หลุดเต็มๆ!! BMW 5 Series Facelift หรูใหม่เก๋งกลางพรีเมี่ยมจากเยอรมัน

ตลอด 4 ปีที่ BMW 5 Series ภายใต้รหัส G30 ได้รับการตอบรับอย่างดียิ่งจากสาวกรถหรูที่ต้องการเก๋งซาลูนขนาดกลางที่เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยี ความหรูหรา ความสปอร์ต ซึ่งรถยนต์จากเมืองมิวนิกรุ่นนี้เพียบพร้อมทุกองค์ประกอบ และงานนี้สาวกตราใบพัดฟ้า-ขาวได้สมใจกับการเผยรุ่นปรับโฉมหรือ Facelift เป็นครั้งแรกก่อนการเปิดตัวจริงอย่างเป็นทางการ

BMW 5 Series

สำหรับ BMW 5 Series Facelift เริ่มที่ภายนอกกระจังหน้าทรงไตคู่ลายใหม่โดยแนวตั้งในกระจังหน้ามาพร้อมระบบ Active Air Flap แผ่นปิดด้านในกระจังหน้าไตคู่เจเนอเรชั่นล่าสุด และการจัดระเบียบทิศทางการไหลของอากาศผ่าน Air Curtains ที่ช่วยลดแรงเสียดทานอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อมกับไฟหน้าคู่ LED ทรงเรียวยาวดีไซน์ใหม่พร้อมระบบส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง ไฟตัดหมอกหน้า LED รับกับช่องดักอากาศ เพิ่มความโดดเด่นให้แก่ด้านหน้าของรถ ด้านท้ายใหม่ด้วยไฟท้าย LED พร้อมกันชนหลังทรงสปอร์ตพร้อมลิ้นสปอยเลอร์หลังหรือ diffuser และท่อไอเสียคู่ เด่นด้วยล้ออัลลอยลายใหม่ 5 ก้านทูโทน 18 นิ้ว พร้อมยาง 245/45 R18

ภายในยังคงเดิมแต่อาจเติมสีสันใหม่พร้อมกับปุ่มควบคุมฟังก์ชั่นอัจฉริยะพร้อมระบบสัมผัส iDrive พร้อมแสดงระบบนำทาง ระบบโทรศัพท์ ระบบความบันเทิง และระบบการทำงานของรถผ่านจอแสดงผลความละเอียดสูงขนาด 10.25 นิ้ว โดยรองรับการควบคุมผ่านทาง iDrive Controller สั่งงานด้วยเสียงหรือท่าทาง หรือสัมผัสที่หน้าจอโดยตรง

ขุมพลังคาดว่ายังคงเดิมจากตระกูล Twin Power Turbo ทั้ง เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 4 สูบ 2.0 ลิตร รหัส B47D20B 190 แรงม้าที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิด 400 นิวตันเมตรที่ 1,750-2,500 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด Steptronic ระบบขับเคลื่อนล้อหลังระบบพวงมาลัยไฟฟ้าแปรผันตามการหมุนและความเร็วแบบ Servotronic และช่วงล่าง M Sport และเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 2.0 ลิตร รหัส B48B20A 184 แรงม้าที่ 5,000-6,500 รอบ/นาที แรงบิด 300 นิวตันเมตรที่ 1,350-4,000 รอบ/นาที จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลัง 113 แรงม้า แรงบิด 265 นิวตันเมตร เมื่อทำงานร่วมกันให้กำลังมากสุด 292 แรงม้า แรงบิด 420 นิวตันเมตร ควบคู่กับประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้นของแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน Gen 4 รุ่นใหม่ ที่มีขนาดความจุ 12 kWh

BMW 5 Series

สามารถเพิ่มกำลังส่งในการเร่งความเร็วได้มากยิ่งขึ้นในโหมด SPORT เพียงเหยียบคันเร่งเพื่อกระตุ้นการทำงานของ XtraBoost และปลดปล่อยพละกำลังเสริมมากถึง 40 แรงม้า ภายในเวลาเพียง 10 วินาที.จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด Steptronic และระบบขับเคลื่อนล้อหลัง โหมดการขับขี่แบบ HYBRID สามารถเร่งความเร็วสูงสุดได้ถึง 110 กม./ชม. ขณะเดียวกันในโหมด ELECTRIC ซึ่งเป็นโหมดการขับขี่แบบไร้มลพิษ สามารถเร่งความเร็วสูงสุดได้ถึง 140 กม./ชม. และขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าให้ระยะทางขับขี่สูงสุดที่ 55-68 กิโลเมตร ระบบพวงมาลัยไฟฟ้าแปรผันตามการหมุนและความเร็วแบบ Servotronic คาลิเปอร์เบรกแบบ M Sport เพิ่มความเพลิดเพลินในการขับขี่ และช่วงล่าง Adaptive M การเปิดตัว BMW 5 Series รุ่นปรับโฉมอาจเผยเร็วๆนี้และเมืองไทยคาดว่าพบกันปลายปีนี้

ที่มา carscoops

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com 

5 เรื่องน่าสนใจ