Kia แก้ปัญหาที่คนขับเบื่อที่สุดในห้องโดยสารรถยุคใหม่
- โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
- 2 ก.พ. 69 14:48
- 1,117 อ่าน
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ห้องโดยสารรถยนต์สมัยใหม่ถูกครอบงำด้วยหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ ฟังก์ชันแทบทุกอย่างถูกย้ายเข้าไปอยู่ในเมนูดิจิทัล ตั้งแต่ระบบปรับอากาศไปจนถึงการปรับเสียงเพลง แต่ไม่ใช่ผู้ขับขี่ทุกคนที่จะรู้สึกพอใจกับทิศทางนี้ และ Kia ก็เป็นหนึ่งในค่ายรถที่ออกมายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า “ความล้าจากการใช้จอสัมผัส” เป็นเรื่องจริง
แทนที่จะเลือกเดินสุดทางด้านใดด้านหนึ่ง Kia เลือกแนวทางตรงกลาง โดยยืนยันว่าหน้าจอจะยังคงมีบทบาทสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ปุ่มควบคุมแบบกายภาพจะไม่หายไปจากรถของแบรนด์

โจเคน พาเอเซน หัวหน้าฝ่ายออกแบบภายในของ Kia ให้สัมภาษณ์กับ Autocar ว่า รถรุ่นใหม่ในอนาคตจะยังคงใช้แนวคิดผสมผสานระหว่างหน้าจอขนาดใหญ่ ซอฟต์แวร์ที่ซับซ้อนขึ้น และปุ่มจริงสำหรับฟังก์ชันสำคัญ เป้าหมายไม่ใช่ความล้ำเพื่อโชว์เทคโนโลยี แต่คือการใช้งานที่ง่ายและปลอดภัยกว่า
เขาระบุว่าฟังก์ชันบางอย่างเป็นสิ่งที่ผู้ขับต้องเข้าถึงได้ทันทีโดยไม่ต้องคิด และไม่ควรมีความผิดพลาดเกิดขึ้น นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไม Kia ยังคงเลือกใช้ปุ่มจริง พร้อมต่อยอดประสบการณ์ดิจิทัลในส่วนที่เหมาะสม หากการเข้าถึงฟังก์ชันใดต้องกดผ่านเมนูถึงสามขั้น นั่นคือสิ่งที่ไม่ดีสำหรับใครทั้งนั้น เพราะความต้องการของผู้ใช้ส่วนใหญ่เป็นเรื่องพื้นฐานและตรงไปตรงมา
พาเอเซนยังมองว่า แม้บางแบรนด์จะประสบความสำเร็จกับห้องโดยสารดิจิทัลเต็มรูปแบบ แต่ด้วยฐานลูกค้าทั่วโลกของ Kia ทำให้จำเป็นต้องเลือกแนวทางที่คนส่วนใหญ่ใช้งานได้จริง ทีมออกแบบของ Kia มีการศึกษาพฤติกรรมผู้ใช้จากหลายประเทศ และเมื่อรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเข้าด้วยกัน ข้อสรุปกลับเรียบง่ายกว่าที่คิด นั่นคือมนุษย์ไม่ได้แตกต่างกันมากนักในเรื่องการใช้งานพื้นฐาน
แนวคิดนี้สะท้อนความไม่พอใจที่เพิ่มขึ้นในหมู่ผู้ขับขี่ ไม่ใช่แค่กับห้องโดยสารที่พึ่งพาจอมากเกินไป แต่รวมถึงโซลูชันกึ่งกลางที่ยังสร้างความยุ่งยาก เช่น แผงควบคุมแบบสลับโหมดของ Kia ในปัจจุบัน ที่ต้องเปลี่ยนระหว่างการควบคุมระบบปรับอากาศและสื่อ แม้จะทำงานดีกว่าบางค่าย แต่ก็ยังเพิ่มขั้นตอนโดยไม่จำเป็น เมื่อพื้นที่คอนโซลมีมากพอ การบังคับให้ผู้ขับต้องสลับโหมดเพียงเพื่อปรับอุณหภูมิหรือระดับเสียง ย่อมสร้างความรำคาญ และอาจนำไปสู่การกดผิดโดยไม่ตั้งใจ
พาเอเซนมองว่า อินเทอร์เฟซในอนาคตควรเปลี่ยนจากระบบที่ผู้ขับต้องเรียนรู้ ไปสู่ระบบที่ช่วยลดขั้นตอนและภาระทางความคิด ซึ่งเป็นสิ่งที่ยังไม่มีผู้ผลิตรายใดทำได้อย่างสมบูรณ์
เขายังกล่าวถึงค่ายรถจีนหน้าใหม่ที่กล้าผลักดันฟีเจอร์แปลกใหม่ แม้หลายอย่างจะเป็นสิ่งที่ผู้ใช้ไม่เคยร้องขอ แต่ก็ต้องยอมรับในความกล้าทดลองและนวัตกรรมที่สร้างความประทับใจในบางมุม
อย่างไรก็ตาม พาเอเซนเชื่อว่าอุตสาหกรรมรถยนต์กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงใหม่ ที่คุณค่าจะสำคัญกว่าความแปลกใหม่เพียงอย่างเดียว และนี่คือโอกาสที่แต่ละแบรนด์จะสร้างเอกลักษณ์ด้านรสนิยม แนวคิด และตรรกะการใช้งานของตัวเอง
หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนคือระบบอินโฟเทนเมนต์ Pleos Connect รุ่นใหม่ของ Kia ซึ่งเคยถูกเผยโฉมในรูปแบบคอนเซปต์ โดยจับคู่หน้าจอขนาดใหญ่เข้ากับแถวปุ่มกายภาพด้านล่างอย่างชัดเจน แนวทางผสมผสานเช่นนี้อาจกลายเป็นคำตอบที่ทั้งผู้ผลิตและผู้ขับขี่ต่างตามหาในท้ายที่สุด
ที่มา Carscoops
ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com




