รถมือสองรุ่นเด่น!! ISUZU MU-X อเนกประสงค์ 7 ที่นั่งหรู นั่งสบาย ช่วงล่างนุ่ม เด่นประหยัด

หลังจากที่ ISUZU MU-7 อเนกประสงค์ 7 ที่นั่งพื้นฐานจาก ISUZU D-MAX เจนแรก หมดวาระการทำตลาดลงทำให้ อีซูซุ ต้องสู้ต่อไปในตลาดรถอเนกประสงค์พื้นฐานรถปิกอัพหรือเรียกกันว่า PPV (Pickup Passenger Vehicle) หลังจากที่เปิดตัว ISUZU D-MAX เจนสองออกมา และเสียงเรียกร้องที่อยากเห็นรุ่นใหม่ จึงเป็นที่มาของตัวตายตัวแทน ISUZU MU-7 ภายใต้ชื่อ ISUZU MU-X

Isuzu Mu X
Isuzu Mu X

ISUZU MU-X เปิดตัวที่เมืองไทยเป็นที่แรกของโลกในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2556 เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง PPV แทน ISUZU MU-7 ที่ทำตลาดมา 9 ปี  ตัวรถมีความโดดเด่นแตกต่างจาก MU-7 แบบหน้ามือเป็นหลังมือเริ่มที่ดีไซน์ด้านหน้าจากกระจังหน้าโครเมี่ยมสไตล์ อีซูซุ  ไฟหน้า Projector กันขนหน้าทรงสีทูโทนพร้อมไฟตัดหมอกหน้าและ Day time Running Light ตำแหน่งเดียวกับไฟตัดหมอก ด้านข้างเส้นสายส่งความแข็งแกร่งรับเข้ากับเส้นสไตล์สปอร์ตให้ความเฉียบคม สร้างความรู้สึกพุ่งทะยาน ล้ออัลลอยมีให้เลือกถึง 2 ลาย 2 แบบทั้ง ขนาด 16 นิ้ว พร้อมยาง 245/70R16 และ 17 นิ้ว พร้อมยาง 255/65 R17 ไฟท้ายขาวแดงธรรมดาไร้ LED ราวหลังคาแบบ Roof Rail พร้อมเสาอากาศแบบครีบฉลามและเสาชักบนหลังคาให้เลือก กล้องมองหลัง BUILT-IN แถมเสน่ห์แบบสปอร์ตด้วยสปอร์ยเลอร์หลัง กระจกมองข้างโครเมี่ยมพร้อมไฟเลี้ยวในตัวติดตั้งเป็นออพชั่นมาตรฐานยางอะไหล่ห้อยใต้ท้องรถทำให้การเปิดฝาท้ายรวดเร็วกว่าเดิม

ตัวรถสั้นลงกว่า ISUZU MU-7 โดยเฉพาะระยะฐานล้อและตัวรถสั้นกว่านอกนั้นมีความใหญ่โต โดยมีความยาว 4,825 มม. ความกว้าง 1,860 มม. ความสูง 1,860 มม. ฐานล้อ 2,845 มม. ความสูงใต้ท้องรถ 220-230 มม. น้ำหนักรถ 1,935-2,100 กก. และความจุถังน้ำมัน 65 ลิตร

Isuzu Mu X

ภายในเน้นคุณภาพในการใช้งานเริ่มจากเบาะนั่งคนขับสามารถปรับไฟฟ้าได้ 6 ทิศทาง พร้อมพนักพิงศีรษะดีไซน์ซ่อนรูปและบาะนั่งตอน 2 ดีไซน์หรูซ่อนรูปพร้อมที่ท้าวแขนพับได้ 60/40 และตอน 3 สบายแบบ 50/50 แบบสีเบจทั้งชิ้น แผงคอนโซลหน้าดีไซนคุ้นเคยเดียวกับ ISUZU D-MAX เจน 2 เสริมความสง่าด้วยลายไม้ NATURE TOUCH ให้สัมผัสสมจริงต่อเนื่องรับกับแผงข้างประตูบุหนัง มาตรวัดเรืองแสงสีขาวพร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID ระบบความบันเทิงสมบูรณ์แบบที่มาพร้อมเครื่องเล่น DVD หน้าจอแบบสัมผัสขนาด 7 นิ้วพร้อมระบบนำทาง เหนือกว่าด้วยจอมอนิเตอร์บนเพดานแบบ BUILT-IN ขนาด 10.5 นิ้ว และกระหึ่งดว้ยระบบเสียง พร้อมลำโพงบนหลังคา SURROUND SOUND 8 ทิศทาง ให้มิติเสียงสมจริงในทุกที่นั่ง พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น 3 ก้าน ควบคุมเครื่องเสียงแต่ไร้ Cruise Control และระบบ Start ที่ทันสมัยแบบปุ่มบิดพร้อมกุญแจรีโมทที่สามารถปลดล็อกที่ก้านประตูได้เพียงดึงก้านเท่านั้น

Isuzu Mu X

ขุมพลังยุคนั้นยกชุดมาจาก ISUZU D-MAX เจนที่ 2 ทั้ง 2 ขนาดตั้งแต่เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 3.0 ลิตร 4JJ1-TCX 3.0 ลิตรพร้อม VGS Turbo ความจุกระบอกสูบ 2,999 ซีซี ขนาดความโตกระบอกสูบ/ระยะชัก 95.4/104.9 มม. อัตราส่วนกำลังอัด 16.5 ต่อ 1 กำลังสูงสุด 177 แรงม้าที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 380 นิวตันเมตร ที่ 1,800-2,800 รอบ/นาที และขนาด 2.5 ลิตร VGS Turbo 4JK1-TCX ความจุกระบอกสูบ 2,499 ซีซี ขนาดความโตกระบอกสูบ/ระยะชัก 95.4/87.4 มม. อัตราส่วนกำลังอัด 16.0 ต่อ 1 ให้กำลัง 136 แรงม้าที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตรที่ 1,800-2,800 รอบ/นาที ทั้งหมดจับกำลังบิดลงระบบเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด พร้อมระบบ REV Tronic

Isuzu Mu X

ระบบช่วงล่างจัดการด้วยฃด้านหน้าแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น ส่วนด้านหลังใช้ลาขาดจากแหนบซ้อน มาเป็นแบบคอยล์สปริง 5-LINK SUSPENSION พร้อมเสริมเหล็กกันโคลงขนาดใหญ่ที่ขึน้ชื่อว่ารุ่นนี้ให้ความนุ่มนวลแบบรถหรูถึงจะมีอาการดีดบ้างในบางครั้ง ระบบห้ามล้อที่ลาขาดหน้าดิสก์หลังดรัม มาเป็นแบบดิสก์เบรก 4 ล้อ แบบมีครีบระบายความร้อนพร้อมระบบเบรก ABS กระจายแรงเบรก EBD BA แถมยังมี ระบบควบคุมการทรงตัว ESC และระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS ป้องกันการลื่นไถลขณะออกตัว เสริมความมั่นใจให้เกิน 100 โครงสร้างของโดยสาร ผลิตด้วยเหล็กกล้า แต่ถ้าทุกอย่างสุดวิสัยจริงๆก็ยังมั่นใจได้ด้วยถุงลมนิรภัยคู่หน้า ทำงานร่วมกับเข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับอัตโนมัติตรึงคุณอยู่กับตำแหน่งเบาะนั่งเพื่อลดการกระแทกจากแรงชน

หลังจากจำหน่ายไป 1 ปี ในปี 2557 ประสบความสำเร็จกวาดยอดขายอย่างน่าอัศจรรย์ด้วยตัวเลข 20,000 คัน พร้อมกับการเปิดตัวในรุ่นปรับปรุงใหม่เปลี่ยนระบบการสตาร์ทรถแบบปุ่ม Push Start และมีการเพิ่มรุ่น 2.5 VGS DVD-NAVI ทั้งเกียร์อัตโนมัติและเกียร์ธรรมดา 5 สปีดให้เลือกสำหรับคนที่ชอบหรูและคุ้มค่า ปี 2558 เพิ่มรุ่นพิเศษออกมาภายใต้ชื่อ The Limited ด้วยการนำรุ่น 3.0 DVD-NAVI ขับเคลื่อน 2 ล้อมาตกแต่งพิเศษทั้ง สติ๊กเกอร์กราฟฟิคลายพิเศษรอบคัน ล้ออัลลอยด์สีพิเศษ Koukido Sliver ขนาด 17 นิ้ว กระจกมองข้างเดิมโครเมี่ยมกลายเป็นสีเดียวกับตัวรถภายในเปลี่ยนโทนสีเบาะนั่งกึ่งหนังจากเดิมสีเบจเป็นสีดำพร้อมเดินด้ายสีเงิน แผงคอนโซล แผงข้างตกแต่งด้วยสีดำเงา หัวเกียร์สีเงินและฐานเกียร์สีดำ และทีเด็ดอยู่ที่ลำโพง Surround Sound 8 ลำโพง ะดับพรีเมี่ยมจาก Kenwood โดยสีตัวรถมีให้เลือกแค่สองสีทั้ง สีขาวมุก และสีดำ

ISUZU MU-X

กลายเป็นประจำทุกปีของ ISUZU MU-X ที่จะมีการเปิดตัวรุ่นใหม่ช่วงต้นปี ในปี 2559 มีการเปลี่ยนครั้งใหญ่โดยปลดเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร VGS Turbo และขุมพลังที่มาแทนนั้นเป็นขนาด 1.9 ลิตร รหัส RZ4E-TC ความจุกระบอกสูบ 1,898 ซีซี ขนาดความโตกระบอกสูบ/ระยะชัก 80/94.4 มม. อัตราส่วนกำลังอัด 16.5ต่อ 1 150 แรงม้า (PS) ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร ที่ 1,800-2,600 รอบ/นาที มาพร้อมระบบส่งกำลังที่ให้เลือกทั้ง เกียร์ธรรมดา กับ เกียร์เกียร์อัตโนมัติ Rev Tronic 6 สปีด ส่วนเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบแปรผัน 3.0 ลิตร 4JJ1-TCX ยังจำหน่ายต่อไปพร้อมเกียร์อัตโนมัติลูกใหม่ 6 สปีด Rev Tronic

ISUZU MU-X
ISUZU MU-X Blue Power
ISUZU MU-X Blue Power

เท่านั้นยังไม่พอมีการปรับปรุงหน้าตาใหม่บนเรือนร่างเดิมก่อนจะมีรุ่นปรับโฉมต่อมา ทั้ง กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถพร้อมไฟเลี้ยวในตัว ใหม่ล้ออัลลอยลายใหม่ Diamond Black 17 นิ้ว พร้อมยางขนาด 255/65 R17 นอกนั้นหหล่อเดิมๆ ภายในกลายเป็นโทนสีดำล้วน High-Gloss Black ที่เปิดประตูโครเมี่ยม เบาะนั่งกึ่งหนังแท้ สีดำ Soft Touch พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น 3 ก้าน หุ้มหนังลายสปอร์ต พร้อมระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control และสวิตช์ควบคุมการทำงานของเครื่องเสียง มาตรวัดเรืองแสงแบบ 3D Shape Point พร้อมจอแสดงข้อมูลสี MID ครั้งแรกในวงการรถ PPVด้วยกระจกมองหลังปรับลดแสงแบบอัตโนมัติ พร้อมกล้องบันทึกภาพด้านหน้ารถ DVR ช่องชาร์จไฟฟ้าแบบ 220V และ USB 2 ช่อง สำหรับชาร์จมือถือใข้งานโน็ตบุ๊ค และสคัฟเพลทเรืองแสงสีฟ้าพร้อมโลโก้ MU-X มอบความบันเทิงด้วย เครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว Isuzu Connect World สามารถเชื่อมต่อ Smart Phone iOS / Android (ล็อตหลังเปลี่ยนมาเป็นเครื่องเล่น DVD พร้อมระบบนำทางในตัวจาก Kenwood) จอภาพสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ขนาด 10.5 นิ้ว พร้อมลำโพงจาก Kenwood 8 ตัวพร้อมลำโพงบนเพดาน พร้อมออพชั่นความปลอดภัยเพิ่มเติมด้วยระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA

ISUZU
ISUZU

ในปี 2560 นี้ เปิดตัวรุ่นปรับโฉมหรือ Facelift เอกลักษณ์ใหม่แห่งเอกสิทธ์ผู้นำหรูขึ้นสง่างามขึ้นกับ ชุดไฟหน้า-หลัง แบบ LED ทั้งไฟหน้าดีไซน์ใหม่แบบ Bi-LED ปรับระดับสูง-ต่ำอัตโนมัติ พร้อมไฟ LED Daytime และเส้นนำแสง LED Guiding Light อยู่ในโคมเดียวกัน กระจังหน้าโครเมี่ยมใหม่แบบ Sport 3D สูงสง่า เด่นชัด สปอร์ต ออกแบบใหม่รับกับกันชนหน้า หลังใหม่แนวสปอร์ต ล้ออัลลอยลายใหม่ลาย 6 ก้านคู่ขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 255/60 R18 และ 16 นิ้วลายใหม่ขนาดยาง 245/70 R16 รวมถึงไฟท้ายเป็น LED โดดเด่น ลงตัว

ISUZU MU-X
ISUZU MU-X

ภายในกลับมาใช้สีเบจอีกครั้งตัดกับสีดำเข้ม เบาะนั่งออกแบบใหม่ Sport Cut โอบกระชับรับกับสรีระ นุ่มนวล นั่งสบาย แม้ในเส้นทางยาวไกล แผงคอนโซลหน้าหรูหราด้วยลายไม้ Fine Walnut ที่แผงข้างประตู หัวเกียร์ และคอนโซลหน้า ชุดตกแต่งสีดำ Piano Black คมเข้มมีสไตล์ บริเวณคอนโซลกลาง และแผงควบคุมกระจกไฟฟ้า ระบบความบันเทิงที่คราวนี้ตัด Kenwood 7 นิ้ว ออกไป เป็นแบบจอสัมผัส 8 นิ้ว พร้อม Air Mirroring รองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายกับ Smartphone พร้อมจุดเชื่อมต่อ USB รองรับทั้ง Smartphone เครื่องเล่น MP3 และ Flash Drive ขุมพลังยังคงเดิมทั้ง 1.9 และ 3.0 พร้อมเพิ่มระบบความปลอดภัยนั่นคือ ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC (Hill Descent Control) ช่วยควบคุมความเร็วของรถขณะลงทางลาดชัน ให้ความมั่นใจยิ่งขึ้น พร้อมระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESC ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน HSA (Hill Start Assist) ส่วนระบบเบรก ABS ,EBD มาพร้อมดิสก์เบรก 4 ล้อ และถุงลมนิรภัยคู่หน้า

The New ISUZU MU-X

นอกจากนี้ยังเพิ่มทางเลือกให้หลากหลายกับรุ่นพิเศษ THE ICONIC ในปี 2561 สปอร์ตเท่รอบคันกับชุดแต่งสเกริ์ตเสริมกันขนหน้าและหลัง กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถและล้ออัลลอยสีทูโทน 18 นิ้วICONIC CROSS พร้อมยาง 255/60 R18ห้องโดยสารโทนเข้ม LAVA BLACK ขับเน้นอารมณ์สปอร์ต ระบบความบันเทิงพร้อม Built-in Navigator และ Digital TV Tuner

ISUZU MU-X THE ONYX
ISUZU MU-X THE ONYX

ปี 2562 เปิดตัวรุ่นปรับปรุงอีกครั้งที่มาพร้อมรุ่นพิเศษ THE ONYX หล่อครบครันทั้งชุดแต่งตั้งแต่สเกริ์ตเสริมกันชนหน้า-หลังพร้อมคิ้วไฟตัดหมอกหน้าตกแต่งสีดำเข้ม Gloss Black กระจังหน้าดีไซน์ใหม่แบบ Sport 3D เอกลักษณ์ของอีซูซุ ไฟหน้าดีไซน์ แบบ Bi-LED ปรับระดับสูง-ต่ำอัตโนมัติ พร้อมไฟ Daylight อยู่ในโคมเดียวกัน พร้อมเส้นนำแสง LED Guiding Light โฉบเฉี่ยวทันสมัย ไฟท้าย LED ดีไซน์รมดำแบบ Sharp Horizon ล้ออัลลอยลายสีทูโทน Flash Black Design ขนาด 18 นิ้วพร้อมยาง 255/60 R18 ลงตัวด้วยคิ้วขอบล้อสีดำด้านดีไซน์ใหม่ 

ISUZU MU-X THE ONYX
ISUZU MU-X THE ONYX

ภายในเน้นอารมณ์สปอร์ตด้วยเบาะนั่งกึ่งหนังแท้สีดำแบบ Sport Cut โอบกระชับรับกับสรีระดีไซน์เบาะใหม่พร้อมพนักพิงใบใหญ่ขึ้น เสริมบรรยากาศเพิ่มความลักชัวรี่ด้วยไฟสร้างบรรยากาศสีแดง AMBIENT LIGHT แสงบรรยากาศที่เพิ่มมิติในห้องโดยสารให้โดดเด่นมีระดับยิ่งขึ้น ระบบความบันเทิงพร้อม Built-in Navigator และ Digital TV Tuner ในชุดหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วใช้งานง่าย ตอบสนองได้รวดเร็ว รองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายกับสมาร์ทโฟน ผ่าน Wi-Fi Dongle เล่นได้ทั้งทั้งCD/DVD/MP3/WMA/AAC พร้อมจุดเชื่อมต่อ USB รองรับทั้งสมาร์ทโฟน เครื่องเล่น MP3 หรือ Flash Drive รวมทั้งเชื่อมต่อระบบโทรศัพท์ พร้อมฟังก์ชั่นบลูทูธออดิโอสำหรับฟังเพลงผ่านบลูทูธ และยังเพิ่มถุงลมนิรภัยรอบคัน 6 จุด ขายควบคู่กับรุ่นปกติที่เปลี่ยนแค่กระจังหน้าใหม่ ล้ออัลลอยลายสีทูโทน Flash Black Design ขนาด 18 นิ้ว ชุดกันชนหน้า-หลังทูโทนสีเดียวกับตัวรถดำ พร้อมภายในสีดำล้วน

ISUZU MU-X THE NEW ONYX
ISUZU MU-X THE NEW ONYX
ISUZU MU-X THE NEW ONYX
ISUZU MU-X THE NEW ONYX

ล่าสุดในปีนี้ 2563 เปิดตัวรุ่น THE NEW ONYX ที่คาดว่าเป็นรุ่นสุดท้ายของ ISUZU MU-X เปลี่ยนให้เข้มขึ้นด้วยกระจังหน้าโครเมี่ยมสีดำ ชุดแต่งโครเมี่ยมประตูท้ายสีดำ Black Chrome คมเข้ม ชุดแต่งกันชนหน้า-หลัง ดีไซน์สปอร์ตเท่ล้ำ สะกดทุกสายตา นอกนั้นยกชุดจากรุ่น THE ONYX ภายในเหมือนรุ่น THE ONYX แต่สิ่งที่เปลี่ยนนั่นคือ ชุดตกแต่ง Piano Black บริเวณคอนโซลกลาง และคอนโซลเกียร์ เสริมความหรูหราและโดดเด่นเหนือระดับจากเงินที่เป็นสีเทาและเบาะกึ่งหนังแท้สีดำพร้อมเทคโนโลยีลดการสะสมความร้อน Cool Max แต่เครื่องยนต์ยังคงเดิมทั้ง 1.9 และ 3.0 Ddi Blue Power ขับเคลื่อน 2

The New ISUZU MU-X
ISUZU MU-X

ด้านการใช้งานนั้นยอมรับว่าตัวรถคล่องตัวกว่า MU-7 แถมได้ความใหม่สดกว่า รวมถึงช่วงล่างที่นุ่มนวลแอบย้วยบ้างใน พร้อมความประหยัดจากเครื่องยนต์ทั้ง 3 ขนาดที่ได้ประมาณ 10-16 กม./ลิตร ทั้งการใช้งานในเมือง นอกเมือง โดยเครื่องยนต์ 3.0 นำขาดในเรื่องความแรงพละกำลังที่จัดกว่า 2.5 และ 1.9 แต่ถ้าใช้งานไม่คิดมากก็ต้อง 1.9 กับ 2.5 ถึงความประหยัดของเครื่องยนต์ทั้ง 3 ขนาดให้ความประหยัดเท่าเทียมกัน

ด้านราคาป้ายแดงตั้งแต่ปี 2013-2020 ที่จำหน่ายจะเรื่มที่ 1,014,000- 1,484,000 บาท แต่ถ้าเป็นราคามือสองไม่ว่าจะเป็นรุ่นเครื่อง 1.9 2.5 และ 3.0 เริ่มต้น 600,000-1,050,000 บาท

The New ISUZU MU-X

อเนกประสงค์ พีพีวี 7 ที่นั่ง  ISUZU MU-X จัดว่าเป็นตัวเลือกต้นๆที่ยังน่าสนใจถึงออพชั่นอาจให้น้อยกว่าคู่แข่งระดับเดียวกันแต่ด้วยชื่อ อีซูซุ สบายหายห่วงกับศูนย์บริการกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ อะไหล่ที่สามารถใช้ร่วมกับอดีตพันธมิตรได้บางรายการ แต่ราคามือสองที่เริ่มตั้งแต่ครึ่งล้านสูงถึงล้านต้นๆ แฟนๆเหล่าประชาคมอีซูซุ หรือ คนที่สนใจจะซื้อเก็บไว้ใช้งานมีหลากหลายรุ่นให้เลือกตั้งแต่รุ่นโลว์เกียร์อัตโนมัติขับเคลื่อน 2 ล้อ ไปจนถึงรุ่นท็อปขับเคลื่อน 4 ล้อ เครื่อง 3.0 ถือเป็นตัวเลือกที่เชื่อถือได้สำหรับ ISUZU MU-X

ที่มาข้อมูล บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ Autodeft.com 

5 เรื่องน่าสนใจ