Audi ประกาศเปลี่ยนกลยุทธ์ครั้งใหญ่ หันมาพัฒนารถยนต์ให้ตอบโจทย์ลูกค้าเฉพาะภูมิภาค
- โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
- 3 ก.ค. 69 13:35
- 1,006 อ่าน
ค่ายสี่ห่วง Audi ออกมาประกาศจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในการดำเนินธุรกิจยานยนต์ระดับโลก โดยยอมรับว่ากลยุทธ์การสร้างรถยนต์เพียงรุ่นเดียวเพื่อส่งไปวางจำหน่ายเหมือนกันทั่วโลก หรือ One-Size-Fits-All นั้น ได้กลายเป็นแนวคิดที่ล้าสมัยและใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไปในปัจจุบัน พร้อมเบนเข็มสู่แนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์แบบแยกส่วนตามความต้องการของลูกค้าในแต่ละภูมิภาคหลักอย่างชัดเจน เพื่อตอกย้ำนโยบายที่มุ่งเน้นความพึงพอใจของผู้บริโภคในแต่ละท้องถิ่นเป็นสำคัญ

รูเวน โมห์ร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคของ Audi เปิดเผยว่า ในตลาดยานยนต์ยุคปัจจุบัน ไม่มีรถยนต์เพียงรุ่นเดียวที่จะสามารถเอาชนะใจผู้ซื้อในอเมริกาเหนือ ยุโรป และจีน ได้พร้อมกันทั้งหมดอีกต่อไป เนื่องจากพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคมีความแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ลูกค้าชาวจีนจะชื่นชอบรถยนต์ที่เน้นเทคโนโลยีล้ำสมัย ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นสมาร์ทโฟนติดล้อ และต้องการระบบขับขี่อัตโนมัติที่ก้าวหน้าที่สุด ในขณะที่ลูกค้าชาวยุโรปกลับยังคงให้คุณค่ากับปุ่มกด หน้าจอสัมผัสที่ไม่ซับซ้อนเกินไป และปุ่มควบคุมที่ให้ความรู้สึกจากการสัมผัสจริงมากกว่า แม้ว่าในปัจจุบัน Audi จะยังคงเดินหน้าติดตั้งหน้าจอโค้งดิจิทัลในรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ที่ทำตลาดในยุโรปก็ตาม
ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมแล้วคือ การจับมือร่วมทุนกับยักษ์ใหญ่ SAIC ในประเทศจีน เพื่อตั้งแบรนด์ใหม่ภายใต้ชื่อ AUDI (สะสมด้วยอักษรตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมดและไม่มีโลโก้สี่ห่วง) ซึ่งแบรนด์นี้จะทำหน้าที่คิดค้นและสร้างสรรค์รถยนต์ไฟฟ้าที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองรสนิยมอันเฉพาะตัวของลูกค้าชาวจีนโดยเฉพาะ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าบริษัทให้ความสำคัญกับแนวคิดแบบ Local-for-Local หรือการผลิตในท้องถิ่นเพื่อคนท้องถิ่นอย่างแท้จริง

นอกจากเรื่องการตอบโจทย์ลูกค้าได้ตรงจุดแล้ว ประโยชน์ครั้งใหญ่ที่ Audi ได้รับจากการเลิกโฟกัสการทำรถยนต์ส่งขายทั่วโลก คือการลดระยะเวลาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ลงอย่างมหาศาล โดยการหันมาใช้กระบวนการพัฒนาที่รวดเร็วแบบฉบับ ความเร็วระดับจีน หรือ China Speed ซึ่งดัดแปลงขั้นตอนการทำงานในเยอรมนีให้ตัดลดการประชุมคณะกรรมการที่ซ้ำซ้อนออกไป ส่งผลให้การตัดสินใจภายในองค์กรมีความกระชับและรวดเร็วขึ้นกว่าเดิมมาก
จากความเร็วในกระบวนการผลิตแบบใหม่นี้ คาดว่าจะทำให้ Audi สามารถผลักดันรถยนต์สปอร์ตรุ่นใหม่ที่พัฒนาต่อยอดมาจากรถต้นแบบ Concept C ออกสู่ตลาดได้ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี ซึ่งรถสปอร์ตไฟฟ้าคันนี้จะถูกนำมาทำตลาดเพื่อทดแทนตระกูลรถสปอร์ตในตำนานอย่าง Audi TT ในอนาคตอันใกล้ ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นของยุคใหม่ที่ค่ายรถยนต์สัญชาติเยอรมันรายนี้จะมีความยืดหยุ่นและพร้อมปรับตัวตามตลาดโลกได้อย่างว่องไว
ที่มา Carscoops
ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com




