Hyundai เข้าซื้อกิจการ Boston Dynamics แบบเบ็ดเสร็จ เดินหน้าแผนส่งหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ Atlas ลุยโรงงานประกอบรถยนต์ แม้เผชิญแรงต้านจากสหภาพแรงงาน

  • โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
  • 20 ก.ค. 69 16:20
  • 1,016 อ่าน

สงครามการแข่งขันเพื่อนำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เข้ามาใช้งานในโรงงานประกอบรถยนต์กำลังทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ล่าสุดกลุ่มยนตรกรรมยักษ์ใหญ่อย่าง Hyundai Motor Group บรรลุข้อตกลงในการเข้าซื้อหุ้นส่วนที่เหลืออีกประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์จาก SoftBank Group ส่งผลให้บริษัทหุ่นยนต์ชื่อดังระดับโลกสัญชาติอเมริกันอย่าง Boston Dynamics กลายสภาพเป็นบริษัทย่อยที่ Hyundai ถือหุ้นทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์อย่างเป็นทางการ โดยมีรายงานว่ามูลค่าการซื้อขายหุ้นก้อนสุดท้ายนี้อยู่ที่ราว 335 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งการเข้าครอบครองกิจการแบบเบ็ดเสร็จจะช่วยให้ค่ายรถยนต์สัญชาติเกาหลีใต้มีความคล่องตัวสูงสุดในการบริหาร จัดการงบลงทุนระยะยาว และปูทางสู่การนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในอนาคต

Hyundai

ความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากกลุ่มคนงานของ Hyundai ในประเทศเกาหลีใต้รวมตัวประท้วงหยุดงานชั่วคราว เนื่องจากความกังวลว่าการนำหุ่นยนต์เข้ามาทดแทนแรงงานจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในอาชีพ อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทยังคงเดินหน้าตามแผนการใหญ่ โดยตั้งเป้าที่จะผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่นก้าวหน้าอย่าง Atlas ให้ได้มากถึงปีละ 30,000 ตัวภายในปี 2028 และเตรียมแผนการส่งหุ่นยนต์จำนวนมากกว่า 25,000 ตัวเข้าไปประจำการในโรงงานผลิตของ Hyundai และ Kia ทั่วสหรัฐอเมริกา โดยคาดว่าจะเริ่มประเดิมงานแรกที่โรงงาน Metaplant ในรัฐจอร์เจียปี 2028 เพื่อทำหน้าที่จัดเรียงชิ้นส่วนยานยนต์ ก่อนขยับขยายไปสู่ไลน์ประกอบชิ้นส่วนรถยนต์เต็มรูปแบบภายในปี 2030

สำหรับหุ่นยนต์รุ่นล่าสุดนี้มีความสูงประมาณ 190 เซนติเมตร น้ำหนักตัว 198 ปอนด์ ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าที่สามารถใช้งานได้ต่อเนื่อง 4 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง มีความสามารถในการยกวัตถุหนัก 110 ปอนด์ได้ในชั่วขณะ และยกวัตถุหนัก 66 ปอนด์ค้างไว้ได้อย่างมั่นคง ตัวหุ่นยนต์ทำงานด้วยระบบรับรู้ตำแหน่งและการทรงตัวขั้นสูง หรือ Proprioception ซึ่งช่วยให้ตัวหุ่นยนต์สามารถทรงตัวและปรับสมดุลการรับน้ำหนักได้เองโดยอัตโนมัติคล้ายกับการทำงานของกล้ามเนื้อมนุษย์

ในแง่ของความคุ้มค่าเชิงพาณิชย์ รายงานจากสถาบันวิจัยของรัฐบาลเกาหลีใต้ระบุว่า หุ่นยนต์รุ่นนี้มีต้นทุนการผลิตต่อตัวอยู่ที่ประมาณ 130,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเมื่อคำนวณเปรียบเทียบกับค่าแรงของมนุษย์ในอุตสาหกรรมการผลิตแล้ว หุ่นยนต์แต่ละตัวจะสามารถคืนทุนให้กับบริษัทได้ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 2 ปีเท่านั้น ปัจจุบันไม่เพียงแค่ค่ายนี้เท่านั้นที่เร่งนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาใช้ เพราะแบรนด์คู่แข่งอย่าง Tesla ก็กำลังเร่งผลิต Optimus เช่นเดียวกับ BMW และ Xiaomi ที่เริ่มทดสอบหุ่นยนต์ในโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแล้วเช่นกัน ทำให้ทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์โลกในอนาคตมุ่งหน้าสู่การพึ่งพาระบบอัตโนมัติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ที่มา Carscoops

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com

5 เรื่องน่าสนใจ