการเรียกว่า  ยางกึ่งซอฟท์  ข้อดีคือทั้งเกาะถนน ทั้งทนทานในระดับที่ผู้ใช้รถทั่วไปยอมรับได้ แต่ก็มีข้อเสียในเรื่องราคาจำหน่ายเช่นกัน แถมยางยังค่อนข้างหมดไวกว่าปกติ

3. ยางประหยัดน้ำมัน โลกทุกวันนี้ความต้องการในการประหยัดน้ำมันมากขึ้น ทำให้ผู้ผลิตยางรถยนต์หลายรายเปิดตัวยางประเภทใหม่ที่เรียกว่า “ยางประหยัดน้ำมัน” เหมาะสำหรับคนที่ขับรถทั่วไปไม่เน้นใช้ความเร็ว ยางประหยัดน้ำมันเป็นการผสมผสานสูตรยางพิเศษเพื่อลดแรงต้านในระหว่างการหมุน (Low Rolling Resistance) ตลอดจนตัวยางยังออกแบบมาให้มีน้ำหนักเบาปกติ แต่ยังมีความสามารถในการขับขี่ดีเทียบเท่าหรืออาจจะดีกว่ายางธรรมดาบางรุ่น

 

ลักษณะยางสำหรับรถกระบะ

ในส่วนของยางรถกระบะนั้น จะมีความแตกต่างจากยางรถเก๋งเล็กน้อย โดยยางรถกระบะในปัจจุบัน จะแบ่งตามลักษณะการใช้งานของแต่ละภูมิประเทศที่ลูกค้าต้องการ ได้แก่

H/T Highway Terrain คือยางสำหรับขับบนถนนทั่วไป ข้อเสียคือมันมีความสามารถในการลุยน้อยที่สุด ข้อดีคือมีราคาจำหน่ายถูกที่สุดและเกาะถนนธรรมดาดีกว่ายางแบบอื่นๆ

A/T All Terrain คือ  ยางที่จับเอาความสามารถในการลุยหลายพื้นที่เข้ามาอยู่ในการออกแบบลายดอกยางเส้นเดียว ข้อดีคือคุณสามารถใช้ยางเส้นนนี้ลุยได้ตั้งแต่เหนือจรดใต้ แต่คุณก็ต้องแลกกับประสิทธิภาพในการเกาะถนนลดลง และราคาที่แพงขึ้น รวมถึง เสียงที่ดังกว่าในการใช้งานจากการออกแบบลักษณะดอกยางหน้าสัมผัสใหญ่

นอกเหนือจากนี้คือยางที่ออกแบบมาเฉพาะพื้นที่ตามความต้องการการใช้งาน เช่นยางลุยทางโคลนหรือ  Mud Terrain   เป็นต้น ซึ่งยางเหล่านั้นจะหาซื้อยากขึ้น และมีความสามารถเฉพาะทางมากขึ้น อาจจะไม่เหมาะถ้านำมาใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไป

 

ทราบรูปแบบยางทั้งหมดแล้ว ก็ได้เวลาเลือกยางที่เหมาะกับคุณเองให้เข้ากับล้อใหม่ โดยมี 3  ปัจจัยสำคัญ เป็นตัวตั้งเพื่อให้ได้ยางที่เหมาะสมกับคุณ

1.ลักษณะเส้นทางที่คุณใช้งาน ให้นึกถึงถนนหนทางที่คุณขับบ่อยที่สุดว่าคุณไปเส้นทางไหน ลักษณะไหน มีทางโค้งบ่อยมากน้อยแค่ไหน ต้องใช้ความเร็วสูงหรือไม่

2.พฤติกรรมการขับขี่ น่าแปลกที่คนส่วนใหญ่นึกถึงข้อนี้มากที่สุด พวกเรามักเอาตัวเองเป็นที่ตั้งในการเลือกยาง และมันคือเรื่องที่ถูกต้องที่สุด คุณเองย่อมรู้ดีว่าเราเองขับรถอย่างไรแบบไหน ซึ่งการเลือกยางที่ถูกต้องทำให้คุณสามารถใช้ความสามารถของรถได้มากขึ้นตามไปด้วย

3.งบประมาณ เงินในกระเป๋าเป็นเรื่องสำคัญ มันจำกัดความต้องการของคุณเสมอ การรู้ว่าคุณเองมีงบประมาณเท่าไร ทำให้เลือกยางที่ถูกต้องเพียงพอต่อการใช้งาน เพิ่มความคุ้มค่าในการเลือกยางรถยนต์ อาจจะจริงที่คุณอาจจะเสียโอกาสในการเลือกยางยี่ห้อชั้นนำ แต่ไม่ได้หมายความว่า ของถูกและดีไม่มีในโลก

 

เมื่อตัดสินใจรุ่นยางและยี่ห้อยางที่จะเลือกใช้ โดยดูจาก  3  องค์ประกอบแล้ว ได้เวลาเลือกขนาดยางรถยนต์ที่ถูกต้อง....

การเปลี่ยนขนาดล้อแม็กย่อมนำมาซึ่งผลในเรื่องของยางรถยนต์ คุณต้องเปลี่ยนยางให้มีขนาดสมดุลกับล้อ นั่นหมายถึงความกว้างยาง หรือบางคนอาจจะเรียกว่า ซีรีย์ยาง ตลอดจนความสูงของแก้มยาง ซึ่งอาจจะต้องลดลงตามขนาดล้อที่ใหญ่ขึ้น 

น้อยคนจะคำนึงถึงเรื่องนี้ พวกเราส่วนใหญ่มั่นใจว่าร้านยางจะช่วยเราได้มากพอสมควร แต่ความจริงแล้วเราควรจะรู้ด้วยตัวเองว่ายางขนาดความกว้างและความสูงไหน ที่เหมาะกับรถของเรา

วิธีการหายางที่ถูกต้องนั้นไม่ยากเลย เพียงคุณสามารถหาได้เส้นรอบวงของล้อและยางดั้งเดิมที่ถูกต้องเสียก่อน งานนี้อาจจะต้องกลับไปสู่บทเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ในเรื่องรูปทรงเรขาคณิตสักหน่อย ...ยังจำได้หรือไม่ เพียงหาเส้นผ่านศูนย์กลางก็สามารถได้เส้นรอบวง

สมมุติว่าคุณมีล้อขนาด  15  นิ้ว หมายความว่า มันมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง  15   นิ้ว คุณอาจจะตรวจสอบเพิ่มเติมก็ได้เพียงเอาตลับเมตรวัดจากขอบล้อด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง งานนี้ให้คุณแปลงค่าจากหน่วยนิ้วมาเป็นมิลลิเมตร โดย 1  นิ้วมีค่าเท่า  25.4   มิลลิเมตร ดังนั้นในล้อ  15   นิ้ว คุณจะมีความยาวเส้นผ่านศูนย์ 381  มม.

เมื่อได้ค่าของเส้นผ่านศูนย์กลางล้อมาแล้ว ต่อมา ได้เวลามาวัดขนาดความสูงของยางที่เหมาะสม ความสูงซีรี่ย์ยาง หลายคนเข้าใจผิดว่า มันหมายถึงความสูงในหน่วยมิลลิเมตรเลย แต่ความจริง มันคือ จำนวนเปอร์เซ็นต์ของความสูง (aspect Ratio)เมื่อเปรียบเทียบกับหน้าสัมผัสยาง

ในกรณีนี้สมมุติว่าผมเลือกยางขนาด 195 /55/R15   การจะรู้ว่ายางสูงเท่าไร ให้คุณเอาหน้าสัมผัสยาง  195  มม. คูณด้วย เปอร์เซ็นต์ที่แก้มยาง มันจะง่ายกว่าถ้าใช้การปัดเป็นจุดทศนิยม ทำให้ยางที่ความสูง  55%  ของหน้ายาง จะเทียบเท่ากับ  0.55 (ทศนิยมสองตำแหน่งแทนร้อยละ) และเมื่อนำมาหาค่าความสูงยางคุณจะได้  195X0.55 =  107.25  มม.

ด้วยการรัดยางเท่ากับ  107.25  มม. ต่อด้าน เพราะล้ออยู่ตรงกลางของยาง ทำให้เมื่อเข้าสูตรการหาเส้นรอบวง ซึ่งมีสูตรว่า

เส้นรอบวงกลม= ∏(ค่าพายเท่ากับ  3.14)Xเส้นผ่านศูนย์กลาง

คุณต้องแทนสูตรว่า เส้นรอบวง = 3.14X(107.25+381+107.25) ได้ผลลัพท์รวมเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากับ  595.5 มม. เมือค่ามากกว่า .5  เราจะปัดขึ้นเป็น   596  มม. จากนั้นเราคูณด้วย  3.14   ได้ค่าเส้นรอบวง 1871 มม.

กรณีตัวอย่างนี้มาจากรถเจ้าเดือน   Honda  Brio  Amaze ซึ่งใช้ล้อเดิมขนาด  14  นิ้วมาพร้อมยางขนาด 175/65/R14 ผมได้ใช้สูตรเดียวกัน หาเส้นรอบวงยางเก่า ได้ค่า 1831 มม. เพียงเท่านั้นเอง

ตารางคำนวนเปรียบเทียบยางต่างๆ ของ   Honda  Brio Amaze 

การหาค่าเส้นรอบวง มีประโยชน์อย่างไร ก่อนอื่น ต้องเข้าใจว่า ล้อรถยนต์มีผลต่อการแสดงไมค์ความเร็วบนหน้าปัดรถของคุณ ในกรณีเส้นรอบวงยางใหม่มีความยาวเส้นรอบวงมากกว่า มันหมายความว่า ล้อและยางใหม่จะทำให้ค่าบนหน้าปัดคุณแข็งขึ้น อย่าแปลกใจถ้าคุณโดนใบสั่งบ่อยๆ ทั้งที่ก็ขับไม่เกิน  120   ก.ม/ช.ม. นอกจากนี้ผลข้างเคียงของล้อและยางที่มีเส้นรอบวงใหญ่กว่าเดิม ทำให้คุณอาจจะประหยัดขึ้นเล็กน้อย ถ้าคุณไม่ได้ใส่ยางหน้ากว้างจนเกินไป เนื่องจากล้อจะเดินทางได้ระยะมากกว่าในหนึ่งรอบวง

กลับกัน ถ้าการซื้อยางใหม่แล้วเข้าสูตรเส้นรอบวงตามที่เราคำนวณกันเมื่อสักครู่นี้แล้วพบว่าเส้นรอบวงยางคุณน้อยกว่าเดิม ก็หมายความว่ารถคุณจะมีไมล์อ่อนกว่าเดิม และหลายครั้งหมายถึงการสิ้นเปลืองน้ำมันด้วยเช่นกัน เนื่องจากคุณต้องเร่งให้ได้ความเร็วมากกว่าปกติ แต่กลับกันคุณจะได้การออกตัวที่ดีกว่าเนื่องจากวงรอบล้อน้อยกว่า ทว่าก็จะกลายเป็นปัญหาในการเดินทางไกล

 

เป็นอย่างไรกันบางครับ มันไม่ง่ายเลยใช่ไหมครับ... เรื่องที่เราคิดว่าง่ายๆ ในการเปลี่ยนล้อและยาง ซึ่งมีผลมากมายในการใช้งานรถของคุณ และวันนี้ ถ้าคุณกำลังคิดจะเปลี่ยนล้อและยางได้เวลาที่คุณต้องเรียนรู้และเข้าใจ จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของพ่อค้าหัวใส ที่อาศัยความไม่รู้ของลูกค้าทำกำไรอย่างง่ายดาย

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com

5 เรื่องน่าสนใจ