7 กฎหลักที่เปลี่ยนไป ในการแข่งขันรถสูตร 1 F1 ในฤดูกาลใหม่ 2022

  • โดย : พิสน ลีละหุต
  • 7 ก.พ. 65
  • 8,001 อ่าน

การแข่งขันรถสูตร 1 หรือ F1 มีการปรับเปลี่ยนกฎใหม่อยู่เกือบทุกปี เพื่อให้การแข่งขันนั้นสนุกมากขึ้น และลดช่องว่างของการแข่งขันแต่ละทีมให้น้อยลงมากที่สุด แต่ในฤกาล 2022 จะถือว่าเป็นปีที่มีการเปลี่ยนกฎค่อนข้างเยอะพอสมควร โดยเฉพาะเรื่องตัวรถ วันนี้เราสรุปมาให้ดูว่า 7 กฎหลักที่มีการเปลี่ยนแปลงไป และส่งผลกระทบต่อการแข่งขันเป็นอย่างมาก มีอะไรบ้าง ลองมาดูกันได้เลย

F1

1. ห้ามเปลี่ยนแปลงเครื่องยนต์ Frozen power units

กฎข้อนี้ ไม่ได้รวมถึงเฉพาะเรื่องของเครื่องยนต์ที่เป็นส่วนของระบบสันดาปภายในเท่านั้น แต่รวมถึงระบบพลังงานทั้งหมดที่เป็นมอเตอร์ไฟฟ้าด้วย หรือระบบ Hybrid ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เครื่องยนต์รูปแบบนี้ถูกใช้งานมายาวนานถึง 8 ปีแล้ว และถึงรอบในการเปลี่ยนแปลงใหม่ แต่เนื่องจากเกิดเหตุการณ์แพร่ระบาดของ Covid-19 ทำให้หลายทีมประสบปัญหาทางด้านการเงิน เลยทำให้ทาง FIA ตัดสินใจให้ทุกทีมยังใช้งานเครื่องยนต์รูปแบบเดิมไปก่อน แล้วค่อยเปลี่ยนเครื่องยนต์เป็นรูปแบบใหม่ที่ใช้เชื้อเพลิงแบบยั่งยืนในปี 2026 แทน

F1

2. ทดสอบ Pre-Season 2 สนามอีกครั้ง

หลังจากที่ปีที่แล้ว ทาง F1 ลดการขับทดสอบ Pre-Season เหลือเพียงสนามเดียวเท่านั้น เพราะลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 รวมทั้งลดต้นทุนในการจัดการของแต่ละทีมด้วย แต่ปีนี้ถือว่าสถานการณ์คลี่คลายลงไปมากแล้ว ทาง FIA จึงตัดสินใจให้ทุกทีมกลับมาทดสอบเป็นจำนวน 2 สนามได้เช่นเดิม โดยจะเริ่มสนามแรกวันที่ 23-25 กุมภาพันธ์ที่สเปน และวันที่ 10-12 มีนาคมที่บาห์เรน และจะเริ่มแข่งขันสนามแรกของฤดูกาล 2022 ในสัปดาห์ถัดไปในบาห์เรนเลย

F1

3. ปรับข้อจำกัดเข้าทดสอบ Aerodynamic ในอุโมงค์ลมที่เข้มข้นขึ้น

ในแต่ละปีนั้น แต่ละทีมจะได้โอกาสในการทดสอบระบบ Aerodynamic ในอุโมงค์ลมที่แตกต่างกัน โดยอ้างอิงจากอันดับของทีมเป็นสำคัญ โดยการจัดอันดับครั้งแรกจะนำเอาผลงานของฤดูกาลก่อนมาจัดอันดับ (Mercedes เป็นอันดับ 1, HAAS เป็นอันดับสุดท้าย) และครั้งที่ 2 จะเอาอันดับของวันที่ 30 มิถุนายนมาเป็นตัวกำหนดของการเข้าทดสอบบนครึ่งปีหลัง

ก่อนหน้านี้ มีการระบุเอาไว้ว่า ทีมอันดับที่ 5 จะได้สิทธิ์เข้าทดสอบ 100% ของเวลาที่กำหนด (FIA เป็นผู้กำหนด) ส่วนทีมที่อันดับดีกว่านี้ ก็จะลดระยะเวลาลงไป ส่วนทีมที่มีอันดับแย่กว่านี้จะได้เพิ่มมากขึ้น นั่นหมายความว่าทีมอันดับที่ 1 จะได้เข้าทดสอบเป็นระยะเวลา 90% ของที่กำหนด ส่วนอันดับสุดท้ายได้เวลารวม 112.5% แต่กับฤดูกาลนี้มีการปรับใหม่ให้เข้าข้นกว่าเดิม ด้วยการขยับผู้ที่ได้เวลา 100% ไปเป็นอันดับที่ 7 แทน และขยับขึ้น-ลงอันดับละ 5% หมายความว่า อันดับที่ 1 จะได้ทดสอบเพียง 70% ของที่กำหนดเท่านั้น ส่วนอันดับสุดท้ายจะได้เพิ่มขึ้นเป็น 115%

F1

4. กำหนดงบประมาณทำทีมให้ลดลง

ในแต่ละปี ทาง FIA จะกำหนดงบประมาณในการทำทีมเอาไว้ เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำกันมากเกินไป โดยในปี 2021 นั้นกำหนดเอาไว้ที่ฤดูกาลละ 145 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 4,778 ล้านบาท แต่ในฤดูกาล 2022 นี้ จะลดงบประมาณให้น้อยลงอีก ให้เหลือเพียง 140 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 4,614 ล้านบาทเท่านั้น แต่เนื่องจากฤดูกาลก่อนมีการแข่งขัน 21 สนาม แต่ปีนี้มีการแข่งขันเพิ่มเป็น 23 สนาม ทางกรรมการจึงได้เพิ่มการจำกัดงบประมาณให้เพิ่มอีกสนามละ 1.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 40 ล้านบาท ทำให้รวมเป็นทั้งหมด 142.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 4,694 ล้านบาท

F1

5. ปรับรูปแบบของการจัดงานใหม่

การปรับรูปแบบของการจัดงานช่วงสุดสัปดาห์ใหม่ เป็นการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยเท่านั้น โดยปกติแล้วแต่ละทีมจะมีโอกาสได้พูดคุยให้สัมภาษณ์กับสื่อได้ในวันพฤหัสบดี แต่เพื่อเป็นการลดเวลาในการออกนอกบ้านลดลง จึงมีการเปลี่ยนแปลงกำหนดให้มาเป็นช่วงเช้าวันศุกร์แทน แล้วขยับการทดสอบ Free Practice ทั้ง 2 รอบ รอบละ 1 ชั่วโมงให้ไปอยู่ในช่วงบ่ายวันศุกร์แทน ส่วนสนามไหนที่มีการจัดการแข่งขัน 4 วัน ก็ต้องถูกลดให้เหลือเพียง 3 วันเหมือนกับสนามอื่นเช่นกัน

F1

6. เปิดโอกาสให้นักขับหน้าใหม่ได้ลงทดสอบมากขึ้น

แต่ละทีมก็มักจะมีนักขับหน้าใหม่เป็นนักขับสำรอง หรือนักขับที่ไต่เต้ามาตั้งแต่ระดับเยาวชน เพื่อรอเวลาในการก้าวเข้าสู่การแข่งขัน F1 อย่างเป็นทางการ ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว นักขับพวกนี้จะได้รับโอกาสขับรถคันจริงก็เพียงในช่วงการทดสอบ Free Practice 1 เท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทีมมักจะไม่เปิดโอกาสให้ได้ลองขับ เพราะมุ่งเน้นเรื่องเอาชนะเอาไว้ก่อน เลยให้นักขับหลักได้ลองรถแข่งกันอย่างเต็มที่ จนโอกาสของนักขับรองลงมาไม่มีโอกาสได้สัมผัสสนามจริงสักเท่าไหร่

ปีนี้เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสให้นักขับสำรองมากขึ้น จึงมีการบังคับให้ในการทดสอบ Free Practice 1 จะต้องใช้นักขับทดสอบอย่างน้อย 2 คน โดย 1 ในนั้นจะต้องเป็นนักขับที่ไม่เคยขับ หรือขับลงแข่ง F1 รายการจริงมาแล้วไม่เกิน 2 สนาม และจะใช้นักขับคนเดียวกันได้เพียง 2 ครั้งเท่านั้น หรือถ้าทีมอยากจะเพิ่มนักขับหน้าใหม่มาทดสอบในรอบเดียวกันก็ได้ ดังนั้นปีนี้จะเป็นปีที่เราได้เห็นนักขับหน้าใหม่ในการขับทดสอบในสนามแข่งจริงอย่างมากหน้าหลายตาแน่นอน

F1

7. ล้อขนาดใหม่

ในฤดูกาลที่ผ่านมาของการแข่งขัน F1 นั้น รถแข่งสูตร 1 ใช้ล้อเป็นขนาด 13 นิ้ว แต่ฤดูกาลปี 2022 นี้ จะมีการเปลี่ยนเป็นขนาด 18 นิ้วแทน ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่สุดในการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลนี้ก็ว่าได้ แต่กฎใหม่ไม่ได้เปลี่ยนเฉพาะขนาดของล้อเท่านั้น แต่ยังมีการเปลี่ยนไปถึงผ้าห่มยางช่วงก่อนวิ่ง ที่ก่อนหน้านี้ยางหน้าจะใช้อุณหภูมิในการอุ่นยางหน้าอยู่ที่ 100 องศาเซียลเซียส ส่วนยางหลังใช้ที่ 80 องศาเซียลเซียส แต่ปีนี้จะถูกเปลี่ยนเป็น 70 องศาเซียลเซียสทั้งยางหน้าและหลัง นั่นหมายถึงว่าการขับขี่ในช่วงแรกของการแข่งขัน ความหนึบของยางอาจจะมีไม่เท่าของปีก่อนอย่างแน่นอน ส่วนเรื่องแรงลมยางนั้นก็มีผลอย่างแน่นอน เพราะล้อขนาด 18 นิ้ว จะมีแก้มยางที่บางกว่าปีก่อนพอสมควร ทำให้ตัวยางมีความทนทานมากขึ้น ทางทีมจึงต้องหาข้อมูลในส่วนของลมยางใหม่ทั้งหมด เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดนั่นเอง

ข้อมูลจาก F1

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com

5 เรื่องน่าสนใจ