Toyota เรียกตรวจสอบเพิ่ม รถยนต์มีปัญหาถุงลมนิรภัยทั่วโลกกกว่า 2.3 ล้านคัน

  • โดย : Autodeft
  • 13 มิ.ย. 57
  • 5,549 อ่าน

ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากประเทศญี่ปุ่น Toyota ประกาศของเรียกรถคืนเข้าตรวจสอบเพิ่มเติมในปัญหาถุงลมนิรภัย ที่เคยลงสอบสวนเมื่อปีกลาย หลังคาดว่ายังมีชิ้นส่วนที่มีปัญหาในรถยนต์อีกกว่า 2.3 ล้านคันทั่วโลก

 

ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากประเทศญี่ปุ่น  Toyota  ประกาศของเรียกรถคืนเข้าตรวจสอบเพิ่มเติมในปัญหาถุงลมนิรภัย ที่เคยลงสอบสวนเมื่อปีกลาย หลังคาดว่ายังมีชิ้นส่วนที่มีปัญหาในรถยนต์อีกกว่า 2.3  ล้านคันทั่วโลก

เมื่อปีกลาย Toyota ได้เคยออกประกาศ เกี่ยวกับการเรียกรถยนต์เข้าตรวจสอบ หลังจากที่คาดว่ารถอาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับการทำงานของถุงลมนิรภัยจากผู้ผลิตชิ้นส่วน Takata  ที่อาจจะก่อให้เกิดข้อบกพร่องต่อการทำงาน ซึ่งอาจจะทำให้ถุงลมนิรภัยไม่กางหรือทำงานไม่เต็มที โดยมีการเรียกคืนในญี่ปุ่นกว่า   650,000 คัน และ นอกญี่ปุ่น ก็มีจำนวนกว่า 1.65  ล้านคัน แต่ในการเรียกคืนครั้งนั้น ก็จำนวนมากกว่านี้จากค่ายรถยนต์รายอื่นที่ใช้ผู้ผลิตชิ้นส่วนเดียวกัน

[IMAGE1]

ล่าสุด  Toyota ออกมาประกาศให้เจ้าของรถยนต์ กว่า  2.27 ล้านคันนั้นเข้ามารับการตรวจสอบปัญหาถุงลมนิรภัย โดย  Toyota  ระบุว่า  ปัญหาเกิดจากทางผู้ผลิตชิ้นส่วน Takata Corp. ให้ซีเรียลนัมเบอร์ชิ้นส่วนไม่ถูกต้อง

และด้วยชิ้นส่วนที่ผิดดังกล่าวอาจจะทำให้ถุงลมนิรภัยทำงานไม่ถูกต้อง ที่สำคัญเมื่อเกิดการชนอย่างรุนแรงมีความเป็นไปได้ที่รถจากเสียหายจากการไฟไหม้ได้  โดย Toyota  อ้างว่าพวกเขาได้รับรายงานว่า มีอย่างน้อยหนึ่งเคสที่มีไฟไหม้ผ้าคลุมเบาะจาการที่ถุงลมนิรภัยทำงานผิดพลาด

[IMAGE2]

ทั้งนี้ Toyota  เผยว่าการ Recall  ครั้งล่าสุดนี้ จะมีรถยนต์กว่า  20 รุ่นที่ได้รับผลของการใช้ชิ้นส่วนเดียวกัน ครอบคลุมที่แบรนด์รถยนต์  Lexus  ด้วย โดยไฮไลท์อยู่ที่รถ  Toyota Corolla , Toyota Matrix  และ Toyota Tundra   รุ่น ปี  2003-2004  ส่วนในรถยนต์หรู  Lexus  เผยว่า รถ Lexus SC 430 ที่ผลิตในช่วงปี 2002-2004 จะเข้าข่ายในการเรียกคืนด้วย

สำหรับในบ้านเรา  Toyota Motor  ใหม่ ยังไม่มีการเปิดเผยออกมาอย่างเป็นทางการถึงปัญหาเรียกคืนตรวจสอบถุงลมนิรภัยดังกล่าว ทว่าการเรียกคืนครั้งล่าสุดนี้ Toyota  เผยว่าเป็นการเรียกคืนทั่วโลก ไม่เฉพาะในสหรัฐอเมริกา เท่านั้น

 

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com

 

5 เรื่องน่าสนใจ