Deft Advance : รู้เฟื่องเรื่อง หัวเทียน .. เปลี่ยนอย่างเข้าใจ เพื่อสมรรถนะที่ดีกว่า ....

  • โดย : Autodeft
  • 8 ธ.ค. 58
  • 71,393 อ่าน

รู้สึกรู้จริง บทความเดียวตอบทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับหัวเทียน เราควรเลือกอย่างไร ...และอะไรคือหัวเทียน ร้อน-เย็น

 

 

เรื่องโดย ณัฐยศ ชูบรรจง (Bonn)

 

เมื่อพูดถึงเครื่องยนต์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก คงไม่มีใครไม่รู้จักเครื่องยนต์เบนซิน ต้นกำลังที่มีวิธีการทำงานที่เก่าแก่มากที่สุดแบบหนึ่ง แม้ว่ายุคสมัยที่เปลี่ยนไปจะทำให้เครื่องยนต์เบนซินมีความสามารถในการตอบสนองมากขึ้น แต่บางชิ้นส่วนสำคัญในเครื่องยนต์นั้น ก็ยังมีถูกใช้อยู่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

“หัวเทียน” เป็นหนึ่งในชิ้นส่วนสำคัญ...ที่เครื่องยนต์เบนซินต้องใช้ และมันมีหน้าที่สำคัญในการก่อการจุดระเบิดภายในห้องเผาไหม้ ทำให้เครื่องยนต์มีกำลังมากขึ้น ซึ่งตามปกติแล้ว หัวเทียนจะมีอายุการใช้งานราวๆ  50,000 กิโลเมตร แต่ด้วยความที่มันเป็นตัวการสำคัญในการจุดระเบิดทำให้หลายคนเล็งเห็นความสำคัญของหัวเทียน เมื่อต้องการเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ของรถยนต์คู่กาย

การเลือกหัวเทียน ดีๆ... นั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับยี่ห้อที่ขาย แต่คุณต้องเข้าใจก่อนว่า หัวเทียนแบบไหนที่เหมาะกับรถที่คุณใช้ และถ้าวันนี้ คุณจะต้องเปลี่ยนหัวเทียนใหม่ ก็น่าจะได้เวลารู้ลึกแท้จริงเรื่องหัวเทียน.....จริงจังเสียที  

 

ก่อนจะเริ่มต้นไปไกล จำไว้ว่าหัวเทียนเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกระบวนการจุดระเบิดในเครื่องยนต์เบนซิน ซึ่งเครื่องยนต์จะอาศัยการจ่ายไฟฟ้าไปยังหัวเทียน เพื่อใช้ขั้วปลายหัวเทียน ในการทำให้ส่วนผสมในห้องเผาไหม้ ได้แก่ น้ำมัน และอากาศ เกิดการแตกตัว หรือระเบิด กลายเป็นแรงอัดที่ทำให้ลูกสูบเคลื่อนตัวลงไปยังด้านล่าง ผลักข้อเหวี่ยงให้ทำงาน ก่อให้เกิดกำลังขับเคลื่อนในเครื่องยนต์

แน่นอน...หัวใจสำคัญของหัวเทียน คือการสร้างการจุดระเบิด โดยหัวเทียนที่ดีขึ้นจะทำให้การจุดระเบิดดีมากขึ้นกว่าเดิม แต่แม้จะอาศัยพลังไฟจากชุดคอยย์หรือจานจ่ายที่มีการจ่ายไฟฟ้ามายังหัวเทียนสม่ำเสมอเท่าๆกัน ทุกๆจังหวะการจุดระเบิด แต่สิ่งทีทำให้ หัวเทียนสามารถจุดระเบิดด้วยกำลังไฟที่รุนแรงมากกว่าเดิม ก็มาจากการนำไฟฟ้าที่ได้จากคอยย์อย่างรวดเร็ว ซึ่งมี 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่

1. ปลายขั้วหัวเทียน  (Center Electrode) ...ลักษณะสำคัญที่ทำให้หัวเทียนจุดระเบิดดี ไม่ดี ทนไม่ทน ส่วนสำคัญที่สุดแง่หนึ่ง คงไม่พ้นปลายขั้วหัวเทียน เราส่วนใหญ่มักจะถูกโฆษณาของแต่งจูงจมูกว่า ... หัวเทียนทั่วไปคือหัวเทียนทองแดง และดีกว่า คุณใช้หัวเทียนแบบพิเศษ อย่าง หัวเทียนจาก Iridium   หรือ Platinum

หลายคนเรียกหัวเทียนธรรมดาว่า หัวเทียนทองแดง ..ทั้งที่เป็นความเข้าใจผิด เพราหัวเทียนทุกรุ่นส่วนใหญ่ใช้ทองแดงเป็นตัวนำไฟฟ้าในการจุดระเบิดแต่ปัจจุบันด้วยการคิดค้นของผู้ผลิตหัวเทียน พวกเขาใช้วิธีการเคลือบหรือทำขั้วหัวเทียนใหม่ ด้วยธาตุโลหะที่มีความสามารถในการทนทานที่ดีกว่า เช่น Iridium  หรือ  Platinum แบบที่เราเคยได้ยินกันมา...  ซึ่งธาตุแปลกๆเหล่านี้ผลต่ออายุการใช้งานให้ความทนทานมากกว่า ทำให้ใช้งานได้ยาวนานมากกว่า

 

2. ขนาดแกนกลาง ... (Copper Core)  หลายคนอาจจะเคยได้ยินมันในคำว่า เบอร์หัวเทียน ...เช่น 5,6, 7 แต่ที่จริงแล้วมันแทนความหนาของแกนกลางทองแดงในหัวเทียน ซึ่งยิ่งหัวเทียนมีเบอร์สูงจะมีแกนกลางหนาขึ้น ทำให้ระบายความร้อนดีขึ้นด้วย

หลายคนคงเคยเจอ ศัพท์ เทคนิคจากช่าง หรือผู้รู้เรื่องรถยนต์ที่ทำตัวดูมีชั้นเชิงว่า หัวเทียนร้อน  และหัวเทียนเย็น มันไม่ได้หมายถึงการที่หัวเทียนคุณจะต้องแช่ตู้เย็นหรือว่าต้องอุ่นร้อนในการใช้งาน แต่หมายถึงประสิทธิภาพในการระบายความร้อนของหัวเทียนจะดีหรือไม่

ตามปกติแล้วภายในห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์เบนซินจะมีอุณหภูมิที่  500-850 องศาเซลเซียส และหัวเทียนก็มีส่วนสำคัญในการระบายความร้อนออกจากเครื่องยนต์โดยอาศัย 3ส่วนสำคัญ ได้แก่ ส่วนปลายหัวเทียน ได้แก่บริเวณเขี้ยว ซึ่งอาศัยอากาศที่ดูเข้ามาในห้องเผาไหม้ แต่ส่วนที่สำคัญที่สุดนั้นกลับเป็นช่วงเกลียวขันของหัวเทียน ซึ่งยึดติดกับฝาสูบเครื่องยนต์ และบางส่วนถูกระบายออกสู่ด้านบนของหัวเทียน

เบอร์หัวเทียนเย็นหมายถึง หัวเทียนอันนั้นสามารถระบายความร้อนจากห้องเผ้าไหม้ได้เร็วกว่า หัวเทียนที่มีเบอร์ร้อนกว่า (เบอร์ต่ำกว่า) มันเหมาะกับเครื่องยนต์ที่มีสมรรถนะสูง แต่ไม่ได้หมายได้หมายความว่าหัวเทียนเบอร์ร้อนกว่าใช้งานได้ไม่ดีเพียงแต่อาจจะมีประสิทธิภาพในการระบายความร้อนได้ไม่ดีเท่า แต่ถ้าคุณไม่ใช่เครื่องยนต์สมรรถนะสูงอะไรตลอดเวลา หัวเทียนที่มีเบอร์ค่าระบายความร้อนต่ำ ก็เพียงพอแล้วต่อการใช้งาน ทั่วๆ ไป

ตามคำแนะนำของผู้ผลิตหัวหัวเทียนชั้นนำระดับโลก อย่าง NGK   แนะนำอย่างมีสาระว่า ถ้าคุณจะต้องใช้สมรรถนะเครื่องยนต์สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องก็ควรใช้เบอร์หัวเทียนที่เย็นขึ้น เพื่อป้องกันการชิงจุดระเบิด อันมาจากปลายขั้วหัวเทียนร้อนเกินไป ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายของเครื่องยนต์ได้

แม้ว่าจะไม่มีกฎตายตัว แต่ NGK เผยว่า ทุกครั้งที่คุณมีการเพิ่มสมรรถนะเครื่องยนต์ขึ้นอีก 75-100 แรงม้า ควรจะเปลี่ยนเบอร์หัวเทียนไปใช้เบอร์ที่เย็นขึ้น เพื่อความสามารถในการระบายความร้อนจากห้องเผาไหม้ที่ดีขึ้น ตามปกติ เบอร์ที่เย็นขึ้น  1 เบอร์ จะสามารถระบายความร้อนได้ดีขึ้นถึง 70-100 องศา ซึ่งพวกเขาแนะนำว่า คุณควรเปลี่ยนหัวเทียน เมื่อเริ่มทำการปรับแต่งเครื่องยนต์ในแต่ละขั้นตอนที่เพิ่มสมรรถนะให้เร้าใจมากขึ้น

 

3.ปลายเขี้ยวหัวเทียน (Ground Electrode) ปลายเขี้ยวหัวเทียน นับเป็นสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญมากต่อการจุดระเบิด เพราะเมื่อปลายขั้วหัวเทียนนำไฟฟ้าบวกมาสู่ห้องเผาไหม้ การที่มันจะเกิดกระแสไฟฟ้าจุดระเบิดได้นั้นก็ต้องมีการวิ่งผ่านของไฟฟ้าจากขั้วไปยังเขี้ยวนั่นเอง

เขี้ยวหัวเทียนมีความสำคัญมากในการสร้างสมรรถนะจุดระเบิด เริ่มจากรูปทรงของของมัน ซึ่งสามารถทำให้ลักษณะฟ้าที่จ่ายเข้ามายังเขี้ยวหัวเทียนมีการกระจาย เพิ่มความสามารถในการจุดระเบิดได้ เช่น หัวเทียนแบบเขี้ยวเยื้อง หรือ  Cutback  ซึ่งจะมีพื้นที่เขี้ยวเพียงครึ่งเดียวของขั้ว เพื่อให้เกิดการจุดระเบิดได้ง่ายขึ้นและให้กำลังไฟในห้องเผ้าไหม้ดีขึ้น หรือหัวเทียนประเภท  Multi Grounding หรือมีหลายเขี้ยว  ก็ทำให้รูปแบบในการปล่อยกระแสไฟฟ้าไปจุดระเบิดดีขึ้น

นอกจากรูปแบบของขั้วแล้ว ระยะห่างของเขี้ยวก็มีส่วนสำคัญ ควรใช้หัวเทียนที่มีเขี้ยวถูกต้องตามที่ผู้ผลิตเครื่องยนต์แนะนำ หัวเทียนที่มีระยะที่พอเหมาะจะทำให้การทำงานของเครื่องยนต์สมบูรณ์ ส่วนเขี้ยวหัวเทียนที่ห่างไป จะส่งผลให้เกิดการจุดระเบิดผิดพลาด และยังทำให้สมรรถนะการทำงานของเครื่องยนต์ไม่ดี ส่งผลเรื่องอัตราประหยัดน้ำมันอีกด้วย

 

ฟังมาตั้งนาน ...หัวเทียน ควรเลือกให้เหมาะกับที่เราใช้งาน ก่อนอื่นจำเป็นต้องรู้จักหัวเทียนเดิมว่า มีเกลียว  (Thread) เท่าไร ระยะห่างเขียว (Gap) เท่าไร ที่สำคัญลืมไม่ได้เขี้ยวขันหัวเทียนจะต้องมีขนาดเท่าไร จากนั้นจึงดูความต้องการในการใช้งาน ถ้าคุณไม่ใช่คนขับรถซิ่งจัด โมดิฟายแต่งแรง เบอร์ร้อน-เย็น ของหัวเทียนเดิม ถือว่าพอเพียงแล้ว ...

 

ข้อมูลอ้างอิงจาก  NGK.com

เรื่องโดย ณัฐยศ ชูบรรจง (Bonn)

ติดตามผู้สื่อข่าวและนักทดสอบรถยนต์ นาย ณัฐยศ ชูบรรจง ได้ที่ Facebook หรือ ทาง  Fan page ,Twiter (@nattayodc)

 

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com

5 เรื่องน่าสนใจ