Buying Guide : Hatchback Vs Sedan จะเลือกรถแบบไหนดี

  • โดย : Autodeft
  • 19 ก.ค. 57
  • 41,175 อ่าน

พบบทสรุปที่จะช่วยคุณตัดสินใจจะซื้อรถยนต์นั่งซีดาน หรือแฮทชืแบ็คดี แบบไหนที่เหมาะกับความเป็นคุณ ...

 

 

ทุกวันนี้เราต้องยอมรับว่าการซื้อรถยนต์ เป็นเรื่องที่ปวดหัวอย่างมาก ไม่ใช่แค่เพราะเรื่องของรุ่นรถที่มากมาย แต่ตัวถังรถที่มีความหลากหลายก็ออกแนวเป็นประเด็นที่ชวนให้คิดว่าจะซื้อทั้งทีจะเอาแบบไหนดี ยิ่งรถสมัยนี้มันมาพร้อม การตอบโจทย์ในการใช้งานที่มากขึ้นตามลำดับ

เชื่อว่าคำถามหนึ่งที่ติดในใจใครหลายคนมายาวนานนั้นคงไม่พ้น เรื่องของตัวถังรถที่ตอนนี้ตั้งแต่รถยนต์นั่งขนาดเล็กจนรถยนต์นั่งไซส์คอมแพ็คคาร์ที่กำลังมีความพอเหมาะพอดี ไม่วายไปถึงรถยนต์หรูราคาแพงระดับหลายร้าน มันมีเรือนร่างที่ให้เลือกระหว่าง  4  ประตูซีดาน ที่เราคุ้นเคยกันมานาน และ พร้อมกันในหลายรุ่นก็ยังมีเวอร์ชั่นแฮทช์  5  ประตูที่สามารถเปิดท้ายเก็บของได้มากกว่า แต่ใครจะคุ้มค่ากว่ากัน ในแง่การใช้งาน

ซีดานเน้นนั่งความสบายที่ลงตัว

ถ้าถามถึงรถซีดาน หรือบ้างบางภูมิภาคอาจจะเรียกรถแบบนี้ว่า ซาลูน นั้น รถยนต์นั่งที่เป็น 4  ประตู เป็นอะไรที่อยู่คู่คนใช้รถยนต์มานาน ด้วยการตอบโจทย์เรื่องของการนั่งให้ลงตัวมากกว่า

แม้ว่าทางด้านหนึ่งต้องยอมรับว่าการออกแบบรถซีดานตั้งแต่อดีตมาจวบจนปัจจุบัน จะสามารถตอบโจทย์เรื่องของการออกแบบที่มีความลงตัวกว่าไม่ว่าจะกับรถเล็กรถใหญ่ สร้างความคุ้นเคยได้มาก เมื่อเทียบกับรถยนต์หลายๆรุ่นที่วางจำหน่ายในตลาด

แต่อีกแง่ซีดานก็มีข้อจำกัดบางประการในเรื่องการใช้งาน โดยเฉพาะ ถ้าคุณเป็นพวกคนที่มีชีวิตหลากหลายชอบปรับนั่นขนนี่ เป็นประจำซีดานอาจจะไม่ใช่รถยนต์ที่เหมาะนัก เพราะข้อเท็จจริงของรถยนต์ซีดาน คือมันเป็นรถยนต์นั่งที่เน้นความหรูหราสบายในการเดินทาง ตอบสนองต่อโจทย์ความสะดวกสบายมากกว่า แม้ว่าว่าปัจจุบัน ค่ายรถยนต์จำนวนมาก อาจจะพยายามใส่ฟังชั่นไว้เรียกเงินจากกระเป๋าคุณมากขึ้นก็ตาม

หากเมื่อใช้งานจริง อย่าหลงระเริงกับคำกล่าวเบาะพับ   60/40   อะไรแบบนั้นมากในรถซีดาน เพราะ เมื่อถึงคราวที่ต้องปรับพับเบาะหนักๆ สู่งานหนัก มันก็ยากในการที่จะใช้งานยังไม่ตอบโจทย์ที่ดีเท่าที่ควร

แม้ว่าเรื่องความอรรถประโยชน์ซีดานจะมีน้อยกว่า แต่แง่หนึ่ง การแบ่งตอนห้องโดยสารและห้องสัมภาระที่ชัดเจน มันก็รับภาษีเรื่องความสบายไปเต็มๆ โดยเฉพาะในส่วนของการเก็บเสียงในห้องโดยสาร ซึ่งรถซีดานจะทำได้ดีกว่ารถยนต์หลายๆรุ่น ที่เป็นแฮทช์แบ๊ค

นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยในเรื่องของการเก็บกลิ่นในกรณีที่คุณเป็นพวกชอบเปลี่ยนรถเป็นตู้รอองเท้าหรือไปจ่ายตลาดกลับมาพร้อมอาหารกลิ่นแรง ก็ไม่ต้องหวั่นว่ามันจะเข้ามาสู่ห้องโดยสาร ถ้ารถคันนั้น มีการบุภายในที่ดีพอ

และท้ายสุดข้อดีของรถซีดานสี่ประตูคือ มันเป็นรถที่มีหลักการอากาศพลศาสตร์ที่ดีกว่าในรถยนต์ประเภทแฮทช์แบ๊ค หลายครั้งรถยนต์นั่งซีดานสามารถทำอัตราประหยัดได้ดีกว่า เพราะรถที่เป็นแบบ 5  ประตู ท้ายตัดตกจะทำให้เกิดลมหมุนมากกว่า

 

5  ประตูที่เข้าท่า สำหรับคนชีวิตหลากหลาย

 

ดูๆแล้ว หลายคนอาจจะบอก ซีดานก็ดีอยู่แล้วนี่ ทำไมต้องมาเปรียบเปรย ... แต่วันนี้เราต้องยอมรับว่า เราหลายคนมีกิจกรรมที่มากขึ้น มีความรับผิดชอบมากขึ้น ทำหลายหน้าที่ในคนเดียว นั่นเป็นจุดที่ทำให้รถแบบแฮทช์แบ็คเข้ามามีบทบาทในการตอบโจทย์

รถยนต์นั่งแบบ  5  ประตู ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับวงการรถยนต์ เพราะย้อนไปนานมากแล้ว รถยนต์เก๋งเคยทำ 5  ประตูออกมา แต่ในช่วงนั้นมันถูเรียกว่าสเตชั่นแวกอน เวอร์ชั่นสำหรับคนมีครอบครัว แต่เมื่อเวลาผ่านไป รถแบบนั้นถูกปรับให้เข้ายุคสมัยมากขึ้น และ ท้ายที่สุดในวันนี้กลายเป็นรถแอทช์แบ็ค

รถยนต์นั่งแฮทช์แบ็ค เป็นรถที่มีข้อดีมากมายในเรื่องการใช้งาน โดยเฉพาะ ถ้าคุณเป็นคนหลายกิจกรรมมากอารมณ์ ไม่ว่าจะต้องการใช้ในการขนของ ใช้รับส่งเพื่อน หรือ ต้องเอารถไปใช้เดินทางในวันว่างจนทั้งเพื่อนทั้งของ รถ 5  ประตู แทบจะพูดว่ามันเป็นรถยนต์ในอุดมคติ ของใครหลายๆคนที่ออกมาตอบโจทยืความหลาหลายในการใช้งาน

ถ้าสังเกตให้ดี รถแฮทช์แบ็คหลายรุ่นจะมีขนาดที่ย่อมว่ารถซีดาน แต่เรื่องความจุในการขนสัมภาระของมันนั้นกลับดีกว่ากว่าเท่าตัว สาเหตุหนึ่ง ก็มาจาการที่รถแอทช์แบ็ค 5  ประตู นั้นไม่แยกตอนห้องสัมภาระออกไป ทำให้เมื่อคุณใช้ฟังชั่นของรถ โดยเฉพาะการพับเบาะนั่งตอนหลัง การขนของนั้น จะทำได้ดีกว่ามาก ด้วยพื้นที่ซึ่งยาวต่อเนื่องเปิดโล่งตั้งแต่พื้นจนถึงหลังคาเพดานในห้องโดยสาร

 ทำให้มันเหมาะมากต่อการขนของทุกรูปแบบไม่ว่าจะตั้งแต่จักรยาน , กล่องสินค้า ทีวีขอยักษ์ ทั้งหมดเป็นไปได้ แม้ว่ารถจะมีขนาดเล็กกว่าก็ตาม

แต่ก็อย่างที่บอกไปว่ารถแฮทช์แบ็คนั้นไม่มีการกั้นห้องสัมภาระอย่างชัดเจน อาจจะมีแค่แผ่นบังหลังมาให้ ถ้าเปรียบก็เหมือนคุณขับคอนโดมิเนียมห้องสตูดิโอดีๆนี่เอง ทำให้ เจ้าของรถแอทช์แบ็ค จะต้องผจญกับเสียงรบกวนในระหว่างการขับขี่มากกว่า ส่วนเรื่องการนั่งก็ไม่น่าแปลกใจนักที่มันจะตอบโจทย์ได้ไม่ดีเท่าที่คิด เบาะนั่งบางรุ่นของแฮทช์แบ็คจะมีความแข้งกว่า เนื่องจากการตอบรายละเอียดการใช้งานที่หลากหลาย

และท้ายสุดแน่นอนว่าทรวดทรงท้ายตัดของรถ ทำให้มันเกิดลมหมุนที่ด้านท้ายมากกว่า ซึ่งจะมีผลโดยตรงต่ออัตราการบริโภคน้ำมัน แต่หากคุณเป็นพวกชอบขับรถเร็วเน้นความคล่องตัวสูง รถทรงแฮทช์แบ็คจะสามารถตอบโจทย์นี้ได้ดีกว่า เพราะ ท้ายจะไวกว่ารถซีดาน ช่วยเพิ่มอำนาจารควบคุมและการเข้าโค้งที่ดีขึ้น

 

ถึงแม้ว่าเราอาจจะไม่ได้ฟันธงไปเลยว่ารถยนต์นั่งแบบไหนที่เหมาะกับคุณ แต่ในวันนี้ ที่เรามาพูดถึงรถยนต์ระหว่างซีดาน และแฮทช์แบ็คเชื่อว่า หลายคนคงมองเห็นภาพลักษณะในการใช้งานมากขึ้น และท้ายสุดไม่ว่าจะเลือกรถแบบไหน ปัญหามันอยู่ที่การใช้งานของคุณเอง ที่ต้องเลือกให้เหมาะสมต่อสภาพการณ์

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com

5 เรื่องน่าสนใจ