รู้จักระบบขับเคลื่อนในรถกระบะและรถเอสยูวี เพื่อการใช้งานอย่างเหมาะสม

  • โดย : สุกิจ เลิศธนะแสงธรรม
  • 1 ก.ย. 58
  • 10,387 อ่าน

การเลือกรถที่ใช้ระบบขับเคลื่อนอย่างเหมาะสม ทั้ง ขับสองและขับสี่ ในรถกระบะและรถเอสยูวี ก็สามารถตอบสนองการใช้งานอย่างดีที่สุด และตรงความต้องการมากที่สุด

 

 

รถกระบะและรถอเนกประสงค์เอสยูวีได้รับความนิยมมากขึ้นในประเทศไทย รถทั้งสองประเภทดึงดูดลูกค้าใหม่ที่ก่อนหน้านี้เคยใช้รถยนต์อย่างรถซีดานมาก่อน ลูกค้าที่เริ่มสนใจในรถประเภทนี้มักตัดสินใจซื้อด้วยการพิจารณาจากการวางตำแหน่งที่นั่งที่สูงขึ้น การออกแบบที่บึกบึน พื้นที่บรรทุกสัมภาระที่กว้างขวางกว่าและศักยภาพการขับขี่บนเส้นทางแบบออฟโรด

คุณบุญเลิศ สุดใจดี เจ้าของ รถยี่ห้อหนึ่ง จากจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า รถกระบะพรีเมียมรุ่นนี้มีประโยชน์ต่องานที่เขาทำอยู่เป็นอย่างมาก "ตอนที่ลูกค้าของผมรวมถึงพนักงาน เดินทางมาที่ฟาร์มปลาของผม พวกเขาต้องขับรถบนเส้นทางที่สมบุกสมบันและลาดชันซึ่งรถยนต์ของพวกเขามักติดหล่ม ผมต้องช่วยลากรถให้พวกเขาเป็นประจำ ผมจึงต้องการรถที่มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่ไว้ใจได้ ผมได้ทดสอบขับ รถรุ่นหนึ่ง และรู้ดีว่าระบบขับเคลื่อนสี่ล้อมีประสิทธิภาพดีมาก เมื่อผมขับขึ้นหรือลงเนินลาดชันก็จะมีระบบช่วยให้ผมขับได้อย่างปลอดภัย ช่วงล่างมีความแน่นและเกาะถนนได้เป็นอย่างดี" คุณบุญเลิศ กล่าว

รถกระบะและรถอเนกประสงค์เอสยูวีหรือพีพีวีในปัจจุบันมีทั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้อและขับเคลื่อนสองล้อ ขณะที่รถประเภท Compact SUV มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลา (AWD) และ ผู้ที่กำลังมองหารถกระบะหรือรถเอสยูวีคันแรก ควรทำความรู้จักความแตกต่างของระบบขับเคลื่อนเหล่านี้เพื่อการตัดสินใจเลือกรถที่เหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุด

ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4WD

ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อได้รับความนิยมในกลุ่มลูกค้าที่ต้องการการยึดเกาะถนนสูงสุดและศักยภาพการขับขี่บนทางออฟโรดระบบขับเคลื่อนสี่ล้อคือรถที่สามารถถ่ายกำลังสู่ล้อทั้งสี่ได้ โดยใช้ชุดทรานส์เฟอร์ถ่ายทอดกำลังขับแบบสองสปีดโดยมีการใช้อัตราทดความเร็วสูง(4x2 และ 4x4 Hi) และอัตราทดความเร็วต่ำ (4x4 Lo) รถกระบะและรถอเนกประสงค์เอสยูวีหรือพีพีวีรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อมีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ Part-Time ที่งานด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหลังจนกว่าจะมีความจำเป็นต้องใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ อาทิบนเส้นทางออฟโรดหรือบนพื้นถนนที่เปียกลื่น

สำหรับรถขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ Full –Time นั้นจะใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดการขับขี่ ชุดทรานส์เฟอร์ถ่ายทอดกำลังที่ติดตั้งตรงกลางระบบเกียร์จะควบคุมว่าแรงบิดควรถูกกระจายระหว่างล้อหน้าและล้อหลังเท่าใด โดยทั่วไปแรงบิดจะถูกส่งไปที่ล้อหลังและจะเปลี่ยนเป็นหน้า/หลังแบบ 50/50 บนทางออฟโรดและบนสภาพถนนที่เปียกลื่นซึ่งต้องการเสถียรภาพสูงสุด ผู้ขับขี่ที่ใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อฟูลไทม์จะต้องเปลี่ยนมาใช้อัตราทดความเร็วต่ำ (4x4 Lo) ด้วยตนเอง

ระบบขับเคลื่อนสองล้อ 2WD

รถขับเคลื่อนสองล้อจะถ่ายกำลังลงสู่แค่สองล้อ โดยทั่วไปจะเป็นระบบขับเคลื่อนล้อหลัง และถือเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับลูกค้าที่ไม่ต้องการศักยภาพสูงสุดเหมือนกับรถขับเคลื่อนสี่ล้อและไม่ต้องขับขบนเส้นทางออฟโรดหรือทางที่สมบุกสมบัน

ระบบขับเคลื่อนล้อหลังสามารถรองรับพละกำลังเครื่องยนต์ที่สูงขึ้นและน้ำหนักรถที่มากขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่ารถที่ใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า อาทิ รถยนต์ทั่วไป ทำให้ระบบขับเคลื่อนล้อหลังนิยมใช้ในในรถกระบะ รถที่มีขนาดใหญ่และรถที่มีสมรรถนะสูงมาก ตลอดจนรถแข่งและรถที่ออกแบบมาสำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจสำหรับการไล่ล่าคนร้าย

เมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูงขณะเข้าโค้ง รถขับเคลื่อนล้อหลังอาจมีอาการล้อหลังลื่นไถล (โอเวอร์สเตียร์) หรือตัวรถเลี้ยวเกินกว่าการควบคุมของผู้ขับขี่ หากสถานการณ์ร้ายแรง ตัวรถอาจหมุนหรือลื่นไถลได้ โอเวอร์สเตียร์เป็นอาการที่ควบคุมได้ยากกว่าอันเดอร์สเตียร์ จึงเป็นการเคลื่อนที่ที่อันตรายมากกว่า

ขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลา All Wheel Drive-AWD

ตลอดเวลาใช้ระบบเกียร์ซิงเกิลสปีดส่งกำลังไปที่ล้อทั้งสี่ตลอดเวลา ซึ่งระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลาเหมาะสำหรับคนที่มองหารถที่มีสมรรถนะยอดเยี่ยมบนถนนทั่วไปและมีประสิทธิภาพการยึดเกาะบนพื้นหญ้า โคลน ทราย หรือกรวด ตลอดจนเส้นทางออฟโรดแบบไม่สมบุกสมบันมากนักซึ่งรถที่ใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหน้าหรือล้อหลังอาจไม่สามารถขับผ่านได้ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลามีแนวโน้มจะเกิดอาการอันเดอร์สเตียร์เหมือนระบบขับเคลื่อนล้อหน้าถ้าขับขี่ด้วยความเร็วสูงเกินไป รถขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลามีการถ่ายเทแรงบิดไปสู่ล้อคู่หน้าขณะขับขี่บนเส้นทางปกติ จะช่วยให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น ขณะเดียวกัน การยึดเกาะถนนจะเพิ่มมากขึ้นเช่นกันด้วยการถ่ายเทแรงบิดโดยอัตโนมัติบนสภาพถนนที่มีความแตกต่างกัน ระบบนี้ทำงานร่วมกับระบบแอคทีฟ ทอร์ค ออน ดีมานด์ ซึ่งมีศักยภาพในการเพิ่มการถ่ายเทแรงบิดไปสู่ล้อแบบอิสระเพื่อยกระดับเสถียรภาพการขับขี่สูงสุด

ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลา หรือ All Wheel Drive-AWD จะทำงานเหมือนระบบขับเคลื่อนล้อหน้าหรือขับเคลื่อนล้อหลัง โดยส่วนใหญ่จะเป็นขับเคลื่อนล้อหน้าเหมือนในแคปติวา ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลาจะส่งพละกำลังไปสู่ล้อหน้าและล้อหลังขณะออกตัวเพื่อป้องกันล้อลื่นไถลและจะถ่ายเทกลับสู่ล้อหน้าหากไม่มีการลื่นไถล พละกำลังจะถูกถ่ายเทโดยอัตโนมัติผ่านชุดทรานส์เฟอร์แบบซิงเกิลสปีด (ชุดทรานเฟอร์เชื่อมต่อกับระบบเกียร์เพื่อแยกกำลังระหว่างล้อหน้าและล้อหลัง)

นอกจากตัวตนของรถกระบะ SUV และ PPV ที่ออกมาจำหน่ายในปัจจุบันแล้ว ถ้าเราศึกษาการใช้งานของระบบขับเคลื่อน ทั้ง 2 ล้อ และ 4 ล้ออย่างชัดเจนแล้ว รถที่คุณเลือกมาเป็นคู่หูนั้น ก็สามารถพาคุณไปยังที่ต่างๆอย่างท้าทายสนุกสนาน และสามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

 

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก Chevrolet Thailand

 

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com

 

 

 

[GALLERY1398]

 

5 เรื่องน่าสนใจ