เส้นทางแสนท้าทายสไตล์ AEC ที่ “เวียดนาม” (Part 1)

ถึงแม้ว่า “เวียดนาม” จะเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ไม่ได้มีชายแดนติดกับประเทศไทยของเรา แต่ช่วงหลายปีมานี้ มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ใช้การขับรถจากเมืองไทยผ่านทางลาวหรือกัมพูชา แล้วเข้าสู่เวียดนาม ซึ่งมุมมองส่วนตัวคิดว่า กระแสที่ทำให้นิยมท่องเที่ยวที่เวียดนามแบบขับรถไปมากขึ้น น่าจะเกิดจากแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์เรื่อง “เราสองสามคน”

Mazda Skyactiv Asean Caravan

ผมเป็นอีกคนที่ได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วก็มีความรู้สึกแบบว่า “เฮ้ย ขับรถไปได้ด้วยเหรอ?” และ “เฮ้ย สวยมากเลยอ่ะ ขับไปมั่งดีกว่า” มีอารมณ์นี้ตั้งแต่ปี 2553 จนผ่านมา 6 ปีแล้วก็ยังไม่ได้ไปซักที แต่เหมือนฟ้าประทานให้ความคิดเป็นจริงได้ เมื่อทาง มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) มีหมายเชิญมาถึงทาง Autodeft ให้เข้าร่วมคาราวาน “MAZDA SKYACTIV ASEAN CARAVAN” โดยเป็นเส้นทางที่เริ่มจากพระบรมรูปทรงม้า แล้วไปออกจากประเทศไทยที่ด่าน จ. นครพนม เข้าสู่ประเทศลาว ทะลุสู่เมืองวินห์ของเวียดนาม แล้ววิ่งขึ้นเหนือสู่เมืองหลวง ฮานอย จากนั้นไล่เลาะชายฝั่งอันสวยงามของเวียดนามจนถึงโฮจิมิน แล้วออกจากเวียดนามเข้าสู่กัมพูชา ก่อนกลับสู่เมืองไทยผ่านทาง จ.ตราด แล้วสิ้นสุดการเดินทางที่กรุงเทพ รวมระยะทางทั้งสิ้นกว่า 4,000 กิโลเมตร โดยทริปนี้จะเป็นการเดินทางด้วย Mazda ที่เป็นเครื่องยนต์ Skyactiv ทั้ง 4 รุ่นคือ Mazda 2, Mazda 3, Mazda MX-3 และ Mazda MX-5 รวม 12 คัน และรถ Service Mazda BT-50 อีก 3 คัน โดยแบ่งสื่อมวลชนเป็น 3 กลุ่มคือ กลุ่มแรก กทม. - ฮานอย กลุ่ม 2 ฮานอย - โฮจิมิน และกลุ่ม 3 โฮจิมิน - กทม. ซึ่ง Autodeft ได้ร่วมอยู่ในกลุ่ม 2 ร่วมกับพี่น้องสื่อมวลชนอีกหลายชีวิต เมื่อเห็นหมายเชิญปั๊บ ผมก็ตอบรับทันที เพราะถือเป็นเส้นทางที่อยากลองขับ และมันจะเป็นจริงได้ซักที

กลุ่มที่ 2 ของ MAZDA SKYACTIV ASEAN CARAVAN จะทำการบินจากสุวรรณภูมิสู่เมืองหลวงฮานอยเลยครับ เพื่อรับไม้ต่อจากกลุ่ม 1 ที่จะนำไปส่งให้ถึงที่พัก เมื่อเครื่อง Landing เรียบร้อย คำถามแรกที่พวกเราถามกันอย่างแรกก็คือ “ไหนใบผ่านเข้าประเทศหว่า”

Mazda Skyactiv Asean Caravan

เข้าเวียดนามไม่ต้องใช้ใบผ่านเข้าประเทศ

ใครที่เคยไปต่างประเทศจะรู้ว่า บนเครื่องบินจะมีการแจกใบผ่านเข้าประเทศให้เราเขียนก่อน เพื่อรอยื่นให้ ตม. ทุกประเทศ (ข้อมูลนี้เฉพาะส่วนตัวผม ที่เคยไปเฉพาะ สิงคโปร์, ฮ่องกง, มาเก๊า และญี่ปุ่น ต้องเขียนทุกครั้ง) แต่เวียดนามเป็นประเทศที่ไม่ต้องเขียนครับ ถ้ามาจากประเทศใน AEC ด้วยกันหรือประเทศที่ไม่ต้องขอ VISA เพื่อเข้าเวียดนาม ก็ยื่นแต่ Passport ได้เลย


Mazda Skyactiv Asean Caravan

ช่วงรอเข้าคิว ตม. อยู่นั้น อยู่ดีๆพี่เจ้าหน้าที่ก็หยุดทำงานนั่งอยู่เฉยๆ ทำแบบนี้ทุกช่อง จนพวกเราก็งงๆว่าเกิดอะไรขึ้น จนมาถึงบางอ้อเมื่อมีพี่ทหารอีกชุดหนึ่ง ค่อยๆเดินเข้ามาตรวจเอกสารทีละช่อง (ไม่รู้ดูอะไร) ซึ่งเมื่อพี่ทหารเปิดดูแฟ้มจดอะไรบางอย่างเรียบร้อยแล้วเดินออกไปจากคอก พี่เจ้าหน้าที่ถึงจะเริ่มทำงานต่อได้ (ต้องไม่ลืมว่าประเทศนี้ทหารเป็นใหญ่)

เมื่อผ่านพี่ ตม. มาเรียบร้อย ผมก็จัดการซื้อซิมท้องถิ่นมาใส่ สนนราคาอยู่ที่ 150,000 ด่องครับ

Mazda Skyactiv Asean Caravan

เวียดนามไม่มี 4G

ตลอดระยะเวลา 6 วันที่อยู่ในเวียดนาม ขับรถจากเหนือจรดใต้ บอกได้เลยครับว่าสัญลักษณ์บนมือถือมีแค่ E, 3G และ No Service ดังนั้นส่วนนี้ ประเทศไทยเจริญกว่าเยอะครับ (หรือค่ายอื่นมีก็ไม่รู้นะ)

Mazda Skyactiv Asean Caravan

หลังจากเรียบร้อยครบทุกคน ทีมงาน Mazda ก็พาพวกเราขึ้นรถบัสเข้าสู่เมืองฮานอยทันที เดินทางจากสนามบินโหน่ยบ่าย (สนามบินแห่งใหม่ของเมืองหลวง) ประมาณ 30 นาทีก็เข้าสู่กลางเมืองเรียบร้อยครับ

ไหนใครว่าเวียดนามเจริญไล่ไทยจะทันแล้ว (วะ)

บอกได้เลยครับว่าระหว่างที่เดินทางจากสนามบินมา จนเข้าสู่กลางเมืองฮานอย ไม่มีความรู้สึกเลยว่าเป็นประเทศที่เจริญแล้ว ระหว่างทางเจอแต่ที่นากับป่ากล้วย เข้าเมืองก็เจอแต่ตึกเก่าๆ แถมสร้างกันแบบต่างคนต่างสร้างอีก ประเภทแบบอาคารฝาเดียวกัน แต่สร้างหน้ายื่นมาไม่เท่ากัน แถมสูงไม่เท่ากันอีก แต่พี่ไกด์ชาวเวียดนามบอกเราว่า ที่ดินในเมืองฮานอยแพงมาก ไอ้เราก็ดูแล้วมันไม่น่าจะเป็นเมืองหลวงได้เลย ผมว่าไปเที่ยวเชียงราย ยังรู้สึกว่าจะเจริญกว่าที่ฮานอยด้วยซ้ำ

Mazda Skyactiv Asean Caravan

หลังจากเข้าสู่เมืองฮานอย และได้อิ่มกันเต็มที่กับอาหารเวียดนามมื้อแรกไปแล้ว ทางพี่ไกด์ก็พาเราสู่ วิหารวรรณกรรม (Temple of Literature) ที่ถือเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของเวียดนาม

Mazda Skyactiv Asean Caravan

แม่ค้าเวียดนามพูดไทยได้

จริงๆแล้วไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่ เพราะเคยได้ยินมาอยู่บ้าง ประกอบกับคนไทยมาเที่ยวเยอะ แม่ค้าก็น่าจะพอพูดได้บ้าง แต่พอไปแวะเที่ยวที่วิหารวรรณกรรม เจอกับแม่ค้าที่ขายพัด พอรู้ว่าเราเป็นคนไทยเท่านั้นแหละ งานขายเป็นภาษาไทยมาเลยครับ แถมชัดซะอีกด้วย (ไม่ชัดขนาดคนไทย แต่ชัดกว่าพม่าพูดไทยแน่) เรียกได้ว่า ทำเอาอึ้งกันไปทั้งกลุ่มครับ สอบถามได้ใจความว่า มีบางส่วนที่เคยหนีมาอยู่เมืองไทย แต่ภายหลังที่ทางพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามเปลี่ยนแปลงวิธีการดูแลประชาชน ปล่อยให้ชาวบ้านทำมาหากินได้อิสระขึ้น คนที่หนีไปอยู่ไทย 20 - 30 ปีก็ย้ายกลับมาทำมาหากินที่บ้าน หลายคนจึงพูดไทยชัดเจน (รวมถึงพี่ไกด์ด้วย)

Mazda Skyactiv Asean Caravan

Mazda Skyactiv Asean Caravan

Mazda Skyactiv Asean Caravan

เมื่อชมความสวยงามและกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เรียบร้อย คณะของ MAZDA SKYACTIV ASEAN CARAVAN ก็เริ่มออกเดินทางต่อไปที่ Phường Hàng Bạc โซนจับจ่ายของเมืองฮานอย ให้นึกถึงสำเพ็งเข้าไว้ โซนนี้ก็เป็นเช่นนั้นแหละครับ

Mazda Skyactiv Asean Caravan

แม่ค้าตื๊อเก่งมากกกกกกก

เชื่อมั้ยครับ ว่าระหว่างที่พวกเรานั่งร้านกาแฟเพื่อรอทุกคนอยู่นั้น จะมีบรรดาเหล่าพ่อค้าแม่ค้า หลากหลายอายุ แบกของอย่างนั้นอย่างนี้มาขาย ทั้งกระเป๋า, หมวก, ไฟแช็ค และอีกสารพัดจะมาขาย ยืนอยู่ที่หน้าร้านและเสนอขายของกับพวกเราอยู่ตลอดเวลาที่นั่งกันอยู่ งัดของมาขายสลับไปเรื่อยๆ งัดมาทุกโปรโมชั่น เปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีก อยู่ที่นั่นประมาณ 2 ชั่วโมง พวกแม่ค้า (กลุ่มเดิม) ก็ยังเพียรพยายามขายพวกเราอยู่ เรียกได้ว่า ทำหน้าที่กันสุดความสามารถจริงๆ

Mazda Skyactiv Asean Caravan

WiFi ฟรี เร็วจี๋ทั้งประเทศ

ตลอดระยะเวลา 6 วันที่ผมและคณะ MAZDA SKYACTIV ASEAN CARAVAN อยู่ในเวียดนาม ถ้าไม่นับตอนนั่งรถแล้ว เรียกได้ว่าแวะตรงไหน มี WiFi ให้เลือกใช้ได้ทุกที่จริงๆ ร้านกาแฟนี่แปะ Password ไว้ที่หน้าร้านด้วยซ้ำ แทบไม่ต้องพึ่ง Data ในซิมเลย (ซื้อไว้ 1GB. 6 วันยังเหลือ คิดดู) และไม่ได้ให้ฟรีแบบกั๊กนะครับ Test กันทีวิ่งกัน 20 เมกอัพทั้งนั้น ช่างเป็นประเทศที่มีน้ำใจสำหรับนักท่องเน็ตจริงๆ

Mazda Skyactiv Asean Caravan

หลังช๊อปปิ้งเรียบร้อย พวกเราก็เดินทางเข้าสู่โรงแรมเมืองตัง (Muong Thanh) เพื่อรอร่วม Party กับสื่อมวลชนกลุ่ม 1 ที่จะขับรถ Skyactiv ทั้ง 12 คันมาส่งต่อให้กับพวกเราเพื่อเดินทางต่อในวันพรุ่งนี้ ซึ่งงานปาร์ตี้นี้ นอกจากสื่อมวลชนชาวไทยแล้ว ยังมีสื่อมวลชนจากอีกหลายประเทศ ทั้งมาเลเซีย, อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และ สิงคโปร์ โดยทุกคนชื่นชอบคาราวานในครั้งนี้มาก เพราะเป็นครั้งแรกจริงๆที่มีกรุ๊ปของคณะสื่อมวลชนที่ใช้เส้นทางจากเหนือจรดใต้ ผ่านเส้นทางที่สวยงามมากมายของประเทศเวียดนาม

Mazda Skyactiv Asean Caravan

Mazda Skyactiv Asean Caravan

ปาร์ตี้นมปั่น น้ำอ้อยสด

ช่วงจบปาร์ตี้ ผมกับน้องๆสื่ออื่นบางคน ได้จับกลุ่มออกเดินตะเวนราตรีกันนิดหน่อย หลังจากเดินไปก็เริ่มเห็นแสงสีตามริมทางเท้ามากมาย เดินเข้าไปใกล้ๆจะพบว่า หนุ่มสาววัยรุ่นของเวียดนาม นิยมนั่งร้านน้ำริมทางจับกลุ่มกันเม้าท์มอย ทุกคนในกลุ่มลงความเห็นว่า ไอ้ที่พวกน้องๆนั่งดื่มกันอยู่นั้น จะเป็นพวกนมปั่น น้ำผลไม้ซะมากกว่า ไม่น่าจะเป็นเครื่องดื่มมึนเมาเหมือนวัยรุ่นบ้านเรานิยมกัน นอกจากที่ฮานอยแล้ว ที่เมืองฮอยอันก็ไม่ต่าง ที่ริมแม่น้ำจะมีร้านค้าวางเก้าอี้เรียงรายกันอยู่ วัยรุ่นก็จับจองกันเต็มไปหมด แต่ที่แปลกคือแทบไม่มีใครถือเบียร์หรือเหล้าเลย เจอแต่น้ำผลไม้หรือไม่ก็น้ำอ้อยคั้นสด นั่งเล่นไพ่ไป ดื่มไป ฉ่ำอุรากันเลยทีเดียว (เล่นไพ่ที่นี่ไม่ผิด ตราบใดที่ไม่มีการวางตังไว้)

Mazda Skyactiv Asean Caravan

วันรุ่งขึ้นเมื่อถึงยามเช้า กลุ่ม 2 ของคณะ MAZDA SKYACTIV ASEAN CARAVAN ก็ต้องทำหน้าที่ขับรถลงใต้แล้ว โดยคันแรกที่ผมได้จับคือ Mazda 2 Sedan ที่มาพร้อมเครื่อง SKYACTIV-G 1.3 จะพาเราทะยานออกจากเมืองฮานอย วิ่งไปสู่เมือง Quang Binh

Mazda Skyactiv Asean Caravan

บีบเข้าไปสิ แตรน่ะ

ก่อนหน้านี้ซัก 10 ปี เราจะได้เห็นตามสารคดีท่องเที่ยวต่างๆว่าเวียดนามเป็นประเทศที่ใช้จักรยานเยอะมาก แต่ปัจจุบันไม่ใช่แล้วครับ มันกลับกลายเป็นประเทศที่ใช้จักรยานยนต์เยอะมากถึงมากที่สุด การขับขี่ของชาวคณะจึงต้องอาศัยความชำนาญเป็นพิเศษ ที่สำคัญ ทุกคันต้องบีบ “แตร” อยู่ตลอดเวลา อารมณ์ไหนก็บีบ ทั้งไล่, ทั้งเตือน ทั้งเร่ง ทั้ง….(ทุกเวลา) พี่ไกด์บอกว่า ที่นี่เค้าบีบเพื่อบอกว่า “เฮ้ย ตรูอยู่ตรงนี้นะเฟ้ย อย่ามาชนตรูนะ” เคยเห็นจะๆครั้งนึง มีมอ’ไซค์ขี่เทโค้งออกจากแยกมา ไม่มีรถใดๆทั้งสิ้นรอบคุณพี่ แต่เสียงแตรคุณพี่นี่ดังยาวตลอดทางเลย ถ้าบีบแบบนี้ที่เมืองไทย สงสัยจะมีเรื่องกันทั้งวัน

Mazda Skyactiv Asean Caravan

หลังจากหลุดความวุ่นวายในเมืองมาได้ ก็เริ่มออกเดินทางแบบใช้ความเร็วที่มากขึ้น โดยมีการใช้เส้นถนนด่วนเหมือนมอเตอร์เวย์บ้านเรา จ่ายค่าผ่านทางแล้วจับกลุ่มกันใช้ความเร็วกันไป โดยพี่หมูแห่ง Transasia Route ผู้นำทางของคณะ MAZDA SKYACTIV ASEAN CARAVAN ครั้งนี้ ได้เตือนผู้ขับทุกคนเลยว่า ห้ามขับเร็วกว่าที่กฎหมายกำหนดเด็ดขาด โดยเส้นบนทางด่วนนี้ให้ขับได้ไม่เกิน 120 กม./ชม. เพราะถ้าเกินเมื่อไหร่ ที่ปลายด่านจะมีพี่ตำรวจมารออยู่ และบอกได้เลยว่าค่าปรับแพงมหาโหดระดับเป็นหมื่นบาท ดังนั้นพี่หมูจึงกำชับตลอดทางว่าอย่าให้เกินเด็ดขาด

Mazda Skyactiv Asean Caravan

ปั๊มย้อนยุค

หลังจากลงทางด่วนได้ไม่นาน รถหลายคันก็เริ่มมีการเตือนว่าต้องเติมน้ำมันแล้ว พวกเราจึงต้องหยุดเติมน้ำมันกันก่อน (เห็นว่าเติมมาตั้งแต่เมืองไทยแล้ว) เราจึงแวะกันที่ปั๊มน้ำมันตรงเมือง Ninh Sơn ในจังหวัด Ninh Bình ลองนึกภาพปั๊มน้ำมันตามต่างจังหวัดของไทยเมื่อซัก 20 ปีก่อน ปั๊มเป็นอย่างนั้นเลยครับ มีแต่ตู้เติมน้ำมันอยู่ประมาณ 4-5 ตู้ เล็กๆ แคบๆ มีน้ำมันให้เลือกเติมคือ แก๊สโซฮอล์ 92 และ 95 และน้ำมันดีเซลครับ และยังมีน้ำมันก๊าดขายทุกปั๊มด้วยครับ

Mazda Skyactiv Asean Caravan

Mazda Skyactiv Asean Caravan

60 และ 80 เท่านั้นนาจา

การจำกัดความเร็วของเวียดนาม ถือเป็นสิ่งที่ต้องระวังไว้เสมอครับ เพราะตำรวจจะมีการเรียกจับเรื่องความเร็วเกินบ่อยมาก และค่าปรับก็แพงมากด้วย โดยเขตนอกเมืองทั่วไป จะวิ่งได้ไม่เกิน 80 กม./ชม. แต่ถ้าเป็นเขตในเมือง ซึ่งจะมีป้ายบอกไว้ก่อนเข้าเมืองเสมอ จะขับได้ไม่เกิน 60 กม./ชม. เท่านั้น ลองคิดดูครับว่า บรรดาเหล่าสื่อมวลชนทั้งหลาย ที่ฝีเท้าแต่ละคนจัดจ้านทั้งนั้น แถมยังได้ควบรถยนต์เครื่องแรงแบบ Skyactive อีกด้วย แต่กลับถูกจำกัดความเร็วไม่ให้เกินนี้ จะเป็นเรื่องน่าอึดอัดขนาดไหน สรุปว่าวันแรกของการเดินทางของ MAZDA SKYACTIV ASEAN CARAVAN กลุ่ม 2 จากฮานอยสู่ Quang Binh ระยะทางรวม 530 กม. กลับใช้เวลาเดินทางทางนานถึง 11 ชั่วโมงเลยทีเดียว

Mazda Skyactiv Asean Caravan

Mazda Skyactiv Asean Caravan

วันรุ่งขึ้น หลังจากพักผ่อนกันเรียบร้อยแล้ว คณะของเราก็เตรียมออกเดินทางอีกครั้ง ซึ่งจุดหมายปลายทางวันนี้จะอยู่ที่เมืองฮอยอัน (ฉันรักเธอ) ซึ่งจะเป็นการเริ่มก้าวเข้าสู่เวียดนามใต้แล้ว ซึ่งระหว่างทางจะได้ผ่าน 2 สมรภูมิสำคัญสมัยสงครามเวียดนามคือ อุโมงค์หวินห์ม็อก และสะพานเส้นขนานที่ 17

Mazda Skyactiv Asean Caravan

เมืองของเรา เราต้องอยู่ได้

หมู่บ้านวินห์ม็อก อยู่ในดินแดนของเวียดนามเหนือสมัยสงครามเวียดนาม และอยู่ติดกับเส้นแบ่งดินแดนระหว่างเหนือและใต้ จึงทำให้หมู่บ้านนี้ถูกถล่มอย่างหนักจากฝั่งเวียดนามใต้ จนทำให้ชาวบ้านล้มตายเป็นจำนวนมาก หลายคนเตรียมอพยพขึ้นเหนือเพื่อหนีภัยสงคราม แต่ผู้นำได้พูดขึ้นมาคำนึงว่า “หมู่บ้านนี้ ดินแดนนี้เป็นของเรา เราต้องอยู่ให้ได้” ดังนั้นทุกคนจึงได้ร่วมมือกันขุดลงไปใต้ดินจนลึกพอที่จะหนีพ้นความรุนแรงของระเบิดที่ถูกทิ้งมาจากเครื่องบินได้ ขุดจนเป็นหมู่บ้านที่อยู่ใต้ดิน มีห้องนอน, ห้องครัว, ห้องพยาบาล เหมือนกับบ้านทั่วไป เพียงแต่อยู่ใต้ดินเท่านั้นเอง ชาวบ้าน 60 ครอบครัวใช้เวลาอยู่กับอุโมงค์นี้ถึง 6 ปีในการหลบภัย มีเด็กที่เกิดในที่นี้ถึง 17 คน และทุกคนก็ไม่สมประกอบเพราะแทบไม่ได้เดินหรือสัมผัสกับแสงแดดเลย ซึ่งปัจจุบันยังคงเหลือชีวิตรอดอยู่คนเดียวเท่านั้น ซึ่งถ้าใครเดินทางไปเที่ยวที่นั่น ก็จะได้เจอเขาเหมือนเป็นเน็ตไอดอลเลยทีเดียว

Mazda Skyactiv Asean Caravan

Mazda Skyactiv Asean Caravan

Mazda Skyactiv Asean Caravan

สะพานแห่งความแบ่งแยกประเทศ

คณะ MAZDA SKYACTIV ASEAN CARAVAN กลุ่ม 2 ได้ออกเดินทางลงใต้ต่อ จนถึงจุดที่เรียกว่า สะพานเส้นขนานที่ 17 หรือสะพาน Hien Luong ซึ่งสะพานนี้จะพาดข้ามแม่น้ำ เบ๊นห่าย ที่เป็นจุดแบ่งดินแดนของเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้ ซึ่งสะพานจะยาวเพียง 178 เมตร แต่จะถูกแบ่งครึ่งทาสีกันเป็นสัญลักษณ์ของแต่ละฝ่าย สมัยสงคราม ทั้ง 2 ฝั่งจะมีการพูดใส่เครื่องขยายเสียงชวนเชื่อโต้กันไปมาระหว่าง 2 ฝั่ง วันดีคืนดีตอนดึก ก็มีทหารของฝั่งหนึ่ง มาแอบทาสีสะพานให้เป็นสีของตัวเองทั้งสะพาน เพื่อแสดงสัญลักษณ์แห่งชัยชนะ ความขัดแย้งนี้ใช้เวลานานถึง 21 ปี กว่าที่ทั้ง 2 ฝั่งจะไปมาหาสู่กันได้ตามปกติ ปัจจุบันทางฝั่งเหนือ มีการสร้างอนุสาวรีย์ของความเป็นหนึ่งเดียว โดยมีธงขนาดใหญ่ชูไสวเป็นสง่า ส่วนฝั่งใต้จะมีอนุสาวรีย์แม่ลูก ที่รอพ่อกลับมาบ้านจากสงคราม ไว้เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจถึงความโหดร้ายของสงครามเวียดนาม

Mazda Skyactiv Asean Caravan

Mazda Skyactiv Asean Caravan

Mazda Skyactiv Asean Caravan

จ่ายค่าด่านแบบนับไม่ถ้วน

การขับรถจากฮานอยจนไปถึงโฮจิมินนั้น ใช้ระยะทางรวมเกือบ 2,000 กม. เส้นทางถือว่าดีพอสมควรตลอดทาง แต่ที่ต้องเจอกันตลอดทางคือ “ด่านเก็บค่าผ่านทาง” ซึ่งตลอดระยะเวลา 4 วันที่ขับมา ต้องบอกว่าน่าจะมีด่านที่ต้องจ่ายค่าผ่านทางไม่น่าต่ำกว่า 15 ด่าน (ไม่ได้นับไว้แต่แรก เพราะไม่คิดว่าจะเยอะขนาดนี้) ซึ่งพี่ไกด์บอกว่า ทางรัฐบาลจะไม่ลงทุนในการทำถนนเอง แต่จะเปิดให้ทางเอกชนลงทุนทำถนนแล้วเก็บเงินค่าผ่านทางจากผู้ใช้ทางเอาเอง โดยราคาค่าผ่านทางก็จะแตกต่างกันไป เท่าที่เห็นจะมีตั้งแต่ 30,000 - 80,000 ด่อง/คัน แต่เขาจะเก็บเฉพาะรถ 4 ล้อขึ้นไปเท่านั้น ส่วนมอเตอร์ไซค์ ใช้ฟรีเลยจ้า

Mazda Skyactiv Asean Caravan

Mazda Skyactiv Asean Caravan

ซิ่งกระจายบนภูเขา

สภาพภูมิศาสตร์ของเวียดนาม 2 ใน 3 จะเป็นภูเขาครับ และส่วนใหญ่ก็จะยังคงมีต้นไม้ปกคลุมเขียวขจีอยู่ ถึงแม้ว่าพี่ไกด์จะบอกว่าปัจจุบันมีปัญหาการลักลอบตัดต้นไม้อยู่ แต่จากการที่ได้ผ่านทางมาตลอด ถือว่ายังเขียวขจีสมบูรณ์กว่าทางไทยเราเยอะมากมายครับ แน่นอนว่าถนนบางช่วงจะต้องมีการขึ้นเขาในระยะทางที่ไกลพอสมควร แต่เนื่องจากระยะทางที่ไกล และระยะเวลาที่จำกัด พวกเราชาวคณะ MAZDA SKYACTIV ASEAN CARAVAN จึงต้องเร่งทำเวลาพอสมควร แต่ด้วยทางขึ้นเขาจะเป็นแบบ 2 เลนสวนกัน แถมยังมีรถบรรทุกและรถเทรลเลอร์มาร่วมทางนี้ด้วยเป็นจำนวนมาก พวกเราจึงต้องเร่งกันแซงเก็บทีละคันเพื่อไปให้ถึงปลายทางทันเวลา ซึ่งวันนี้ผมได้ควบเป็น MAZDA 3 Skyactiv ซึ่งมีอัตราการเร่งแซงที่ทันใจ เพียงแค่เหยียบคันเร่งแรงๆ ก็สามารถพาเราแซงรถทีละคันไปได้อย่างไม่ยากเย็น ซึ่งถ้ามีโดรนถ่ายภาพเราช่วงนี้ไว้ จะเห็นคณะพวกเราเร่งแซงกันทีละชุด ชุดละ 3-4 คัน กระจายกันทั้งภูเขา เรียกได้ว่าเป็นช่วงที่แก้ง่วงได้พอตัวเลยครับ

Mazda Skyactiv Asean Caravan

อุโมงค์ย๊าวยาว

รัฐบาลของเวียดนามเห็นว่า การสร้างถนนเพื่อให้รถใช้งานบนภูเขา น่าจะไม่สะดวก ตอนนี้จึงเริ่มมีการ “ขุด” ภูเขาเพื่อให้ถนนลอดไปแทนแล้ว ซึ่งมีอุโมงค์หนึ่งซึ่งตอนนี้ถือได้ว่าเป็นอุโมงค์ลอดภูเขาที่ยาวที่สุดในเอเชียอาคเนย์แล้ว นั่นก็คือ อุโมงค์หายเวิน ซึ่งเป็นเส้นทางที่เชื่อมต่อระหว่างเมืองเว้และเมืองดานัง โดยอุโมงค์นี้มีความยาวถึง 6.28 กม. โดยพวกเราได้ชื่นชมความยาวอยู่ประมาณ 10 นาที เพราะจำกัดความเร็วไว้ที่ 60 กม./ชม. เช่นเคยจ้า

Mazda Skyactiv Asean Caravan

โว้ว ได้เห็นความเจริญแล้ว

จากที่ได้เคยบอกไว้ตอนแรกว่า เห็นเมืองฮานอยแล้วใครบอกว่าเวียดนามเจริญแล้ว ตอนนี้พอลอดอุโมงค์หายเวินแล้วโผล่มาที่เมืองดานังได้ โว้ว… เริ่มเห็นตึกสูงและความเจริญเข้าให้แล้ว (หรือที่ผ่านมาเป็นอุโมงค์ทะลุมิติ) ได้เห็นอ่าวทะเลแสนสวย พร้อมกับตึกรามบ้านช่องที่ขึ้นสูงตระหง่านอยู่มากมาย ลองนึกภาพของอ่าวพัทยาดูครับ ที่ดานังนี้แทบไม่แตกต่างกันเลย เริ่มมีรถยนต์มากขึ้น นักท่องเที่ยวมากขึ้น และความวุ่นวายเริ่มมากขึ้น ซึ่งพี่ไกด์บอกว่าเมืองนี้ช่วงสงครามเวียดนาม สหรัฐฯใช้เป็นจุดขึ้นบก และใช้เป็นฐานที่มั่นในการบุกโจมตีเวียดนามเหนือ เลยทำให้เมืองนี้เจริญกว่าทางเหนือเยอะมากมายครับ

Mazda Skyactiv Asean Caravan

ขับขี่กัน โค ตะ ระ วุ่นวายเลย

อย่างที่บอกไปว่าเมืองดานังนั้นออกจะเจริญแล้ว ดังนั้นการจราจรก็ย่อมวุ่นวายตามปกติ ซึ่งโชคดีของเหล่าคณะ MAZDA SKYACTIV ASEAN CARAVAN ที่มาถึงดานังช่วง 5 โมงเย็นพอดี ซึ่งเป็นเวลาเลิกงานของชาวเวียดนาม พวกเราเลยต้องเจอกับ “กองทัพ” มอเตอร์ไซค์กันไปตลอดทาง ถ้าเห็นบ้านเราวุ่นวายแล้ว ที่เวียดนามคูณ 5 ไปเลยครับ เพราะแต่ละคนที่ขี่นั้น ไม่รู้ว่าคุณพี่เขานึกว่าอยู่คนเดียวบนถนนหรือเปล่า อยากจะไปทางไหนพี่ก็ไปเลยโดยไม่ต้องบอกกล่าว หรือรถเก๋งติดไฟแดงอยู่ที่ 4 แยก คุณพี่อยู่ขวาสุดอยากจะเลี้ยวซ้าย คุณพี่ก็ขับปาดออกไปเลยเมื่อได้ไฟเขียว (ต่อหน้าตำรวจที่โบกอยู่ตรงแยกด้วยนะ) เรียกว่าขับกันแบบตามใจฉันเลย และที่สำคัญ ในเมืองจะระงมไปด้วยเสียงแตร ที่ทุกคันร่วมกันกระหน่ำกดกันอย่างเต็มที่ ทุกเวลา ทุกโอกาส กว่าจะไปถึงปลายทางที่เมืองฮอยอัน เล่นเอาซะหูอื้อ ดีที่ว่ารถของ MAZDA ทุกคันมีระบบเก็บเสียงที่ดี ไม่งั้นสงสัยจะมีอาการหูดับแหงๆ

Mazda Skyactiv Asean Caravan

Mazda Skyactiv Asean Caravan

วันที่ 2 ของการเดินทาง ใช้ระยะทางประมาณ 330 กม. แต่เป็นวันที่ได้ประสบการณ์ที่เมืองเวียดนามอย่างเต็มที่จริงๆครับ

To Be Continue…

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com 

5 เรื่องน่าสนใจ