เปิดตัวแล้ว! รถจักรยานยนต์ใหม่ Royal Enfield Classic 500 Pegasus รุ่นพิเศษจำนวนจำกัด 1,000 คัน ทั่วโลก 90 คัน ในไทย

ล่าสุดค่ายรถจักรยานยนต์คลาสสิกสัญชาติอังกฤษ Royal Enfield ได้ทำการเปิดตัวรถจักรยานยนต์ใหม่จากค่ายรุ่นพิเศษจำนวนจำกัด กับ Royal Enfield Classic 500 Pegasus ที่ถูกผลิตขึ้น 1,000 คัน และมีเพียง 90 คันเท่านั้นในประเทศไทย สนนราคาค่าตัว 199,000 บาท

รถมอเตอร์ไซค์รุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น โดย ‘เพกาซัส’ ได้รับแรงบันดาลใจจากตำนานรถมอเตอร์ไซค์รุ่นอาร์อี/ดับบลิวดี ฟลายอิ้ง ฟลี 125 (RE/WD Flying Flea 125) หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘ฟลายอิ้ง ฟลี’ (Flying Flea) ที่ถูกสร้างขึ้นที่โรงงานของรอยัล เอนฟิลด์ ในเมืองเวสวู้ด สหราชอาณาจักร ระหว่างช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยรอยัล เอนฟิลด์ คลาสสิก 500 เพกาซัส สร้างขึ้นเพื่อสรรเสริญตำนานของฟลายอิ้ง ฟลี และประวัติศาสตร์ด้านการทหารของรอยัล เอนฟิลด์

Royal Enfield Classic 500 Pegasus

รอยัล เอนฟิลด์ คลาสสิก 500 เพกาซัสทั้ง 1,000 คัน มีตราโลโก้เพกาซัสติดอยู่ ซึ่งเป็นตราเครื่องหมายทางการของกรมพลร่มของสหราชอาณาจักร ประดับอยู่ที่ถังน้ำมันด้านข้างพร้อมระบุเลขซีเรียลนัมเบอร์ โดยมีลวดลาย ‘Made Like a Gun’ที่ฝากล่องแบตเตอรี่ ตราเครื่องหมายและข้อความเหล่านี้ เป็นการตกแต่งจริงของ ฟลายอิ้ง ฟลี ระหว่างช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 รอยัล เอนฟิลด์ คลาสสิก 500 เพกาซัส มีจำหน่ายใน 2 เฉดสี ซึ่งเป็นสีเดียวกับรถมอเตอร์ไซค์ในช่วงสงครามโลก ได้แก่ สีน้ำตาลเซอร์วิส บราวน์ (Service Brown) และสีเขียวโอลีฟ แดรบ (Olive Drab Green) 

รอยัล เอนฟิลด์ คลาสสิก 500 เพกาซัส มาพร้อมกระเป๋าข้างสไตล์มิลิทารี่ทำจากผ้าแคนวาสและติดโลโก้เพกาซัส รถทั้งคันตกแต่งตามสไตล์มิลิทารี่ ได้แก่ แฮนด์จับสีน้ำตาล สายรัดหนังพร้อมหัวทองเหลืองบน ตัวกรองอากาศ ท่อไอเสีย ล้อ คันสตาร์ท แป้นเหยียบ และครอบไฟหน้าทั้งหมดในสีดำ สะท้อนสไตล์ย้อนยุคแบบสงครามโลกอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ยังมีสินค้าและอุปกรณ์การขับขี่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตำนานมอเตอร์ไซค์ช่วงสงครามโลกจำหน่ายที่รอยัล เอนฟิลด์ เอ็กซ์คลูซีฟ สโตร์ ทุกสาขา ทั้งเสื้อเชิ้ต เสื้อยืด หมวก พินติดเสื้อ กระเป๋า และหมวกกันน็อค โดยเครื่องแต่งกายและอุปกรณ์ต่างๆ สำหรับ  คอลเลคชั่นนี้ผลิตขึ้นมาในจำนวนจำกัด และติดตราสัญลักษณ์เพกาซัสที่สินค้าทุกชิ้น 

Royal Enfield Classic 500 Pegasus

รอยัล เอนฟิลด์มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและน่าภาคภูมิใจเกี่ยวกับการผลิตด้านการทหาร ตรงกับสโลแกนของแบรนด์ที่ว่า ‘Made Like a Gun Since 1901’ โดยรอยัล เอนฟิลด์ผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์และอุปกรณ์สำหรับปืนใหญ่ รวมทั้ง รถมอเตอร์ไซค์ระหว่างช่วงสงครามโลกทั้ง 2 ครั้ง และปัจจุบันยังผลิตรถมอเตอร์ไซค์ให้กองทัพอินเดียอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ รอยัล เอนฟิลด์ได้รับเลือกให้ทำการผลิตรถมอเตอร์ไซค์แก่กองทัพอังกฤษ และรัฐบาลของจักรวรรดิรัสเซียตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 1 โดยยังคงทำการผลิตรถมอเตอร์ไซค์ที่คลาสสิก เรียบง่าย และดั้งเดิม ตั้งแต่สมัยนั้นต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งการผลิตที่โด่งดังมากที่สุดในสงครามโลกคือรถมอเตอร์ไซต์ ‘ฟลายอิ้ง ฟลี’ รถมอเตอร์ไซค์ขนาดเล็กแบบ 2 สูบขนาด 125 ซีซี ได้เข้าร่วมกับกองกำลังทางอากาศและเป็นส่วนหนึ่งของการรบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้แก่ วันดี-เดย์ และยุทธการที่อาร์เนม 

Royal Enfield Classic 500 Pegasus

Royal Enfield Classic 500 Pegasus

นายอรุณ โกปาล หัวหน้าฝ่ายธุรกิจต่างประเทศ รอยัล เอนฟิลด์ กล่าวว่า “เรื่องราวของรถมอเตอร์ไซค์รุ่นฟลายอิ้ง ฟลี เป็นที่น่าจดจำและสร้างแรงบันดาลใจ เนื่องจากมีประวัติศาสตร์ไม่เหมือนกับรถมอเตอร์ไซค์อื่นๆ สำหรับรอยัล เอนฟิลด์ รถมอเตอร์ไซค์สไตล์มิลิทารี่ถือเป็นส่วนสำคัญของประวัติศาสตร์ของแบรนด์ สอดคล้องกับปรัชญาในการสร้างรถมอเตอร์ไซค์ที่คลาสสิก เรียบง่าย และทนทาน รถมอเตอร์ไซค์ของเรามีบทบาทสำคัญในสงครามโลกทั้งสองครั้ง และมีชื่อเสียงด้านความทนทาน แข็งแกร่งในทุกสภาวะ ซึ่งรอยัล เอนฟิลด์ คลาสสิก 500 เพกาซัส นับเป็นการย้อนกลับสู่ตำนานสงครามและปรัชญาในการสร้างรถมอเตอร์ไซค์ที่อเนกประสงค์และทนทาน”

รอยัล เอนฟิลด์ ผลิตรถมอเตอร์ไซค์ให้แก่กองทัพอังกฤษที่ประจำการในฝรั่งเศสและเบลเยี่ยมระหว่างช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และยังผลิตรถมอเตอร์ไซค์ให้แก่กองทัพของจักรวรรดิรัสเซีย โดยในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มีรถมอเตอร์ไซค์รอยัล เอนฟิลด์นับหมื่นคันเข้าร่วมสมรภูมิการรบ แต่มีเพียงรถมอเตอร์ไซค์รุ่นฟลายอิ้ง ฟลี ที่มีความเหมาะสมในการขนส่งผ่านร่มชูชีพไปยังหลังแนวข้าศึก โดยมียอดสั่งซื้อมากกว่า 4,000 คันระหว่างช่วงสงคราม สำหรับ ฟลายอิ้ง ฟลี นั้นสร้างขึ้นมาให้มีความเรียบง่าย ทนทาน และคล่องตัว เพื่อใช้เป็นรถมอเตอร์ไซค์สำหรับการรบแนวหน้า รถคันนี้เป็นเครื่องมือที่ประเมินค่าไม่ได้สำหรับทหารพลร่มระหว่างการรบ รถมอเตอร์ไซค์รุ่นฟลายอิ้ง ฟลี ถูกปล่อยลงพื้นด้วยร่มชูชีพพร้อมกับกรงเหล็กครอบตัวรถเพื่อป้องกันความเสียหาย บางคันก็ถูกขนส่งมากับเครื่องร่อนฮอร์ซ่า (Horsa Assault Glider) เมื่อรถมอเตอร์ไซค์ถูกส่งถึงภาคพื้นดินแล้ว ได้ถูกใช้งานเพื่อการลาดตระเวน ติดต่อสื่อสาร รวมถึงนำพลทหารเข้าสู่สนามรบ

ในเดือนกันยายนปี 1944 รถมอเตอร์ไซค์อเนกประสงค์คันนี้ได้พิสูจน์สมรรถนะดีเยี่ยมในปฏิบัติการมาร์เก็ต การ์เดน (Operation Market Garden) ปฏิบัติการทางอากาศที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยกองกำลังสัมพันธมิตรพยายามจบสงครามด้วยการพยายามเข้าสู่เยอรมันผ่านทางฮอลแลนด์ ซึ่งในการรบที่อาร์เนม กองกำลังสัมพันธมิตรถูกโอบล้อมด้วยกองทัพรถถังเยอรมันถึง 7 วัน และประสบปัญหาวิทยุสื่อสารเสีย ผู้บัญชาการจึงต้องใช้พลทหารขี่รถมอเตอร์ไซค์ฟลายอิ้ง ฟลีในการกระจายข้อมูลการสื่อสารไปยังหน่วยต่างๆ ซึ่งรถมอเตอร์ไซค์ฟลายอิ้ง ฟลี สามารถทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม เนื่องจากมีความแข็งแกร่ง อเนกประสงค์ สามารถเดินทางไปได้ทุกที่ เมื่อต้องเจอกับรั้วหนามหรือคูน้ำ พลทหารที่ขับขี่สามารถลงจากรถและยกรถข้ามอุปสรรคไปได้อย่างง่ายดาย ฟลายอิ้ง ฟลี ยังมีบทบาทสำคัญในวันดี-เดย์ หรือยุทธการยกพลขึ้นบกครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยในขณะที่กองกำลังสัมพันธมิตรกำลังต่อสู้ยึดชายหาดใน  นอร์มังดีทางตอนเหนือของฝรั่งเศส เพื่อต่อต้านการรุกคืบของเยอรมันมายังยุโรปตะวันตก ฟลายอิ้ง ฟลี นับร้อยคันได้ถูกปล่อยจากเครื่องบินลงสู่ชายหาดเพื่อสนับสนุนการรบ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ที่ได้ปฏิบัติงานในวันดี-เดย์ ถึงกับชื่นชมรถมอเตอร์ไซค์ฟลายอิ้ง ฟลีว่าเป็น ‘บีชมาสเตอร์’ (Beachmaster) จากความสำเร็จในการปล่อยรถมอเตอร์ไซค์ลงสู่ภาคพื้นดิน 

Royal Enfield Classic 500 Pegasus

Royal Enfield Classic 500 Pegasus

และเพื่อเฉลิมฉลองและตำนานที่ของฟลายอิ้ง ฟลี รอยัล เอนฟิลด์ได้ร่วมมืออย่างเป็นทางการกับกรมพลร่มของสหราชอาณาจักร ในการพัฒนารอยัล เอนฟิลด์ คลาสสิก 500 เพกาซัส โดย มาร์ค เวลส์ หัวหน้าด้าน กลยุทธ์ผลิตภัณฑ์และการออกแบบเชิงอุตสาหกรรมของรอยัล เอนฟิลด์ระดับโลก อธิบายเกี่ยวกับความร่วมมือว่า “เราทำงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงกลาโหมของสหราชอาณาจักร เราติดต่อพลร่มเมื่อประมาณ 18 เดือนที่แล้ว และบอกว่าเราอยากทำงานร่วมกันในโครงการนี้ ซึ่งความร่วมมือเป็นไปด้วยดี รอยัล เอนฟิดล์ คลาสสิก 500 เพกาซัสใหม่ อัดแน่นไปด้วยประวัติศาสตร์และตำนาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ รอยัล เอนฟิลด์เท่านั้นสามารถทำได้ มีแบรนด์รถมอเตอร์ไซค์สไตล์มิลิทารี่มากมาย แต่มีเพียงรอยัล เอนฟิลด์เท่านั้นที่มี ฟลายอิ้ง ฟลี”

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com 

5 เรื่องน่าสนใจ