เปิดตัวแล้ว Honda Civic e:HEV ใหม่ เติมความเร้าใจด้วย Honda S+ Shift พร้อม Blind Spot และ Cross Traffic Monitor ค่าตัว 949,000 - 1,259,000 บาท
- โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
- 23 ก.ค. 69 08:31
- 1,023 อ่าน
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ Honda Civic e:HEV ใหม่ กับไฮไลท์เติมความสปอร์ตและความปลอดภัย ทั้ง Honda S+ Shift สีแดง Blazing Red Pearl และ สีเทา Urban Gray Pearl ใหม่ พร้อม Blind Spot Information และ Cross Traffic Monitor และชุดตกแต่ง HRC Aero Sporty Package ให้เลือก

Honda S+ Shift ได้รับการออกแบบมาเพื่อจำลองจังหวะการเปลี่ยนรอบเครื่องยนต์ให้ตอบสนองฉับไว เร้าใจเสมือนการขับขี่แบบเกียร์ธรรมดา ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของเทคโนโลยีการควบคุมระบบขับเคลื่อนไฮบริด ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มความสนุกในการขับขี่ให้กับรถยนต์พลังงานไฟฟ้ายุคใหม่
ระบบนี้ผสานความรู้สึกของการเร่งและชะลอความเร็วที่ชัดเจนและเป็นจังหวะ คล้ายกับรถที่ใช้ระบบเกียร์แบบเปลี่ยนจังหวะ (Stepped Transmission) เข้ากับการบริหารจัดการพลังงานและการควบคุมการเปลี่ยนจังหวะกำลังขับอย่างแม่นยำ ตามสภาพการขับขี่ เพื่อเชื่อมโยงผู้ขับขับขี่ให้เป็นหนึ่งเดียวกับรถ
เมื่อผู้ขับขี่เร่งความเร็ว ระบบ Linear Shift Control จะปรับเปลี่ยนรอบเครื่องยนต์เพื่อสร้างเสียงที่เป็นจังหวะเร้าใจ พร้อมมอบอัตราเร่งที่ตอบสนองได้ดั่งใจผู้ขับขี่ เมื่อมีการเร่งความเร็วอย่างเต็มประสิทธิภาพ ระบบ Linear Shift Control จะเพิ่มรอบเครื่องยนต์ในระยะแรกเพื่อให้สอดรับกับความต้องการพละกำลังที่ควบคุมโดยผู้ขับขี่ จากนั้นระบบจะควบคุมรอบเครื่องยนต์ให้สัมพันธ์กับจังหวะการเร่งตามที่ผู้ขับขี่ต้องการอย่างแม่นยำ โดยหัวใจสำคัญของเทคโนโลยีนี้ คือการเชื่อมโยงระหว่างรอบเครื่องยนต์และอัตราเร่งให้เป็นหนึ่งเดียว อย่างไรก็ตามรอบเครื่องยนต์ที่เกิดขึ้นจริงจะถูกปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสภาพการขับขี่ในแต่ละสถานการณ์

Honda S+ Shift ช่วยให้การตอบสนองของรถสอดคล้องกับการควบคุมของผู้ขับขี่ ผ่านการทำงานของ 2 เทคโนโลยีหลัก ได้แก่ Step Shift Control ถ่ายทอดจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ที่แม่นยำ ทั้งในช่วงเร่งและชะลอความเร็ว และ Sports Adaptive Control ควบคุมการส่งกำลังพร้อมปรับจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ให้เหมาะสมกับการขับขี่และสภาพถนน
Step Shift Control ทำหน้าที่ควบคุมทั้งรอบเครื่องยนต์และแรงขับเคลื่อนให้เป็นจังหวะอย่างต่อเนื่อง ทั้งในช่วงจังหวะเร่งแซงและจังหวะยกคันเร่ง เพื่อมอบความรู้สึกในการเปลี่ยนเกียร์ที่เฉียบคม
Upshift Control ในจังหวะเปลี่ยนเกียร์ขึ้น มอเตอร์ผลิตกระแสไฟฟ้าจะเข้าสู่โหมดคืนพลังงาน เพื่อเพิ่มแรงฉุดให้รอบเครื่องยนต์ลดลงอย่างฉับไว ขณะเดียวกัน ระบบจะลดกำลังของมอเตอร์ขับเคลื่อนลงชั่วคราว โดยการทำงานที่ประสานกันของทั้งสองส่วน จะช่วยจำลองความรู้สึกของการเปลี่ยนเกียร์ที่คมชัด มอบการตอบสนองที่สอดคล้องกับจังหวะการเร่งของผู้ขับขี่
Downshift Control เมื่อเปลี่ยนเกียร์ต่ำ มอเตอร์เจเนอเรเตอร์จะปรับระดับการผลิตกระแสไฟฟ้า เพื่อเร่งรอบเครื่องยนต์ให้สูงขึ้นทันที เป็นการจำลองจังหวะการเร่งเครื่องยนต์ และในบางสถานการณ์ ระบบจะลดกำลังของมอเตอร์ขับเคลื่อนลงช่วงสั้น ๆ เพื่อสร้างสัมผัสการเปลี่ยนเกียร์ที่ลดลง
Sports Adaptive Control จะประเมินภาวะการขับขี่อย่างชาญฉลาดผ่านการวิเคราะห์คำสั่งของผู้ขับขี่ รวมถึงแรง G ตามแนวยาวและแนวขวาง และความลาดชันของถนน เพื่อคำนวณและเลือกจังหวะเกียร์ที่เหมาะสมที่สุด ระบบจะช่วยลดระดับเกียร์ได้เร็วขึ้น พร้อมปรับตำแหน่งเกียร์ไว้ตามต้องการ เพื่อให้เครื่องยนต์สามารถรักษารอบที่สูงไว้ได้ในขณะเข้าโค้ง ทำให้รถสามารถตอบสนองการเร่งได้อย่างเต็มกำลังในจังหวะออกจากโค้ง

Early Downshift Control เพื่อตอบสนองต่อการใช้เบรกของผู้ขับขี่ ระบบ Early Downshift Control จะสั่งเปลี่ยนเกียร์ลงแบบเสมือนจริง เพื่อเพิ่มรอบเครื่องยนต์ให้สูงขึ้น โดยมอเตอร์ผลิตกระแสไฟฟ้าจะทำหน้าที่ดึงพลังงานจากรอบเครื่องที่พุ่งสูงนี้กลับมาเก็บสำรองไว้ในแบตเตอรี่ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเร่งความเร็วในทันทีที่ต้องการ
Cornering Hold Control ในจังหวะเร่งความเร็วขณะเข้าโค้ง ระบบจะปรับจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ขึ้นล่วงหน้าให้สอดคล้องกับแรงในการเข้าโค้งที่เพิ่มขึ้น โดยการคงเกียร์จำลองไว้จะช่วยเสริมความต่อเนื่องระหว่างเสียงเครื่องยนต์และการเหยียบคันเร่ง ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับรถมากยิ่งขึ้น อีกทั้งการคงรอบเครื่องยนต์ในระดับสูง จะช่วยให้รถตอบสนองอัตราเร่งได้อย่างฉับไวเมื่อออกจากโค้ง
Control Logic and Flow การควบคุมของ Honda S+ Shift พัฒนาขึ้นจากความเชี่ยวชาญอันยาวนานของฮอนด้าด้าน ที่ยึดผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง พัฒนามาจากระบบต่าง ๆ อาทิ เกียร์คลัตช์คู่ (DCT) 9 จังหวะใน Honda NSX เจเนอเรชันที่สอง และเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีดที่พัฒนาสำหรับตลาดอเมริกาเหนือ ทำให้ Honda S+ Shift สามารถกำหนดจำนวนเกียร์จำลองและอัตราทดของแต่ละเกียร์ได้อย่างยืดหยุ่น อีกทั้งยังสามารถทำงานประสานกับฟังก์ชันอื่น ๆ ของรถได้ จึงสามารถปรับให้เหมาะสมกับการใช้งานในรถยนต์รุ่นต่าง ๆ ในอนาคตได้อีกด้วย
เมื่อเปิดใช้งาน ระบบจะประเมินข้อมูลจากการใช้ทั้งคันเร่งและเบรก ความเร็วรถ แรง G ตามแนวขวาง รวมถึงความลาดชันของถนน เพื่อเลือกใช้เกียร์จำลองที่สามารถสร้างแรงขับเคลื่อนได้ตรงกับความต้องการของผู้ขับขี่ โดยรอบเครื่องยนต์จะถูกควบคุมโดยความเร็วรถและเกียร์จำลองที่เลือกไว้ เพื่อให้การทำงานสอดคล้องกับ Step Shift Control และฟังก์ชันควบคุมอื่น ๆ

ยังได้เพิ่มระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information: BSI) และระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor: CTM) ยกระดับความมั่นใจในทุกการขับขี่ (เฉพาะรุ่นย่อย e:HEV RS และ e:HEV EL+)
ทุกรุ่นย่อย มาพร้อมระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid ผสานการขับเคลื่อนหลักจากมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 2 ตัว กับเครื่องยนต์ ขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมด้วยเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ตอบสนองทันใจด้วยแรงบิดมอเตอร์สูงสุด 315 นิวตัน-เมตร

เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING โดยมีฟังก์ชันการทำงานหลัก ดังนี้
- ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
- ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
- ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
- ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High Beam: AHB)
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)
- ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN)
พร้อมด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยและการขับขี่อื่น ๆ
- ระบบช่วยชะลอความเร็วรถที่พวงมาลัย (Deceleration Paddle Selectors)
- ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA)
- ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) และระบบ Auto Brake Hold

เชื่อมต่อผู้ขับขี่และรถให้เป็นหนึ่งเดียว ด้วยฟังก์ชันและเทคโนโลยีอันล้ำสมัย Google built-in แอปและบริการของ Google ที่ติดตั้งมาในตัว อย่าง Google Assistant, Google Maps และแอปอื่น ๆ อีกมากมายจาก Google Play ในรถยนต์ของคุณ เพื่อประสบการณ์การขับขี่แบบมีผู้ช่วยที่ราบรื่นและปรับเปลี่ยนได้ในแบบของคุณ ประกอบด้วย
· Google Assistant เมื่อมี Google Assistant คุณก็ทำสิ่งต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องละสายตาจากถนนหรือละมือจากพวงมาลัย โทรหรือส่งข้อความหาเพื่อน ตั้งการช่วยเตือน หรือแม้แต่เปลี่ยนอุณหภูมิในรถได้ง่าย ๆ นอกจากนี้ยังนำทางไปยังจุดหมายปลายทางต่อไป หรือสำรวจละแวกใกล้เคียงได้ จะข้ามไปที่เพลงถัดไปหรือย้อนฟังพอดแคสต์ก็สบายด้วยแอปสื่อที่คุณชื่นชอบ เพียงแค่พูดว่า "Ok Google" หรือกดปุ่มเสียงบนพวงมาลัยเพื่อเริ่มต้นใช้งาน
· Google Maps ช่วยให้คุณเดินทางสู่จุดหมายต่อไปได้เร็วขึ้นด้วยข้อมูลสภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ การเปลี่ยนเส้นทางอัตโนมัติและคำแนะนำช่องทาง ขณะที่ฟังเพลงโปรดไปด้วยได้ ให้ Google Assistant ช่วยนำทางคุณกลับบ้าน ค้นหาปั๊มน้ำมันที่ใกล้ที่สุด หรือบอกเวลาทำการของร้านค้า เพื่อให้คุณโฟกัสกับการขับขี่โดยไม่ต้องละสายตาจากท้องถนนหรือปล่อยมือจากพวงมาลัย เพียงพูดว่า "Ok Google" หรือกดปุ่มเรียกใช้งานบนพวงมาลัยเพื่อเริ่มต้นใช้งาน
· Google Play ช่วยให้คุณดาวน์โหลดแอปโปรดไว้ในรถได้ง่าย ๆ เหมือนเวลาดาวน์โหลดในโทรศัพท์ จะฟังเพลงโปรด พอดแคสต์ หนังสือเสียง และอื่น ๆ ก็ทำจากรถโดยตรงได้สบาย ๆ หากต้องการดาวน์โหลดแอปสื่อ ให้ตรวจสอบว่ารถจอดอยู่กับที่ เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอยู่ และลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google แล้วเริ่มต้นใช้งานด้วยแอปที่เราชื่นชอบ เช่น
YouTube Music - สร้างสุดยอดเพลย์ลิสต์สำหรับฟังระหว่างขับรถ
Spotify - เข้าถึงเพลงนับล้านสำหรับทุกอารมณ์
· ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 12 ตำแหน่ง (เฉพาะรุ่น e:HEV RS)
· ลำโพง 8 ตำแหน่ง (รุ่น e:HEV EL+ และ e:HEV EL)
· ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย และระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto
· ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Remote Engine Start)
· ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะ (One Push Ignition System)
· ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ (Honda Smart Key System) พร้อม Honda Smart Key Card (เฉพาะรุ่น e:HEV RS)
· ช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
· ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย-ขวา (รุ่น e:HEV RS)
· พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน
· ช่องเชื่อมต่อ USB Type C จำนวน 4 ช่อง ช่องหน้า 2 ช่องและด้านหลัง 2 ช่อง
· อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger) (รุ่น e:HEV RS และ e:HEV EL+)
· ระบบควบคุมเสียงรบกวนเข้าห้องโดยสาร (ANC)

ยกระดับชีวิตให้สมาร์ตขึ้นไปอีกขั้นกับ ฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT) ในทุกรุ่น เทคโนโลยีเชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ ทำงานผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน มาพร้อมหลากหลายฟังก์ชันการทำงาน โดยมี 8 ฟังก์ชันการใช้งานหลัก ที่จะมาช่วยอำนวยความสะดวกและเพิ่มความปลอดภัยตลอดการเดินทาง ได้แก่
1. My Service ตรวจสอบประวัติการเข้ารับบริการ รวมทั้งการประเมินรายการอะไหล่และค่าใช้จ่ายเบื้องต้น โดยจะมีการแจ้งเตือนกำหนดการเข้ารับบริการครั้งต่อไป
2. Car Log ข้อมูลการขับขี่จะประกอบด้วยพฤติกรรมการขับขี่ ที่สามารถแสดงผลเป็นรายวัน
รายเดือน หรือรายปี และ บันทึกการเดินทาง ที่สามารถเลือกทริปโปรด และแชร์ผ่านโซเชียลมีเดีย เช่น ไลน์ อินสตาแกรม เฟซบุ๊ก และเอกซ์ เป็นต้น
3. Wi-Fi สามารถเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตไร้สายจากรถยนต์ โดยจะใช้งานได้พร้อมกันสูงสุดถึง 5 อุปกรณ์ มีระยะการส่งสัญญาณห่างจากตัวรถยนต์อยู่ที่ 40 เมตร โดยต้องไม่มีสิ่งกีดขวาง
* ลูกค้าสามารถสมัครแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตจากผู้ให้บริการเครือข่าย (เอไอเอส) โดยลูกค้าจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
4. Airbag Deployment เมื่อเกิดอุบัติเหตุและถุงลมทำงาน กล่องอุปกรณ์ TCU จะส่งสัญญาณเตือนให้ทราบทันทีผ่านทางแอปพลิเคชัน พร้อมทั้งส่งข้อมูลไปยังศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้าเพื่อทำการติดต่อไปยังเบอร์โทรศัพท์ที่ลงทะเบียนไว้ หรือเบอร์โทรฉุกเฉินที่ลูกค้าผู้ใช้งานระบุไว้ในระบบ เพื่อทำการประสานงานให้ความช่วยเหลือขั้นต้น
5. Car Status แจ้งเตือนสถานะรถยนต์ เมื่อเกิดความผิดปกติจากระบบของรถยนต์ และแจ้งเตือนสัญญาณกันขโมย เมื่อเกิดความผิดปกติกับรถยนต์จากภายนอก เช่น การเปิดประตู กระโปรงหน้า และฝากระโปรงท้ายของรถยนต์อย่างผิดปกติ
6. Remote Vehicle Control สามารถสั่งการล็อกและปลดล็อกประตูทั้งหมด อีกทั้งยังสามารถสั่งสตาร์ตเครื่องยนต์ พร้อมทั้งตั้งค่าระดับอุณหภูมิของระบบปรับอากาศในรถยนต์ และการสั่งดับเครื่องยนต์ ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถสั่งเปิดสัญญาณไฟ ทั้งไฟหน้า ไฟท้าย และแตร โดยผู้ใช้งานจะต้องกำหนดรหัสส่วนตัวเป็นตัวเลข 4 หลัก (PIN) และจะต้องป้อนรหัสส่วนตัวทุกครั้งก่อนการใช้งาน
7. Geo Fence & Speed Alert สามารถกำหนดขอบเขตการขับขี่รถยนต์ทั้งเข้าและออกตามพื้นที่
ที่กำหนดไว้ และยังสามารถตั้งค่าการแจ้งเตือนความเร็วตามกำหนดได้อีกด้วย
8. Find My Car สามารถตรวจสอบพิกัดรถยนต์ โดยระบบจะส่งพิกัดรถยนต์บนแผนที่ล่าสุด แสดงผลบนแอปพลิเคชัน ซึ่งผู้ใช้งานจะต้องใส่รหัสส่วนตัว 4 หลัก (PIN) ก่อนการใช้งาน

ราคาจำหน่าย Honda Civic e:HEV ใหม่ ทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ดังนี้
รุ่นย่อย e:HEV EL ราคา 949,000 บาท
รุ่นย่อย e:HEV EL+ ราคา 1,109,000 บาท
รุ่นย่อย e:HEV RS ราคา 1,259,000 บาท


ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com




