Hyundai ก้าวสู่อีกขั้น ประกาศลดต้นทุนแบตเตอรี่ EV ลง 30% ยืดอายุการใช้งานยาวขึ้น พร้อมลุยระบบขับขี่อัตโนมัติ Level 2+ ในปี 2028
- โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
- 27 ส.ค. 69 13:30
- 1,004 อ่าน
Hyundai ประกาศทิศทางยุทธศาสตร์เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดในงาน Investor Day โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่และระบบขับขี่ไร้คนขับอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความคุ้มค่าและยกระดับประสิทธิภาพของรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต

ในส่วนของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ Hyundai ได้ประสบความสำเร็จในการพัฒนาเซลล์แบตเตอรี่ของตัวเอง ซึ่งสามารถให้กำลังเอาต์พุตสูงกว่าเซลล์แบบ High-nickel เดิมเกินเท่าตัว ทั้งยังช่วยลดเวลาในการชาร์จไฟลงได้ถึง 40% โดยแบตเตอรี่รุ่นใหม่นี้เตรียมประเดิมใช้งานในรถยนต์ Santa Fe และไลน์อัป Genesis
นอกจากนี้ ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป รถยนต์ไฟฟ้าของค่ายจะเริ่มเปลี่ยนมาใช้แบตเตอรี่ชนิด Mid-nickel NCM ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนแบตเตอรี่ลงได้ราว 30% ในขณะที่ยังคงประสิทธิภาพการใช้งานในชีวิตจริงไว้อย่างดีเยี่ยม ทั้งยังมีหนาแน่นของพลังงานสูงกว่าแบตเตอรี่ LFP ในขนาดเท่ากันถึง 30% อีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้น Hyundai ยังตั้งเป้าปรับปรุงระบบจัดการแบตเตอรี่ผ่านระบบคลาวด์ภายในปี 2028 ซึ่งคาดว่าจะช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ให้ยาวนานขึ้นเฉลี่ยถึง 20%
ด้านระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ Hyundai กำลังเร่งเครื่องอย่างเต็มกำลัง โดยเตรียมส่งมอบรถยนต์ Ioniq 5 Robotaxi ให้แก่ Waymo ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ เพื่อเตรียมขยายบริการรถแท็กซี่ไร้คนขับไปยังต่างประเทศภายในปี 2027 ขณะเดียวกัน Motional บริษัทเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติในเครือ ก็เตรียมเปิดให้บริการ Ioniq 5 Robotaxi เชิงพาณิชย์ในเมืองลาสเวกัสภายในปีนี้ ก่อนจะขยายไปยังเมืองอื่น ๆ ต่อไป
สำหรับรถยนต์ที่วางขายแก่ผู้บริโภคทั่วไป Hyundai Motor Group ได้ทำการมาตรฐานโครงสร้างเซนเซอร์ใหม่โดยอิงตามระบบนิเวศของ NVIDIA ซึ่งช่วยให้สามารถรวบรวมและแชร์ข้อมูลร่วมกันระหว่างแบรนด์ Hyundai, Kia, 42dot และ Motional ได้อย่างเป็นระบบ ข้อมูลมหาศาลจากรถที่วิ่งบนท้องถนนจะถูกนำมาพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ Atria AI เพื่อขยับขยายระบบขับขี่ไร้คนขับตั้งแต่ Level 2+ ไปจนถึง Level 4 โดยตั้งเป้าเปิดตัวระบบขับขี่เสมือนไร้คนขับ Level 2+ ในรถยนต์รุ่นแมสภายในปี 2028
การเคลื่อนไหวครั้งใหญ่นี้แสดงให้เห็นว่า Hyundai ไม่เพียงแต่รุกหนักในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าด้วยการทำราคาแบตเตอรี่ให้เข้าถึงง่ายขึ้นเท่านั้น แต่ยังมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีความปลอดภัยและยานยนต์อัจฉริยะแห่งอนาคตอย่างแท้จริง
ที่มา Carscoops
ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com




