เปิดตัวรถใหม่ 2026 NEW MG URBAN แฮทช์แบ็กไฟฟ้าอัจฉริยะ 3 รุ่นย่อย วิ่งไกลสุด 530 กม. ในราคาเริ่มต้น 529,900 บาท

  • โดย : พิสน ลีละหุต
  • 17 มิ.ย. 69 12:03
  • 1,021 อ่าน

เอ็มจี (MG) เขย่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยอีกครั้งกับการเปิดตัว NEW MG URBAN รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ตัวล่าสุดในรูปแบบแฮทช์แบ็ก ยกระดับมาตรฐานความอัจฉริยะรอบคัน มาพร้อมตัวเลือก 3 รุ่นย่อย ได้แก่ STANDARD, MAX และ ULTRA อัดแน่นด้วยเทคโนโลยี Smart Cabin, ระบบ i-SMART และความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป Euro NCAP และ ANCAP ระดับ 5 ดาว ในราคาเริ่มต้น 529,900 บาท

MG Urban

MG Urban

ดีไซน์ภายนอกโดดเด่น พร้อมไฟท้าย Union Jack และระบบ V2L ทุกรุ่นย่อย

ภายนอกของ NEW MG URBAN มาพร้อมงานดีไซน์ที่ทันสมัย ติดตั้งโลโก้แบบเรืองแสง (Illuminated Logo) ไฟหน้า LED อัตโนมัติ และสปอยเลอร์หลังที่เข้าคู่กับไฟท้าย LED ดีไซน์ Union Jack เอกลักษณ์เฉพาะตัว นอกจากนี้ในทุกรุ่นย่อยยังรองรับระบบ V2L (Vehicle to Load) เปลี่ยนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้สามารถเป็นแหล่งจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายนอกได้สูงสุด 3.3 kW

ด้านล่างติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว พร้อมฝาครอบ Aero Wheel Cover ในรุ่น STANDARD ส่วนรุ่น MAX และ ULTRA จะอัปเกรดเป็นล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว พร้อมกระจกมองข้างพับ-ปรับไฟฟ้าและระบบเปิด-ปิดประตูท้ายไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ

MG Urban

MG Urban

ขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้า และระยะทางวิ่งสูงสุด 530 กม. (NEDC)

NEW MG URBAN ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor และใช้แบตเตอรี่ Lithium-iron Phosphate (LFP) จาก CATL โดยแบ่งสเปกตามรุ่นย่อยดังนี้:

รายละเอียด รุ่น STANDARD รุ่น MAX และ ULTRA
พละกำลังสูงสุด 150 แรงม้า (110 กิโลวัตต์) 160 แรงม้า (118 กิโลวัตต์)
แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร 250 นิวตันเมตร
ความจุแบตเตอรี่ 42.8 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) 53.9 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh)
ระยะทางวิ่งสูงสุด (NEDC) 435 กิโลเมตร / การชาร์จ 1 ครั้ง 530 กิโลเมตร / การชาร์จ 1 ครั้ง
ชาร์จเร็ว DC (10% - 80%) ประมาณ 28 นาที (ความเร็วสูงสุด 82 kW) ประมาณ 30 นาที (ความเร็วสูงสุด 88 kW)
ชาร์จธรรมดา AC รองรับ MG HOME CHARGER ที่ 6.6 kW รองรับ MG HOME CHARGER ที่ 6.6 kW

ระบบช่วงล่างด้านหน้าเลือกใช้แบบ MacPherson Strut ที่ช่วยควบคุมรถได้มั่นคงและแม่นยำ ส่วนด้านหลังเป็นแบบ Torsion Beam ช่วยเพิ่มเสถียรภาพการขับขี่ ติดตั้งระบบดิสก์เบรก 4 ล้อ (คู่หน้าแบบมีช่องระบายความร้อน Ventilated Disc) สามารถเลือกโหมดการขับขี่ได้ 5 รูปแบบ ได้แก่ ECO, NORMAL, SPORT, SNOW, CUSTOM และควบคุมรถได้คล่องตัวยิ่งขึ้นด้วยระบบขับเคลื่อนแบบขาเดียว One Pedal

MG Urban

MG Urban

Smart Cabin ห้องโดยสารอัจฉริยะ ขยายพื้นที่กว้างขวาง

ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยวัสดุ Soft Touch เพิ่มสัมผัสที่เหนือระดับ พร้อมเบาะหนังสังเคราะห์ลาย Diamond Cut เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทางทุกรุ่นย่อย (เพิ่มระบบเป่าลมในรุ่น MAX และ ULTRA) พื้นที่แถวหลังกว้างขวางนั่งสบายด้วยระยะวางขา (Legroom) สูงถึง 984 มิลลิเมตร พนักพิงเบาะหลังพับได้แบบ 60:40 มีที่วางแขนและที่วางแก้วน้ำ รวมถึงพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายแบบสองชั้นความจุ 480 ลิตร และจุได้มากสูงสุดถึง 1,266 ลิตรเมื่อพับเบาะ นอกจากนี้ยังติดตั้งหลังคากระจกพาโนรามิกเต็มแผ่นพร้อมม่านบังแดด

MG Urban

MG Urban

ไฮไลต์สำคัญของระบบควบคุมและการแสดงผล:

  • รุ่น ULTRA: ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผลระดับท็อป Qualcomm Snapdragon 8155 ทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการ i-SMART PRO และหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 15.6 นิ้ว (ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง 6 จุด) และมีฟังก์ชันเปิดระบบ Cooling Seat ผ่านมือถือ
  • รุ่น MAX: มาพร้อมระบบปฏิบัติการ i-SMART และหน้าจอสัมผัสขนาด 15.6 นิ้ว (ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง 6 จุด)
  • รุ่น STANDARD: ติดตั้งหน้าจอสัมผัสขนาด 12.8 นิ้ว (ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง 4 จุด)

สำหรับฟังก์ชันมาตรฐาน ทุกรุ่นย่อยจะได้รับหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 7 นิ้ว, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้มหนังปรับได้ 4 ทิศทาง, ระบบ Intelligent Smart Access ช่วยให้เข้า-ออกและสตาร์ทรถได้อย่างง่ายดาย, รองรับการเชื่อมต่อ Wireless Apple CarPlay และ Android Auto รวมถึงแท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย (Wireless Charger) กำลังไฟสูงถึง 50 วัตต์ในรุ่น MAX และ ULTRA

MG Urban

MG Urban

ระบบสั่งจอดระยะไกล และความปลอดภัยขั้นสุด ADAS ระดับ L2

NEW MG URBAN มอบความมั่นใจในทุกการเดินทางด้วยการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับรอบคันรวมทั้งหมด 21 ตำแหน่ง (เซ็นเซอร์ 12 ตำแหน่ง, กล้องรอบคัน 6 ตัว และเรดาร์ 3 ตำแหน่ง) ทำงานร่วมกับระบบความปลอดภัยขั้นสูง ADAS ระดับ L2 และผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจาก Euro NCAP และ ANCAP

ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะและระบบช่วยจอดที่เป็นไฮไลต์:

  • ระบบสั่งจอดอัจฉริยะ (SAPS / Smart Parking Assist) และระบบสั่งจอดอัตโนมัติระยะไกล (Remote Auto Parking): ควบคุมการจอดรถและสั่งเข้าซองผ่านสมาร์ทโฟนได้ง่าย ๆ (มีในรุ่น MAX และ ULTRA)
  • ระบบช่วยเหลือการขับขี่: ระบบเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ (ALC), ระบบควบคุมรถให้อยู่กึ่งกลางเลน (LCC), ระบบควบคุมความเร็วแปรผันอัตโนมัติอัจฉริยะ (ACC / ICA / TJA)
  • ระบบป้องกันอุบัติเหตุรอบทิศทาง: ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB), แจ้งเตือนมุมอับสายตา (BSD / LCA / RCTA / RCTB), ระบบตรวจจับพฤติกรรมการขับขี่ (DMS) และถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่งรอบคัน (คู่หน้า, ด้านข้าง, ม่านถุงลม และถุงลมกลางระหว่างเบาะหน้า)

MG Urban

ตัวเลือกสีตัวถังภายนอก

NEW MG URBAN มีสีตัวถังภายนอกให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่:

  • ม่วง (Lavender Purple)
  • เบจ (Modern Beige)
  • ขาว (Arctic White)
  • เทา (Andes Grey)
  • ดำ (Pearl Black)

โดยภายในห้องโดยสารทุกรุ่นย่อยจะได้รับการตกแต่งในโทนสีทูโทน เทา–ดำ อย่างลงตัว

ราคาอย่างเป็นทางการของ MG Urban ทุกรุ่นย่อย

NEW MG URBAN มีทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ได้แก่

  • NEW MG URBAN Standard ราคา 579,900 บาท ราคา Early Bird 529,900 บาท
  • NEW MG URBAN MAX ราคา 649,900 บาท ราคา Early Bird 599,900 บาท
  • NEW MG URBAN ULTRA ราคา 749,900 บาท Early Bird 709,900 บาท

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com

5 เรื่องน่าสนใจ