รีวิว: ไดนามิค คอมมอนเรล จาก ปตท. สุดยอดน้ำมันเครื่องเพื่อความแรงและสะอาด

กว่าจะได้ครอบครองรถสัก 1 คัน หลายคนต้องทำงานหนักกว่าจะได้มันมาเป็นเจ้าของ แน่นอนว่าเมื่อเราต้องเสียแรงไปมากแล้ว เราก็อยากให้รถของเราอยู่กับเราให้นานที่สุด และอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด ดังนั้นการดูแลรถยนต์ตามคำแนะนำของศูนย์บริการอย่างเคร่งครัด ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้รถอยู่กับเราได้นานขึ้น

PTT Dynamic Commonrail

แต่ในบางครั้งตัวเลือกของน้ำมันเครื่องที่ศูนย์บริการ อาจไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับรถของเรา โดยเฉพาะรถกระบะเครื่องยนต์ดีเซลที่มีการใช้งานหนัก ต้องการการปกป้องดูแลที่มากกว่าปกติ ดังนั้นในเราในฐานะที่เป็นเจ้าของรถ มีความรักรถของตัวเอง ก็ต้องมาคอยหาข้อมูลว่า สิ่งที่ดีที่สุดที่จะเอามาใส่ในเครื่องยนต์ของเราควรจะเป็นตัวไหนดี

ต้องขออธิบายก่อนว่า น้ำมันเครื่องสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลในปัจจุบันนั้น แบ่งออกได้เป็น 3 เกรดใหญ่ๆคือ น้ำมันเครื่องเกรดรวม, น้ำมันเครื่องเกรดกึ่งสังเคราะห์ และน้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100% และแต่ละเกรด ก็จะมีรายละเอียดปลีกย่อยของคุณภาพออกไปอีก ทำให้บางคนอาจจะสับสนว่า แล้วน้ำมันเครื่องตัวไหนล่ะ ที่จะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดเพื่อนำมาใส่ในรถของเรา ส่วนใหญ่ของน้ำมันเครื่องในตลาด ณ ปัจจุบันของเครื่องยนต์ดีเซล จะมีมาตรฐาน API (American Petroleum Institute) ที่เกรด API CI-4 รองรับการใช้งานเครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ตั้งแต่แบบ Euro 4 ถึง Euro 6 และแต่ละยี่ห้อก็จะมีการใส่สารบางอย่างเข้าไป เพื่อเพิ่มการปกป้องให้กับเครื่องยนต์ได้มากขึ้น

PTT Dynamic Commonrail

ครั้งนี้ก็เช่นกัน ผมเองได้รับรถกระบะมาใช้งานอยู่คันหนึ่ง จากการตรวจสอบแล้วพบว่า รถคันนี้ไม่ได้มีการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องมาเป็นระยะทางประมาณเกินกว่า 15,000 กิโลเมตรแล้ว โดยการเปลี่ยนถ่ายครั้งล่าสุดก็เป็นการใช้น้ำมันเครื่องแบบสังเคราะห์แท้ 100% เช่นกัน แต่สิ่งที่จับความรู้สึกได้ก็คือ รถเริ่มจะมีอาการเร่งแซงอืดกว่าเดิมมากพอสมควร ถึงแม้รถจะมีอายุการใช้งานเพียงราว 20,000 กิโลเมตรก็ตาม ทำให้เห็นได้ชัดเจนว่า การใช้น้ำมันเครื่องที่เริ่มเสื่อมสภาพแล้ว ส่งผลให้การทำงานของเครื่องยนต์ลดลงไปได้แน่นอน

แน่นอนว่า รถกระบะเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรลคันนี้ ถึงเวลาต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องแล้ว จึงต้องหาตัวเลือกที่ดีที่สุด เพื่อการปกป้องสูงสุด และพบว่าน้ำมันเครื่องรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง ไดนามิค คอมมอนเรล จาก ปตท. เป็นตัวเลือกที่มีคุณภาพสูง เพราะได้รับมาตรฐาน CI-4 และยังมีมาตรฐานใหม่เพิ่มเติมจากฝั่งยุโรป หรือเป็นที่รู้จักในมาตรฐาน ACEA A3/B4 รวมทั้งยังมี CLEAN AND LOCK TECHNOLOGY ที่ช่วย ล้างคราบสกปรกที่เกิดจากการใช้งานและล๊อคความสะอาดเหมือนใหม่อีกด้วย 

คงต้องอธิบายเพิ่มเติมกับ CLEAN AND LOCK TECHNOLOGY ในน้ำมันเครื่อง ไดนามิค คอมมอนเรล จาก ปตท. ก่อนสักเล็กน้อย เนื่องด้วยลูกสูบต้องทำงานที่อุณหภูมิสูงจากการเผาไหม้  ทำให้เกิดความสกปรกได้ง่าย  เช่น ที่ร่องแหวน (Ring Groove),  และหัวลูกสูบ (Piston Crown)  ทำให้น้ำมันเครื่องต้องการใส่สารชะล้าง ซึ่งหากเป็น Conventional Technology  จะเน้นที่ความสามารถของสารชะล้างเท่านั้น  แต่ด้วย Clean & Lock Technology ของ ปตท. จะควบคุมความสกปรกได้ตั้งแต่ต้นทาง  คือ
1.Clean ทำความสะอาดคราบสกปรกด้วยสารชะล้างคุณภาพสูงกว่า ช่วยคืนความใหม่ให้กับลูกสูบและเครื่องยนต์ 
2.Lock ยับยั้งการเกิดความสกปรกที่พื้นผิวได้ดีกว่า เป็นการ Lock ความสะอาดที่พื้นผิว  และลดภาระของสารชะล้าง  และคงความใหม่ให้เครื่องยนต์   

เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า การใช้งานน้ำมันเครื่องยนต์ดีเซล ไดนามิค คอมมอนเรล จาก ปตท. จะช่วยให้รถของเรากลับมามีสมรรถนะเหมือนใหม่ได้จริงหรือไม่ คงต้องมาลองใช้งานจริงๆกันดีกว่า

PTT Dynamic Commonrail

หลังจากเข้าไปเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ไดนามิค คอมมอนเรล จาก ปตท. ที่ FIT Auto เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงได้นำรถออกไปลองอัตราเร่งดูสักหน่อย สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือ อัตราเร่งกลับมามีพลังเหมือนกับรถใหม่ การเร่งแซงไม่มีอาการอืดให้เห็นเหมือนก่อนเปลี่ยนน้ำมันเครื่องใหม่ ทำให้การใช้งานทั้งตอนออกตัวและจังหวะเร่งแซงในสภาวะคับขัน สามารถตอบสนองได้ดีเต็มประสิทธิภาพของกำลังเครื่องเลย มั่นใจทุกครั้งเมื่อเหยียบคันเร่งไป รวมทั้งยังทำให้เครื่องยนต์เดินเรียบ และเงียบกว่าเดิมอีกด้วย

PTT Dynamic Commonrail

อีกอย่างที่พิสูจน์การทำงานของ Clean & Lock Technology ได้ นั่นคือหลังจากใช้งานไปแล้วประมาณ 500 กิโลเมตร เมื่อมีการชักก้านวัดน้ำมันเครื่องออกมา จะเห็นได้เลยว่าตัวน้ำมันเครื่องมีสีที่ดำมากกว่าการใช้งานน้ำมันเครื่องตัวเก่าอย่างเห็นได้ชัด บางคนอาจจะตกใจเพราะเข้าใจ (ไปเอง) ว่าการใช้น้ำมันเครื่องที่ดี ต้องมีสีที่เหมือนใหม่อยู่ตลอดการใช้งาน แต่ในความเป็นจริงแล้ว การใช้งานน้ำมันเครื่องที่มีประสิทธิภาพนั้น น้ำมันเครื่องควรต้องทำหน้าที่ชะล้างความสกปรกที่อยู่ตามลูกสูบ, แหวน และกระบอกสูบออกมาให้หมด ถ้าน้ำมันเครื่องที่ใช้งานไประยะหนึ่งแล้วยังมีสีใสเหมือนใหม่อยู่ นั่นแสดงว่าน้ำมันเครื่องไม่ได้ทำหน้าที่ตรงนี้เลย แต่สำหรับ ไดนามิค คอมมอนเรล จาก ปตท. นั้น ทำหน้าที่ชะล้างสิ่งสกปรกได้อย่างดี ทำให้น้ำมันมีสีดำมากกว่าตัวเก่า แต่บางคนอาจจะมีคำถามว่า แล้วน้ำมันเครื่องดำแบบนี้ จะส่งผลให้การปกป้องลดลงหรือไม่ คำตอบคือ ไม่ครับ เพราะ ไดนามิค คอมมอนเรล จาก ปตท. จะมีคุณสมบัติอีกอย่างคือ Lock  ที่ช่วยยับยั้งการเกิดความสกปรกที่พื้นผิวชิ้นส่วนเครื่องยนต์ได้ดีกว่า  เป็นการ Lock ความสะอาดที่พื้นผิว  และลดภาระของสารชะล้าง คงความใหม่ให้เครื่องยนต์นั่นเองครับ

ของแบบนี้ จะให้อธิบายเป็นตัวอักษรทั้งหมดก็คงไม่ได้ ดังนั้นถ้าต้องการพิสูจน์ว่า น้ำมันเครื่องสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล ไดนามิค คอมมอนเรล จาก ปตท. ที่มีมาตรฐานครอบคลุมไม่ว่าจะเป็น API CI-4 หรือ ACEA A3/B4 ที่มาพร้อมกับ CLEAN AND LOCK TECHNOLOGY ที่ช่วย ล้างคราบสกปรกที่เกิดจากการใช้งานและล๊อคความสะอาดเหมือนใหม่ จะทำให้รถของคุณกลับมามีสมรรถนะที่เหมือนใหม่ได้จริงหรือไม่ คงต้องลองด้วยตัวเอง แต่ผมเชื่อว่าถ้าทุกคนได้ลองใช้งานแล้ว จะต้องติดใจในคุณภาพที่ได้กลับมาแน่นอนครับ 
 

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com