McLaren เปิดขาย Le Mans Hypercar เวอร์ชันลูกค้า ส่งมอบปี 2027

  • โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
  • 3 มี.ค. 69 20:38
  • 1,004 อ่าน

McLaren เดินหน้าสู่เวทีความเร็วระดับโลกอย่างเต็มตัวกับรถแข่ง LMDh Hypercar รุ่นใหม่ และครั้งนี้เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ครอบครองเวอร์ชันพิเศษของรถคันดังกล่าว แม้จะไม่ใช่สเปกรถแข่งเต็มรูปแบบก็ตาม โดยรุ่นสำหรับลูกค้าจะตัดระบบไฮบริดออก และใช้ขุมพลังสันดาปล้วน แตกต่างจากรถแข่งที่ลงสนามอย่างชัดเจน

McLaren

ก่อนหน้านี้ในช่วงกลางปี 2025 McLaren ยืนยันแผนการผลิต Hypercar รุ่นลูกค้าภายใต้ชื่อโครงการ Project Endurance โดยจะเป็นการผลิตจำนวนจำกัด สมรรถนะถูกวางตำแหน่งเหนือกว่า McLaren Senna และ Solus GT ซึ่งก่อนหน้านี้ถือเป็นรถแทร็กระดับสูงสุดของแบรนด์

ในช่วงแรกมีการคาดการณ์ว่ารถรุ่นลูกค้าอาจใช้ระบบส่งกำลังเดียวกับรถแข่ง อย่างไรก็ตาม ระหว่างการเปิดตัวในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกที่ประเทศออสเตรเลีย Neil Underwood หัวหน้าฝ่าย HyperTrack Cars ของ McLaren ยืนยันว่ารุ่นจำหน่ายจริงจะไม่ใช้ระบบไฮบริดแบบเดียวกับรถแข่ง

McLaren

สำหรับรถแข่ง LMDh Hypercar ใช้เครื่องยนต์ V6 ทวินเทอร์โบ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวม 671 แรงม้า ตามข้อกำหนด Balance of Performance ขณะที่รุ่นสำหรับลูกค้าจะใช้เครื่องยนต์ V6 ทวินเทอร์โบ ขนาด 2.9 ลิตร แบบไม่มีระบบไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 720 แรงม้า ตามรายงานของสื่อ Which Car แม้ตัวเลขจะยังน้อยกว่า Solus GT ที่ใช้เครื่องยนต์ V10 ขนาด 5.2 ลิตร กำลัง 829 แรงม้า แต่ในสนามแข่งปิด สมรรถนะระดับนี้ถือว่าเหลือเฟือสำหรับการขับขี่จริง

นอกจากความแตกต่างด้านระบบขับเคลื่อนแล้ว รุ่นลูกค้ายังได้รับการปรับจูนใหม่ให้เหมาะกับนักขับที่ไม่ใช่มืออาชีพ โดยจะมีระบบควบคุมการยึดเกาะถนนที่ปรับตั้งได้ การส่งกำลังที่เหมาะสมขึ้น รวมถึงระบบเบรกที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานในสนามอย่างเต็มรูปแบบ

McLaren

ด้านจำนวนการผลิต McLaren ยังไม่เปิดเผยตัวเลขอย่างเป็นทางการ และอาจพิจารณาตามจำนวนลูกค้าที่เหมาะสม การทดสอบทั้งรถแข่ง endurance และรุ่นสันดาปล้วนจะเริ่มขึ้นภายในปีนี้ โดยกำหนดส่งมอบคันแรกให้ลูกค้าในช่วงปลายปี 2027

จุดเด่นสำคัญของ Project Endurance คือการพัฒนาควบคู่ไปกับรถแข่ง Le Mans โดยมีทีมงานจากทั้ง McLaren Automotive และ McLaren Racing ร่วมกันดำเนินงาน เจ้าของรถทุกคนจะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมโปรแกรมสนามแข่งระดับโลกเป็นระยะเวลา 2 ปี พร้อมการสนับสนุนจากวิศวกรของบริษัทและนักขับมืออาชีพอย่างใกล้ชิด สะท้อนแนวคิดที่ต้องการมอบประสบการณ์ใกล้เคียงรถแข่งจริงมากที่สุดสำหรับลูกค้ากลุ่มพิเศษ

ที่มา Carscoops

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com

5 เรื่องน่าสนใจ