BMW ดันหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เข้าสายการผลิต ทำงานยาว ไม่พัก ไม่รับเงินเดือน
- โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
- 28 ก.พ. 69 20:13
- 1,003 อ่าน
BMW กลายเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายล่าสุดที่นำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เข้ามาใช้งานในสายการผลิต โดยโครงการเริ่มต้นจากการทดลองที่โรงงาน Spartanburg รัฐเซาท์แคโรไลนา สหรัฐอเมริกาเมื่อปีที่ผ่านมา และล่าสุดได้ประกาศโครงการนำร่องใหม่ที่โรงงานในเมือง Leipzig ประเทศเยอรมนี

โครงการนี้ถูกเรียกว่าแนวทาง “Physical AI” และพัฒนาร่วมกับบริษัทเทคโนโลยีอย่าง Hexagon ซึ่งได้เปิดตัวหุ่นยนต์รุ่น AEON เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หลังการเปิดตัว ทั้งสองบริษัทได้ร่วมกันประเมินเชิงทฤษฎีและทดสอบในห้องปฏิบัติการ ก่อนจะนำหุ่นยนต์ AEON เข้าไปทดสอบจริงที่โรงงาน Leipzig เมื่อเดือนธันวาคม และต่อยอดสู่การทดสอบเพิ่มเติมในเดือนเมษายน โดยเฟสนำร่องอย่างเป็นทางการจะเริ่มในช่วงฤดูร้อนนี้
BMW ระบุว่าโครงการนำร่องครั้งล่าสุดมุ่งเน้นการทดสอบการใช้งานแบบหลากหลายหน้าที่ แม้ไม่ได้ลงรายละเอียดเชิงลึก แต่ยืนยันว่า AEON จะถูกใช้ในงานประกอบชิ้นส่วนและแบตเตอรี่แรงดันสูง
ก่อนหน้านี้ BMW ได้ทดลองใช้หุ่นยนต์ Figure 02 จากบริษัท Figure AI ที่โรงงาน Spartanburg หุ่นยนต์ดังกล่าวทำงานกะละ 10 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 5 วัน ต่อเนื่องเป็นเวลา 10 เดือน และมีส่วนช่วยในการผลิตรถยนต์มากกว่า 30,000 คัน โดยรับหน้าที่ถอดและจัดวางแผ่นโลหะอย่างแม่นยำสำหรับกระบวนการเชื่อม ซึ่งเป็นงานที่ต้องการทั้งความเร็ว ความเที่ยงตรง และใช้แรงกายสูง

ตลอดระยะเวลาการทดสอบ Figure 02 เคลื่อนย้ายชิ้นส่วนมากกว่า 90,000 ชิ้น และสะสมชั่วโมงการทำงานราว 1,250 ชั่วโมง BMW ระบุว่าโครงการดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าหุ่นยนต์สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มที่วัดผลได้ภายใต้สภาพแวดล้อมจริง โดยเฉพาะในงานที่มีลักษณะซ้ำซาก ต้องใช้แรงทางกายภาพสูง หรือมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
แม้จะมีความกังวลว่าหุ่นยนต์อาจเข้ามาแทนที่แรงงานมนุษย์ แต่ BMW ระบุว่าเป้าหมายหลักคือการช่วยแบ่งเบาภาระพนักงานและยกระดับสภาพแวดล้อมการทำงาน อย่างไรก็ตาม บริษัทก็ยอมรับว่าการใช้หุ่นยนต์ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของสายการผลิตด้วยเช่นกัน

นอกจาก BMW แล้ว ผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นก็เริ่มทดสอบแนวทางเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น Mercedes-Benz ที่ทดลองใช้หุ่นยนต์ Apollo จาก Apptronik ในโรงงานที่กรุงเบอร์ลิน รวมถึง Hyundai ที่มีแผนขยายการใช้งานหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในโรงงานสหรัฐฯ ภายในปี 2028 ขณะที่ Tesla ก็ยังคงพัฒนาหุ่นยนต์ Optimus อย่างต่อเนื่อง
การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรมยานยนต์กำลังเดินหน้าสู่ยุคที่เทคโนโลยีหุ่นยนต์มีบทบาทสำคัญมากขึ้นในสายการผลิตจริง
ที่มา Carscoops
ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com




