จีนสั่งเรียกคืนรถครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ Tesla โดนหนักสุด เหตุจากด้ามจับประตูแบบซ่อนตัว

  • โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
  • 23 ส.ค. 69 09:58
  • 1,009 อ่าน

ประเทศจีนประกาศเรียกคืนรถยนต์ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ยานยนต์ของประเทศ ครอบคลุมรถยนต์เกือบ 4.3 ล้านคันจากผู้ผลิตถึง 11 แบรนด์ โดยปัญหากลางที่นำไปสู่การสั่งเรียกคืนครั้งนี้มาจากชิ้นส่วนเดียว นั่นคือ มือจับเปิดประตูแบบซ่อนตัว หรือ Flush Door Handles ซึ่ง Tesla เป็นค่ายรถที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยคิดเป็นจำนวนรถสูงถึงเกือบ 3 ล้านคัน

สาเหตุความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

ด้ามจับประตูแบบเรียบเนียนไปกับตัวถังได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้ายุคใหม่ ทั้งในเรื่องความสวยงามและการลดแรงต้านอากาศ ทว่าระบบดังกล่าวต้องพึ่งพาระบบไฟฟ้าเป็นหลัก หากเกิดอุบัติเหตุรุนแรงจนระบบไฟฟ้าในรถเสียหายหรือดับลง ผู้โดยสารภายในรถรวมถึงกู้ภัยด้านนอกจะไม่สามารถหากลไกเปิดประตูแบบธรรมดา (Mechanical Release) ได้ทันท่วงที ซึ่งอาจส่งผลอันตรายถึงชีวิตในสถานการณ์ฉุกเฉิน

 

Tesla โดนกระทบหนักสุด พร้อมแบรนด์จีนชื่อดัง

ในการสั่งเรียกคืนครั้งนี้ Tesla ต้องเรียกคืนรถที่นำเข้าและผลิตในจีน ได้แก่ Model 3, Model Y, Model S และ Model X รวมกันสูงถึง 2.98 ล้านคัน โดยมีกำหนดเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน นอกจากนี้ ค่ายรถยนต์ไฟฟ้านวัตกรรมใหม่จากจีนก็โดนเรียกคืนด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น Xiaomi ประมาณ 3.9 แสนคัน, Leapmotor ราว 3.71 แสนคัน, XPeng ราว 2.64 แสนคัน รวมถึงแบรนด์ในเครือ Geely

 

แนวทางการแก้ไขของค่ายรถ

เพื่อบรรเทาความเสี่ยงในเบื้องต้น ผู้ผลิตรถยนต์จะดำเนินการติดสติ๊กเกอร์เตือนและระบุตำแหน่งของกลไกเปิดประตูแบบฉุกเฉินให้เห็นเด่นชัดฟรี ขณะที่ Tesla และบางค่ายจะออกอัปเดตซอฟต์แวร์เพิ่มเติม เพื่อสั่งการให้กระจกหน้าต่างลดลงมาโดยอัตโนมัติเมื่อเกิดการชน ซึ่งจะช่วยเปิดช่องทางให้ผู้โดยสารหนีออกมาหรือช่วยให้กู้ภัยช่วยเหลือได้ง่ายขึ้น

 

เตรียมสั่งห้ามใช้มือจับประตูแบบซ่อนตัวปี 2027

มาตรการเรียกคืนรถครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยทางการจีนได้เตรียมบังคับใช้กฎหมายห้ามผลิตและจำหน่ายรถยนต์ที่ใช้ด้ามจับประตูแบบซ่อนตัวตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป โดยกำหนดให้รถทุกคันต้องมีระบบเปิดประตูแบบกลไกปกติที่สามารถใช้งานได้ทันทีทั้งจากภายในและภายนอกโดยไม่ต้องพึ่งพาระบบไฟฟ้า

 

ที่มา Carscoops

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com

5 เรื่องน่าสนใจ