All New Audi A7 Sportback เก๋งพรีเมี่ยมทางเลือกใหม่…ท้าชน 6 Series GT

หลังปล่อยให้คู่แข่งร่วมชาติอย่าง BMW สำราญกับการเผยโฉม BMW 6 Series Gran Turismo จนกวาดยอดขายไปแล้วในบางประเทศ ทำให้ Audi เดินหน้าทบรบเต็มรูปแบบส่ง Audi A7 Sportback เจน 2 ออกตลาดทันที

Audi A7 Sportback

Audi A7 Sportback  ยังคงคอนเซ็ปต์ 5 ประตู Hatchback Coupe บอดี้ใหม่หมด เด่นด้วยประตูไร้กรอบ ที่มาแทรกกลางระหว่าง Audi A6 ซีดานขนาดกลาง และ Audi A8 ซีดานใหญ่ แต่ยังคงเอกลักษณ์ Audi เดิมตั้งแต่กระจังหน้าทรงหกเหลี่ยม six-point single frame คล้ายคลึงกับรุ่นพี่ Audi A8 แต่ปรับดีไซน์ให้ปราดเปรียวขึ้น สอดรับกับไฟหน้ารถแบบ HD Matrix LED ดีไซน์เล็กและเพรียวขึ้น พร้อมชุดกันชนหน้าพร้อมสเกริ์ตในตัวเพิ่มความเข้มโหดอีกระดับ รวมถึงตัวรถที่หลังคาลาดลงขึ้นกว่ารุ่นเก่า ปลอดภัย มองชัดเจนด้วย ไฟท้าย LED 13 individual strips ดีไซน์แนวยาว พร้อมระบบ Fast-moving Light Animation หรือไฟท้ายวิ่ง และล้ออัลอลยขนาด 21 นิ้ว ที่เลือกได้หลายลายตามความชอบของสาวก มิติตัวรถใหญ่กว่ารุ่นเดิมพอสมควรตั้งแต่ ความยาว 4,969 มม. ความกว้าง 1,908 มม. ความสูง 1,422 มม. ฐานล้อ 2,926 มม.

Audi A7 Sportback

Audi A7 Sportback

ภายในหรูด้วยแผงคอนโซลหน้าดีไซน์คล้ายกับรุ่นพี่ A8 พร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นทรงท้ายตัด 3 ก้าน หรือแบบ 3 กับ 4 ก้านปกติ พร้อมเทคโนโลยีมาตรวัดขนาดใหญ่ ระบบ Audi Virtual Cockpit ขนาดใหญ่ 12.3 นิ้วแสดงผลการทำงาน และตั้งค่าต่างๆ ของตัวรถ ระบบ infotainment เพื่อฟังเพลงและสื่อสารแบบไม่ขาดตอนด้วย จอสัมผัส MMI Touch Response 10.1 นิ้ว พร้อมลำโพงไอเอนด์ Bang & Olufsen audio system ถัดลงมาอย่าตกใจว่ามันคือจอสัมผัสอีกตัวที่ควบคุมระบบความบันเทิง แต่ความจริงมันคือจอสัมผัสควบคุมระบบปรับอากาศแบบ four-zone climate ขนาดใหญ่ 8.6 นิ้ว พร้อมเบาะนั่งหุ้มวัสดุหนังแท้คุณภาพ แบบ 4 หรือ 5 ที่นั่ง สามารถจุสัมภาระด้านท้าย 535 ลิตร และเมื่อพับเบาะลงสามารถจุได้มากถึง 1,390 ลิตร

Audi A7 Sportback

ขุมพลังเก๋งสปอร์ตค่าย ออดี้ ให้เลือกทั้ง เบนซิน และดีเซล แต่ช่วงแรกจะออกมาเพียง 2 ขุมพลังนั่นคือ เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ supercharged (55 TFSI) ขนาด 3.0 ลิตร V6 กำลังมากสุด 340 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตันเมตร จับคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่แบบ S Tronic 7 สปีด ขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ quattro all-wheel drive และให้ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. พร้อมระบบ Mild Hybrid ที่เสริมในเรื่องความประหยัดมากขึ้น ประกอบด้วยเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับ 48V electrical system และ แบตเตอรี่แบบ lithium-ion battery และเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ TDI 3.0 ลิตร V6 (50 TDI) ส่วนเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ TFSi และดีเซลเทอร์โบ TDI แบบ 4 สูบ จะตามมาในอนาคต

เบื้องต้น Audi A7 Sportback เจนใหม่ เตรียมขายจริงที่เยอรมนีช่วงต้นปีหน้า และตลาดอเมริกาช่วงสิ้นปีหน้าหรือต้นปี 2019 ส่วนเมืองไทย จะเข้ามาด้วยหรือไม่ต้องติดตาม

Audi A7 Sportback

Audi A7 Sportback
Audi A7 Sportback

ที่มา Motor 1

ติดตามข่าวสารยานยนต์ รวดเร็วก่อนใคร ได้ที่ Autodeft.com