จัดให้ชัด กระบะพันธุ์เตี้ยตัวท็อป ของใครเจ๋งสุด เทียบให้รู้กันไป

ทราบหรือไม่ว่ารูปแบบรถกระบะที่มียอดขายดีที่สุดนั้น เป็นกระบะตัวเตี้ย ที่มีความนิยมใช้งานเป็นอย่างมาก ทั้งในรูปแบบการขนส่งหรือรูปแบบการนำไปแต่งซิ่งก็ตาม และตลาดกระบะตัวเตี้ยกลับมาระอุอีกครั้ง เมื่อทางค่ายตราเพชร มิตซูบิชิ ได้ทำการแอบปล่อยกระบะตัวเตี้ยหน้าใหม่ออกมาอย่างเงียบ ๆ เลยทำให้ความคึกคักเริ่มกันยกใหม่ วันนี้เราเลยลองเอาตัวบนสุด (แพงสุด) ในรุ่นกระบะตัวเตี้ยของทุกค่าย มาเปรียบเทียบกันให้ชัดเจนว่า ของใครเด่นและแตกต่างจากค่ายอื่นกันอย่างไรบ้าง

รถกระบะ

โดยในรอบนี้ จะมีการเปรียบเทียมรวมกันทั้งหมด รุ่น ประกอบไปด้วย
1. Toyota Hilux Revo Z Edition 4X2 2.4E
2. Ford Ranger Double Cab 2.2L XL 6MT
3. Isuzu D-Max Cab4 19 Ddi Speed
4. Mitsubishi Triton Double Cab 2WD - GLX
5. Chevrolet Colorado 4x2 C-Cab LT Diesel
6. Mazda BT-50 Pro Double Cab 2.2 V ABS
7. Nissan Navara Double Cab S 6MT

*ภาพประกอบ อาจไม่ตรงรุ่นกับที่ระบุเอาไว้ในบทความ

Toyota

ราคา
เรื่องงบประมาณในการเลือกซื้อ แทบจะเป็นปัจจัยแรกในการเลือกซื้อหรือไม่ซื้อรถ 1 คัน ดังนั้นเรามาลองเปรียบเทียบกันก่อนว่า แต่ละรุ่นนั้น มีราคาอย่างไรกันบ้างครับ

จะเห็นได้ชัดเจนว่า แต่ละค่ายจะมีช่วงห่างของราคากันพอสมควร โดยรุ่นที่ถูกที่สุดตกเป็นของ Mitsubishi Triton Double Cab 2WD - GLX ส่วนแพงที่สุดคือ Isuzu D-Max Cab4 19 Ddi Speed แต่เรื่องราคาอย่างเดียวคงบอกไม่ได้ว่าใครดีสุด คงต้องดูที่รายละเอียดกันต่อไป

Ford

เครื่องยนต์
ปกติแล้ว ในเครื่องยนต์ของกระบะตัวเตี้ย มักจะไม่ได้ใช้เครื่องยนต์เดียวกับตัวท็อป ดังนั้น คงต้องมาดูว่า แต่ละยี่ห้อ เลือกที่จะใช้งานเครื่องยนต์แบบไหน ขนาดเท่าไหร่กันครับ

รถกระบะทุกยี่ห้อเลือกใช้งานเครื่องยนต์ดีเซล และเกียร์อัตโนมัติกันทั้งหมด โดยเฉลี่ยแล้วก็ให้กำลังเครื่องที่ใกล้เคียงกัน จะมีโดดเด่นออกมาก็จะเป็น Nissan Navara Double Cab S 6MT ที่สามารถให้กำลังดีที่สุดคือ 163 แรงม้า แรงบิด 403 นิวตันเมตร ส่วนที่จะดูด้อยกว่าคู่แข่ง ก็คงจะเป็น Mitsubishi Triton Double Cab 2WD - GLX ที่ให้กำลัง 128 แรงม้า แรงบิด 240 นิวตันเมตร กับเกียร์ที่มีเพียง 5 จังหวะ แต่ก็ถือว่า ไปตามราคาเลย

Isuzu

ขนาดตัวรถ
จริง ๆ แล้ว ขนาดของตัวรถ ก็มักจะเท่ากันเกือบทั้งหมดในยี่ห้อเดียวกัน ยกเว้นก็แต่เรื่องความสูง แต่ลองมาดูกันอีกครั้ง ว่าแต่ละยี่ห้อ เขามาขนาดที่เท่าไหร่กันบ้างครับ

ภาพรวมแล้ว ก็ดูใกล้เคียงกันมาก และเด่นแตกต่างกันไป โดย Chevrolet Colorado 4x2 C-Cab LT Diesel กว้างที่สุด, Mazda BT-50 Pro Double Cab 2.2 V ABS ยาวที่สุด และความสูงจากพื้นมากที่สุด, Isuzu D-Max Cab4 19 Ddi Speed สูงที่สุด, Ford Ranger Double Cab 2.2L XL 6MT และ Mazda BT-50 Pro Double Cab 2.2 V ABS ฐานล้อกว้างที่สุด ใครชอบแบบไหน ก็เลือกได้เลยครับ

Chevrolet

ช่วงล่าง
แน่นอนอยู่แล้วว่า รถกระบะ ย่อมมีช่วงล่างเอาไว้ใช้งานขนของหนักเป็นสำคัญ ดังนั้นจึงมีความกระด้างจากแหนบด้านหลังอยู่แล้ว เรามาดูกันดีกว่าว่า แล้วแต่ละรุ่น เลือกใช้งานช่วงล่างกันแบบไหนบ้างครับ

เอาจริงแล้ว ระบบช่วงล่างไม่ได้ต่างอะไรกันบ้างหรอก จะมีแตกต่างเล็กน้อยก็ตรงช่วงล่างด้านหน้า ที่ Toyota Hilux Revo Z Edition 4X2 2.4E, Isuzu D-Max Cab4 19 Ddi Speed, Mazda BT-50 Pro Double Cab 2.2 V ABS และ  Nissan Navara Double Cab S 6MT มีเหล็กกันโคลงเพิ่มขึ้นมาด้วยเท่านั้นเอง

Mitsubishi

ยางและเบรก
ขนาดของล้อและยาง แต่ละยี่ห้อก็มีการให้ขนาดของยางติดรถที่แตกต่างกันไป ส่วนเบรกนั้นน่าจะเหมือนกัน ดูเอาไว้เป็นข้อมูลดังนี้ครับ

ทุกรุ่น ให้สเปกมาใกล้เคียงกันหมด จะมีเพียง Nissan Navara Double Cab S 6MT เท่านั้น ที่ใส่ยางขนาดเล็กกว่าเขาเพื่อ ด้วยขนาด 15 นิ้ว

Nissan

ระบบความปลอดภัย
ถึงแม้ว่าจะเป็นรถกระบะตัวเตี้ย แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องมีการใส่ระบบความปลอดภัยเข้ามาบ้าง เรามาดูกันว่า แต่ละรุ่นใส่ระบบความปลอดภัยอะไรมาให้บ้างครับ

ภาพรวมนั้น ระบบความปลอดภัยที่ให้มาก็ใกล้เคียงกัน ซึ่งต้องทำใจว่ามันไม่ได้มีเยอะอยู่แล้ว ที่เด่นหน่อยก็จะเป็น Toyota Hilux Revo Z Edition 4X2 2.4E ที่มีถุงลมนิรภัยป้องกันหัวเข่าคนขับเพิ่มขึ้นมาอีกลูกเหนือคนอื่น ส่วน Nissan Navara Double Cab S 6MT นั้น เป็นรุ่นเดียวที่ไม่มี ABS และ EBD

Mazda

ระบบอำนวยความสะดวก
ความสะดวกสบายในยามขับขี่ ก็ยังคงจำเป็น ถึงแม้จะเป็นการขับรถกระบะตัวเตี้ยก็ตาม เราลบองมาดูกันหน่อย ว่าแต่ละรุ่นนั้น เขาให้อะไรเรามาเพื่อความสุขใจยามขับขี่กันบ้างครับ

แน่นอนอยู่แล้วว่า รถกระบะตัวเตี้ยนั้น เน้นการใช้งานมากกว่าเรื่องความสะดวกสบาย ดังนั้นออพชั่นที่ได้มาในแต่ละรุ่นจึงมีเท่าที่จำเป็นในการใช้งานเท่านั้น อาจจะมีโดดเด่นขึ้นมาเล็กน้อยใน Chevrolet Colorado 4x2 C-Cab LT Diesel ที่มีหน้าจอรองรับการใช้งาน Apple CarPlay เสริมเข้ามาให้ด้วย ส่วนใครชอบแบบไหน ก็ลองเลือกดูเอาครับ

การเปรียบเทียบทั้งหมดนี้ ให้เห็นเป็นข้องมูลในเชิงตัวเลขและความเป็นจริงเท่านั้น ส่วนความรู้สึกในการขับขี่ ทั้งความรู้สึกในการเหยียบคันเร่ง, ความนั่งสบาย, การทรงตัว หรือความนุ่มนวลในการขับขี่ ต้องลองด้วยตัวเองถึงจะรู้ครับ ดังนั้นเหมือนกันทุกครั้งที่ทำการเปรียบเทียบ ที่ขอแนะนำให้ไปลองด้วยตัวเอง จได้รู้วัน รถคันไหนที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุดครับ

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ Autodeft.com 

5 เรื่องน่าสนใจ