ขับรถขึ้น – ลง เขาอย่างถูกต้อง ...คุณเองก็เชียวชาญได้ แต่อาจจะต้องรู้หลักการ

มาพบเทคนิคการขับรถขึ้นลงเขาอย่างเขา้ใจจริง.. ต้องเตรียมตัวอน่างไร ทำอะไร เมื่ออยากจะไปท้าลมหนาวบนดอย

ในที่สุดฤดูหนาวก็เวียนมาบรรจบอีกครั้ง แม้ว่าเราอาจจะต้องยอมรับว่า ตอนนี้ยังมีฝนโปรยปรายลงมาบ้าง แต่หนาวแบบนี้เชื่อเลยว่า เพื่อนๆ หลาย คนคงมีแผนที่ขึ้นยอดดอย หาโอกาสสักครั้งไปสัมผัสลมหนาว

การขับรถขึ้นดอย หรือถูเขานั้น เป็นสิ่งที่หลายคนหวั่นใจมาก โดยเฉาะ คนที่เพิ่งจะขับรถ หรือพูดตามตรงว่า ยังขับรถไม่คล่องมากมายนัก ซึ่งนั่นทำให้หลายคนมองว่ามันยากมาก ทั้งที่จริงแล้ว การเดินทางบนเส้นทางสูงชั้น อาจจะไม่ยากอย่างที่คิดเพียง แต่ต้องรู้และเข้าใจ ที่สำคัญระวังและอย่าประมาท ซึ่ง วันนี้ เรามีเทคนิคการขับรถขึ้น-ลงเขามาฝากกัน

ก่อนขับขี่

1.เตรียมรถ ...ก่อนจะเริ่มต้นเดินทาง บอกเลยว่า ก่อนจะคุณจะคิดไปไกล เหลียวมองคู่ใจข้างกายก่อนว่า สภาพมันพร้อมแค่ไหนกัน รถที่ใช้งานปกติ แม้จะวิ่งดีบนทางราบ แต่ไม่ได้หมายความว่ามันจะสมรรถนะเยี่ยมไปจนถึงยอดเขา จำไว้เลยว่า ก่อนเดินทางเช็ครถให้พร้อม โดยเฉพาะ เบรก  คลัทช์ (ในกรณีถ้าคุณเป็นเกียร์ธรรมดา) เครื่องยนต์ และท้ายสุด ระบบระบายความร้อนพวกหม้อน้ำ และพัดลมไฟฟ้า อะไรแบบนี้ จำเป็นต้องตรวจสอบมาอย่างดี

2.รู้จักเส้นทาง ก่อนเดินทางนักขับที่ดี ต้องรู้จักสภาพเส้นทางก่อนว่า มันมีความโหดร้ายเพียงใด แต่การศึกษาไม่ใช่ทำให้คุณถอดใจ แต่ต้องการให้เตรียมใจ เพื่อเราจะได้รู้สึกระมัดระวังมากขึ้น ดีกว่ามะงุมมะงาหรา ทะเล่อขึ้นไปตายเอาน้ำบ่อหน้า แบบนั้นไม่ส่งผลดี สิ่งที่ควรรู้คือลักษณะเส้นทาง และความสูงชั้น ซึ่งคุณจะมีโอกาสประเมิน เพื่อเตรียมสภาพรถด้วย

3. รู้จักรถ จำไว้เลยว่านักขับที่ดีจะต้องรู้จักรถที่เขาขับเป็นอย่างดีว่ามันมีความสามารถในการขับขี่มากน้อยแค่ไหนกัน สิ่งที่ควรรู้เมื่อต้องขึ้นเขา คือ รอบแรงบิดสูงสุด และการตอบสนองเกียร์ โดยเฉพาะรถเกียร์อัตโนมัติ คุณควรจะจำไว้ให้แม่นเป็นอย่างดี

เมื่อขับขี่

1. มีสติ ถ้าถามว่าทางเขาขับยากไหม ผมบอกเลยว่าไม่ยาก เพียงแต่สิ่งที่สำคัญคืออย่างประมาท อย่าล้อเล่นกับทาง โดยเฉพาะเส้นทางที่คุณไม่คุ้นเคย พยายามมีสติกับการขับขี่ แต่อย่าเกร็ง หรือ กลัวจนเกินไป

2. ใช้สมรรถนะรถ ให้ถูกต้อง ... หลายคนที่ขับรถขึ้นเขามักจะใช้ความเคยชินเข้าว่าในการขับขี่ ทั้งที่จริงการขึ้นเขาหรือลงเขาไม่ใช่เรื่องยาก แต่มันคือการดึงสมรรถนะรถออกมาใช้ให้มากที่สุด เพื่อทำให้คุณฝ่าอุปสรรคไปได้ง่ายขึ้น นั่น ดังนั้นจำที่เราบอกให้จำรอบแรงบิดและแรงม้าได้ไหม .. มันจะมีประโยชน์มาก เมื่อคุณขึ้นเขา แรงบิดจะถูกนำมาใช้เพื่อให้รถคุณไม่ไหลลงไป ด้านล่าง เช่นเดียวกัน จังหวะต่อเกียร์ที่คุณเรียนรู้นั้น มีผลทันทีเมื่อต้องขึ้นเขา ซึ่งการเข้าเกียร์ถูกจังหวะมีส่วนสำคัญมากต่อการขับขี่

3. จังหวะในการขับขี่ เมื่อไม่นานมานี้ผมมาแรลลี่ของรถยนต์ยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งพวกเขาต้องพาลูกค้ากว่า 40  คัน ตะลุยขึ้นดอย แต่ว่า สิ่งที่เขาลืมไปมากๆ คือ การขับรถขึ้นเขา ควรจะมีการเว้นช่องไฟระหว่างคันมากพอสมควร ไม่ว่าจะในระหว่างการขึ้นหรือลงเขา

เนื่องจากเส้นทางนั้นมีความอันตรายในตัวมากพอสมควร การเว้นช่องไฟระหว่างคันมากๆ มีประโยชน์   มาก คือ 1.  คุณเห็นเส้นทางข้างหน้า ทำให้วิเคราะห์ โค้งและความชันได้มาก  ทำให้เราสามารถตอบสนองต่ออาการของรถ หรือ วิเคราะห์ได้ก่อนที่จะขับถึงจุดนั้น

2.การเว้นระยะมีประโยชน์ เผื่อคันหน้าเกิดกรณี ฉุกเฉิน เช่นขึ้นไม่ไหว หรือรถตายกลาง ทาง คุณเองก็มีโอกาสที่จะหลบเลี่ยง และท้ายที่สุด การเว้นระยะ ทำให้คุณมีโอกาสเร่งส่งรถขึ้นเขาได้สบายมากขึ้น ยิ่งรถใครที่เป็นเครื่องเบนซินกำลังไม่มา โดยเฉพาะ กลุ่ม  1.2-1.8  ลิตร ต้องพิจารณาเรื่องนี้มากๆ การเว้นระยะเพื่อเร่งส่งอาจจะจำเป็น

4.รู้จัก engine  brake  ..หลายคนที่ขับรถขึ้นเขาอาจจะจำเป็นต้องใช้เทคนิคพิเศษบางประการ โดยเฉพาะขาลง การใช้เบรกมาก อาจจะทำให้เบรกไหม้ และท้ายที่สุดเกิดอาการเฟดตัว คือ เบรกจะไม่สามารถหยุดรถได้อย่างตามต้องการ ซึ่งปัญหานี้แก้ได้ง่ายมาก ด้วยการใช้ Engine Brake

เจ้า  Engine Brake  หรือ เบรกจากเครื่องยนต์เป็นการใช้แรงเสียดทานในการทำให้รถมีอาการหน่วง ในระหว่างการลงเขา ซึ่งมีข้อดีคือมันทำให้คุณใช้เบรกน้อยลงกว่าปกติในระหว่างการเดินทาง  ซึ่งการใช้เบรกแบบนี้ต้องพึงระวังมาก เมื่อรอบเครื่องทำงานสูงไป อาจจะทำให้เครื่องยนต์สึกหรอได้ไวปกติ ดังนั้นจำไว้ว่าต้องไว้ว่าต้องดูรอบเครื่องยนต์ประกอบเสมอระหว่างการใช้  Engine Brake  ถ้าเครื่องยนต์สูงไป คุณต้องขึ้นเกียร์ต่อไปทันที เพื่อลดภาระ เครื่องยนต์ แต่จังหวะนั้นต้องดูตามความเหมาะสมกันเอาเอง

ที่จริงแล้วการขับรถขึ้นและลงเขานั้นไม่ใช่เรื่องยากมากมายนัก จำไว้ว่า ต้องมีสติในการขับขี่ ศึกษาและเตรียมพร้อม นั่นจะทำให้การขับขี่บนเส้นทางเขานั้นไม่ยากกว่าที่คุณจะไปได้

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com

5 เรื่องน่าสนใจ