ขับรถผ่านแอ่งน้ำ..เรื่องอันตรายที่ควรระวัง

  • โดย : Autodeft
  • 18 มิ.ย. 58
  • 15,436 อ่าน

รู้ลึกการขับขี่หน้าฝนวันนี้ เราพาคุณไปรูักแอ่งน่ำ ตัวอัตรายบนถนนที่อาจจะทำให้คุณไปไม่ถึงที่หมายก็เป็นได้

 

 

เรื่องโดย ณัฐยศ ชูบรรจง (Bonn)

 

 

ฝนตกอีกแล้ว ...คำบ่นแบบนี้น่าจะเป็นที่คุ้นปากของใครหลายๆคนที่เดินทางด้วยรถยนต์ ด้วยทุกวันนี้เมืองไทยเรามีวลีเด็ดๆ ว่า ฝนตกรถติด ...ดูจะเป็นสิ่งที่อยู่คู่กันมายาวนาน แต่ที่ร้ายไปกว่าฝนตกรถติด คืออันตรายที่มากับฟ้าฝน ยามคุณขับรถ ไม่ว่าจะสภาพผิวทางลื่น ทัศวิสัยที่ไม่ชัดเจน แต่ที่หลายคนควรตระหนักไม่แพ้กัน คงเป็นในเรื่องสภาพแอ่งน้ำบนถนนที่อาจจะนำมาสู่อันตราย ต่อชีวิตและทรัพย์สิน

หลายคนคงคิดผู้เขียนพูดเอาเสียมากเกินความจริงไปเยอะ แต่ที่จริงแล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงตามสุภาษิตไทยว่า “เส้นผมบังภูเขา” เพราะหลายครั้งหลายหนอุบัติเหตุเกิดจากความประมาท ความคาดไม่ถึง ซึ่งท้ายสุดก็มักจะจบไม่สวยนัก

“แอ่งน้ำ” เป็นสภาวะน้ำท่วมขังพอประมาณ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นขึ้นได้ทั้งในระหว่างฝนตก หรืออาจจะยังอยู่แม้ว่าฝนจะหยุดตกไปแล้ว โดยมาก สภาพแอ่งน้ำขังจะเกิดจากถนนที่ออกแบบมาไม่ดี อาจจะมีช่วงสูงต่ำไม่ได้ราบเรียบเท่ากันทั้งหมด ทำให้ท้ายสุด เรามักจะเจอแอ่งน้ำบนถนน ต่างๆมากมาย เป็นลักษณะเชิงท่วมขังเป็นหย่อม ซึ่งอันตรายมากกว่าการขับรถในพื้นที่น้ำท่วมขังอย่างมาก

 [IMAGE1]

ตามปกติแล้วไม่มีกฎตายตัวในเรื่องของการขับผ่านแอ่งน้ำ แต่การขับผ่านแอ่งน้ำ ก็มีข้อสำคัญมากมายที่ควรระมัดระวังในการขับขี่ โดยเฉพาะยิ่งใครที่ขับรถไม่เก่ง ควรทราบเอาไว้ และจำให้ขึ้นใจ หน้าฝนนี้จะได้แคล้วคล้าดปลอดภัยกันโดยทั่วหน้า

1. อย่าหลบกะทันหัน หลายครั้งหลายหนที่พบเห็น หรือแม้กระทั่งประสบด้วยตัวเองมากับตัวก็ไม่น้อย ว่ามีผู้ขับขี่หลายคนกลัวแอ่งน้ำมากจนยอมทำอะไรห่ามๆ อย่างเห็นแก่ตัว โดยไม่คำนึงถึงเพื่อนร่วมทาง ถ้าคุณเป็นประเภทขับรถเจอน้ำแล้วหักหลบกะทันหันแล้ว ขอให้เลิกพฤติกรรมนั้นเสีย เนื่องจากคุณกำลังเป็นตัวต้นเหตุของอุบัติเหตุอย่างไม่รู้ตัว หรือไม่คุณก็อาจจะพลาดท่าโดนชนเสียเอง ..ของแบบนี้ไม่ต้องโทษใครเลย

2. ประเมินสภาพแอ่งน้ำ อย่างที่เรากล่าวว่า เมื่อเจอแอ่งน้ำ สิ่งที่สำคัญคือพยายามอย่าหักหลบกะทันหัน และเมื่อไม่หักหลบแล้ว ให้คุณใช้สายตามองทางอย่างรวดเร็วว่า สภาพแอ่งน้ำมีความลึกหรือไม่ การประเมินให้อ้างอิงจากเส้นถนนเป็นสำคัญ โดยเฉพาะเส้นขอบทางหรือ ฟุตบาทเองช่วยได้ที่ทำให้คุณรู้ว่า คุณกำลังจะเจอกับแอ่งน้ำที่มีความลึกหรือไม่ ...
ในกรณีแอ่งน้ำน่าจะมีความลึกพอสมควร และคุณคาดว่ารถจะไม่สามารถผ่านไปได้ ให้เบรกเพื่อหยุด หรือ ชะลอก่อนที่จะเปลี่ยนทิศทางหลบแอ่งน้ำ แต่ถ้าคิดว่ารถเราพอจะผ่านไปได้  คุณอาจจะลุยไปก็ได้ครับ

3. ลงแอ่งน้ำอย่างถูกต้อง ในกรณีที่คุณประเมินว่ารถคุณสามารถผ่านแอ่งน้ำได้  ให้ประเมินว่า รถเรากำลังจะลงแอ่งน้ำข้างใด และเราควรจัดการความเร็วที่ใช้ให้ลดต่ำลงก่อนเพื่อป้องกันอาการเหิรน้ำ ซึ่ง น้ำที่ท่วมขังจำนวนมาก จะทำให้ยางรีดน้ำไม่ทันเมื่อประกอบกับความเร็ว และแรงดึงจากความหนาแน่นของน้ำในแอ่ง จะมีโอกาสที่รถจะเสียอาการ โดยเฉพาะอาการหน้าแฉลบอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาการดังกล่าวมีโอกาสทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายมาก

สิ่งที่ต้องคำนึง ในกรณีที่คุณไม่สามารถเลี่ยงได้เมื่อต้องลงแอ่งน้ำ
1. ห้ามเบรก อย่างรุนแรงขณะลงแอ่งน้ำ เนื่องจากแรงตึงที่ไม่เท่ากัน อาจจะทำให้รถเสียอาการได้

2.ถือพวงมาลัยทั้งสองมือเพื่อเตรียมพร้อมในการควบคุม ในกรณีรถอาจจะแฉลบ

3. ลดความเร็วผ่อนคันเร่ง เพื่อให้รถใช้ความเร็วต่ำลง และสามารถลดการเสียอาการของรถได้พอสมควร

 [IMAGE2]

4. ระวังการประเมินที่ผิดพลาด บางครั้งต้องยอมรับว่าแอ่งน้ำที่เรามองด้วยตาอาจจะไม่คาดว่ามันลึกอย่างที่คิดทำให้ หลายครั้งอาจจะนำไปสู่อุบัติเหตุ แต่ความจริงแล้ว ส่วนที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้มากที่สุด และคุณควรตรวจสอบมันในหน้าฝน ก็คือยางรถยนต์ ยิ่งรถใครวันนี้กลับไปดูแล้วยางกำลังจะสึก ดอกกำลังจะหมด สมควรอย่างยิ่งที่จะหลีกลี่ยงแอ่งน้ำ เนื่องจากประสิทธิภาพการรีดน้ำของยางก็ลดลงตามไปด้วย

และประการที่สำคัญยิ่งกว่า ก็คือการพยายามรู้จักวิธีขับรถตัวเองมากที่ โดยเฉพาะการทราบว่ารถตัวเองเป็นแบบขับเคลื่อนล้อหน้าหรือขับเคลื่อนล้อหลัง ซึ่งจะทำให้สามารถแก้ไขปัญหาได้ดีขึ้น กรณีที่รถคุณเกิดหน้าแฉลบ

 

แม้ว่าการขับรถลงแอ่งน้ำจะใช้เวลาเพียงไม่กี่เสี้ยววินาทีเท่านั้น ในความจริง แต่สิ่งที่หลายคนมองข้ามนั้นก็อาจจะนำมาซึ่งความสุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะเมื่อเราหลายคนต่างต้องใช้รถใช้ถนนในเมืองไทยที่มีสภาพไม่ค่อยเอื้ออำนวยเท่าไรนัก

 

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com

5 เรื่องน่าสนใจ