Rivian เปิดตัวแผนกสมรรถนะใหม่ RAD คล้าย M Division เน้นยกระดับความแรงและความสามารถลุยขั้นสุด
- โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
- 28 ก.พ. 69 20:08
- 1,003 อ่าน
Rivian ประกาศเปิดตัวหน่วยงานด้านสมรรถนะภายในองค์กรอย่างเป็นทางการในชื่อ Rivian Adventure Department หรือ RAD โดยใช้เวทีงาน FAT Ice Race ที่รัฐมอนแทนาเป็นจุดเริ่มต้นการสื่อสารสู่สาธารณะ แม้ทีมงานดังกล่าวจะดำเนินงานมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ครั้งนี้ถือเป็นการประกาศตัวอย่างชัดเจนในฐานะกลุ่มพิเศษที่เปรียบเสมือนแผนกพัฒนาสมรรถนะเฉพาะทางของแบรนด์

Rivian ระบุว่า RAD เป็นทีมลักษณะ skunkworks ที่รวมตัวของนักออกแบบ วิศวกร และผู้หลงใหลในรถยนต์ ซึ่งทุ่มเททั้งกลางวันและกลางคืนเพื่อทดสอบขีดจำกัดของรถ Rivian ในทุกสภาพการใช้งาน เป้าหมายหลักคือการปลดล็อกศักยภาพด้านความสามารถและสมรรถนะให้ก้าวไปอีกระดับ โดยยึดหลักการพัฒนาจากประสบการณ์ใช้งานจริง ไม่ใช่เพียงการทำงานในห้องทดลองหรือสำนักงานเท่านั้น
ผลงานที่ผ่านมาสะท้อนแนวคิดดังกล่าวอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการคว้าชัยชนะในรายการ Rebelle Rally ปี 2023 รวมถึงการสร้างสถิติรถกระบะไฟฟ้าสำหรับการผลิตที่สนามไต่เขา Pikes Peak ในปี 2023 และ 2024 ข้อมูลและประสบการณ์ที่ได้จากการแข่งขันเหล่านี้ถูกนำกลับมาปรับใช้กับรถรุ่นจำหน่ายจริง เพื่อยกระดับสมรรถนะและความทนทานในการใช้งานทั่วไป

แนวคิดแข่งวันอาทิตย์ ขายวันจันทร์ อาจไม่ใช่เรื่องใหม่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่ Rivian ยืนยันว่าการพัฒนาโหมด Desert Rally สำหรับการขับขี่ออฟโรด รวมถึงระบบ RAD Tuner ล้วนเป็นผลลัพธ์โดยตรงจากประสบการณ์ภาคสนาม RAD Tuner เปิดตัวใน R1 รุ่นเจเนอเรชันที่สองแบบ Quad Motor และเปิดโอกาสให้ผู้ขับปรับแต่งลักษณะการทำงานของรถได้อย่างละเอียด
แตกต่างจากระบบปรับแต่งของผู้ผลิตหลายรายที่จำกัดตัวเลือกไว้เพียงบางส่วน Rivian เปิดให้ปรับตั้งค่าการตอบสนองคันเร่ง ระบบชาร์จไฟกลับขณะชะลอความเร็ว ช่วงล่าง ความสูงตัวรถ ระบบช่วยเบรก พวงมาลัย การควบคุมอาการลื่นไถลของล้อ และการกระจายแรงบิดระหว่างล้อหน้าและหลังได้อย่างอิสระ แนวทางนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับคาแรกเตอร์ของรถให้เหมาะสมกับสภาพเส้นทางและสไตล์การขับขี่ของตนเองได้อย่างแท้จริง

Jeff Hammoud ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายออกแบบของ Rivian อธิบายว่า RAD คือภาพสะท้อนที่มีชีวิตของความหลงใหลที่เป็นหัวใจของแบรนด์ ตั้งแต่ทีมออกแบบ วิศวกร ไปจนถึงชุมชนผู้ครอบครองรถ ความมุ่งมั่นในการสำรวจและผลักดันขีดจำกัดคือดีเอ็นเอของบริษัททั้งหมด ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ทีมใดทีมหนึ่ง
คำถามสำคัญต่อจากนี้คือทิศทางของ RAD จะพัฒนาไปไกลเพียงใด จะยังคงเป็นทีมเบื้องหลังที่มุ่งปรับปรุงผลิตภัณฑ์ปัจจุบัน หรือจะก้าวสู่การเป็นแผนกสมรรถนะเต็มรูปแบบในลักษณะเดียวกับ BMW M, Cadillac V หรือ Mercedes AMG ในอนาคต แม้ในเวลานี้ภาพรวมจะยังดูเป็นการวางตำแหน่งเชิงการตลาดมากกว่าการเปิดตัวรุ่นสมรรถนะพิเศษโดยตรง แต่ก็ถือเป็นก้าวแรกที่น่าจับตาของ Rivian ในการสร้างภาพลักษณ์แบรนด์สายลุยและสายแรงอย่างจริงจัง
ที่มา Carscoops
ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com




