Analog Devices เปิดตัว A²B™ 2.0 มุ่งปฏิวัติประสบการณ์ระบบเสียงสำหรับยานยนต์ยุคใหม่
- โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
- 8 พ.ค. 69 20:18
- 1,003 อ่าน
วันนี้ Analog Devices, Inc. (NASDAQ: ADI) ประกาศว่า A²B 2.0 (Automotive Audio Bus) ได้เข้าสู่กระบวนการผลิตเต็มรูปแบบ ในฐานะวิวัฒนาการขั้นถัดไป ของเทคโนโลยี A²B จาก ADI นั้น A²B 2.0 ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ผลิตยานยนต์ (OEM) และซัพพลายเออร์ระดับ Tier 1 สามารถส่งมอบประสบการณ์ระบบเครื่องเสียงในห้องโดยสาร ที่เหนือระดับยิ่งขึ้น ผ่านแบนด์วิดท์ (Bandwidth) ที่กว้างขึ้นและการผสานเข้ากับระบบอีเธอร์เน็ต โดยที่ยังคงรักษาความหน่วงต่ำและสถาปัตยกรรมที่ไม่ซับซ้อน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ A²B มาอย่างยาวนานหลายปี

บทพิสูจน์ความสำเร็จตลอดหนึ่งทศวรรษของการใช้งาน A²B
ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา A²B ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยมีโหนด (node) นับร้อยล้านชุดถูกใช้งานจริงบนท้องถนนจากผู้ผลิตรถยนต์กว่า 35 ราย ซึ่งเป็นการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่ง สำหรับวิวัฒนาการขั้นต่อไปของเทคโนโลยีนี้
A²B ถูกสร้างขึ้นเพื่อการใช้งานที่ต้องการความหน่วงต่ำและความแม่นยำ (low and deterministic latency) ซึ่งเป็นข้อกำหนดสำคัญของระบบ โดยได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานที่ซับซ้อน เช่น การตัดเสียง รบกวนจากถนน (road-noise cancellation) และการสื่อสารภายในรถยนต์ ด้วยแนวทางการเชื่อมต่อเสียง ที่เรียบง่าย ยืดหยุ่น และคุ้มค่า สถาปัตยกรรมแบบต่อพ่วงกัน (daisy-chain) ที่ประกอบด้วยโหนดหลัก หนึ่งโหนดและโหนดย่อยหลายโหนด ช่วยลดความยุ่งยากในการเดินสายไฟและต้นทุนที่เกี่ยวข้องได้สูงสุดถึง 75% นอกจากนี้ สถาปัตยกรรมที่ตรงไปตรงมาโดยไม่มีภาระด้านซอฟต์แวร์ (zero software overhead) ยังช่วยลดเวลาและเงินลงทุนในการพัฒนาโดยรวมสำหรับผู้ผลิต OEM และซัพพลายเออร์ Tier 1 อีกด้วย
ความสำเร็จที่เติบโตอย่างต่อเนื่องของ A²B ได้รับแรงสนับสนุนจากระบบนิเวศที่ครอบคลุมทั้งผู้ผลิต OEM, พันธมิตรผู้ผลิตชิป (Silicon Partners) และผู้รับจ้างออกแบบและผลิต (ODM) พร้อมด้วยชุดเครื่องมือสำหรับ การพัฒนาและการทดสอบที่หลากหลาย ซึ่งช่วยเร่งระยะเวลาในการนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
การเปลี่ยนผ่านสู่เครือข่ายยานยนต์สมัยใหม่และสถาปัตยกรรมยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ (Software-Defined Vehicle (SDV))
ในขณะที่ยานยนต์เปลี่ยนผ่านไปสู่สถาปัตยกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ ฟีเจอร์ต่าง ๆ ในห้องโดยสารจะถูก ส่งมอบและพัฒนาผ่านซอฟต์แวร์มากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นการยกระดับมาตรฐานความต้องการการเชื่อมต่อ ที่มีแบนด์วิดท์สูงและแม่นยำ เพื่อให้สามารถผสานรวมเข้ากับเครือข่ายยานยนต์สมัยใหม่ได้อย่างลงตัว และเมื่อเทคโนโลยีในห้องโดยสารกลายเป็นจุดต่างสำคัญสำหรับผู้ผลิตรถยนต์ ความคาดหวังต่อระบบเสียง ระดับพรีเมียมและความบันเทิงก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งท้ายที่สุดได้กลายเป็นตัวขับเคลื่อนความต้องการ แบนด์วิดท์ที่สูงขึ้น การเชื่อมต่อที่ล้ำสมัย และการรวมระบบเข้ากับเครือข่ายรถยนต์ในปัจจุบันอย่างไร้รอยต่อ
“ระบบเสียงคือสิ่งสำคัญที่ทำให้ผู้ขับขี่สัมผัสได้ถึงความประณีต ความปลอดภัย และการตอบสนอง ภายในตัวรถ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อห้องโดยสารขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์มากขึ้น” คุณยาสมิน คิง (Yasmine King) รองประธานบริษัทและหัวหน้าฝ่ายธุรกิจยานยนต์ของ ADI กล่าว “ในยุคใหม่นี้ วิศวกรต้องการ การเชื่อมต่อระบบเสียงที่สามารถผสานรวมเข้ากับเครือข่ายยานยนต์ในวงกว้างได้อย่างลงตัว ซึ่ง A²B 2.0 มอบแบนด์วิดท์ที่สูงขึ้น ความหน่วงต่ำ และการส่งข้อมูลอีเธอร์เน็ต โดยไม่เพิ่มความซับซ้อน ให้กับสถาปัตยกรรม”
A²B 2.0 สร้างขึ้นเพื่อสถาปัตยกรรมห้องโดยสารและยานยนต์ SDV สมัยใหม่
A²B 2.0 ขยายขีดความสามารถของแพลตฟอร์ม A²B ด้วยแบนด์วิดท์ที่สูงขึ้นและการรองรับอีเธอร์เน็ต (Ethernet) ในขณะที่ยังคงรักษาความหน่วงต่ำและสถาปัตยกรรมที่เรียบง่ายซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้าไว้วางใจ โดยมีคุณสมบัติหลักที่สำคัญดังนี้:
ประสิทธิภาพและการขยายระบบ
แบนด์วิดท์เพิ่มขึ้น 4 เท่า (สูงสุด 98.3Mbps แบบ full duplex) เพื่อรองรับสถาปัตยกรรม ระบบเสียงในยานยนต์ที่ล้ำสมัยยิ่งขึ้น
รองรับช่องสัญญาณเสียงขาขึ้น (upstream) สูงสุด 119 ช่อง และขาลง (downstream) สูงสุด 119 ช่อง เพื่อรองรับการตั้งค่าระบบเสียงยานยนต์ขั้นสูง
การรองรับอีเธอร์เน็ต การส่งข้อมูลอีเธอร์เน็ต (Ethernet data tunneling) ผ่าน Open Alliance SPI (OASPI) อินเทอร์เฟซมาตรฐานอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับการเชื่อมต่อและความยืดหยุ่น ประสิทธิภาพ ความหน่วง และแนวทางการอัปเกรด ลดต้นทุนระบบได้สูงสุดถึง 30% ด้วยการรวมฟังก์ชันการทำงานที่มากขึ้น และลดความจำเป็นในการใช้เครื่องจรและส่วนประกอบภายนอก
มาพร้อมความหน่วงต่ำและความแม่นยำ (low and deterministic latency) โดยทำสถิติ ความหน่วงต่ำที่ 62 μs พร้อมสถาปัตยกรรมที่ออกแบบมา เพื่อให้ง่ายต่อการรวมระบบสามารถใช้งานร่วมกับโครงสร้างพื้นฐานของสายเคเบิลและหัวต่อ A²B 1.0 เดิมได้ ช่วยให้ การอัปเกรดทำได้ง่าย นอกจากนี้ อุปกรณ์ ADAA245x ยังสามารถแยกสาขา (branch) ไปยังเครือข่าย A²B 1.0 ได้อย่างง่ายดาย ซึ่งช่วยเพิ่มความคุ้มค่าในการนำโมดูลเดิม ที่มีอยู่กลับมาใช้ใหม่ได้อย่างสูงสุด
การวางจำหน่าย
A²B 2.0 เข้าสู่กระบวนการผลิตเต็มรูปแบบแล้วในขณะนี้ ท่านสามารถเยี่ยมชม analog.com เพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม
ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com




