BMW เตรียมถอดระบบขับขี่อัตโนมัติระดับ 3 ออกจาก 7-Series รุ่นปรับโฉม ลดต้นทุนเหลือเพียง Level 2

  • โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
  • 24 ก.พ. 69 20:26
  • 1,005 อ่าน

ท่ามกลางการแข่งขันพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับที่ร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่ผู้ผลิตทุกรายที่เลือกเดินหน้าเต็มกำลัง ล่าสุดมีรายงานว่า BMW เตรียมถอดระบบขับขี่อัตโนมัติระดับ 3 หรือ Level 3 ออกจาก 7-Series รุ่นปรับโฉมปี 2027 และหันไปใช้ระบบระดับ 2 ที่เรียบง่ายและมีต้นทุนต่ำกว่าแทน โดยแนวทางดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นกับ BMW เพียงรายเดียว เพราะทั้ง Stellantis และ Mercedes-Benz ต่างก็มีท่าทีในทิศทางใกล้เคียงกัน

BMW

BMW 7-Series รุ่นปัจจุบันกำลังเข้าสู่ช่วงปรับโฉมครั้งใหญ่ โดยจะมาพร้อมดีไซน์ใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิด Neue Klasse และคาดว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนเมษายนนี้ ภาพลักษณ์ภายนอกถูกคาดหวังว่าจะดูเฉียบคมและล้ำสมัยยิ่งขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่จะไม่ถูกสานต่อในรุ่นใหม่นี้คือระบบ Personal Pilot L3 ซึ่งเป็นระบบขับขี่อัตโนมัติแบบปล่อยมือและละสายตาจากถนนได้ในบางเงื่อนไข

ระบบดังกล่าวจะถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี Level 2 ใหม่ที่พัฒนาต่อยอดจากแพลตฟอร์ม Neue Klasse ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกใน iX3 เจเนอเรชันที่สอง เหตุผลสำคัญของการลดระดับเทคโนโลยีครั้งนี้คือเรื่องต้นทุน เนื่องจากระบบ Level 3 จำเป็นต้องใช้เซ็นเซอร์ LiDAR ที่มีความซับซ้อนและมีราคาสูง รวมถึงฮาร์ดแวร์ประมวลผลสมรรถนะสูง อีกทั้งยังต้องผ่านขั้นตอนการทดสอบ รับรองความปลอดภัย และการติดตามข้อมูลการใช้งานอย่างต่อเนื่องในระดับที่เข้มงวด ส่งผลให้ตัวเลือกระบบ L3 ใน 7-Series รุ่นปัจจุบันมีราคาสูงถึงประมาณ 6,000 ยูโร หรือราว 7,000 ดอลลาร์สหรัฐ

เมื่อ 7-Series รุ่นปี 2027 เปิดตัว ระบบ Level 2 ใหม่จะมีราคาประมาณ 1,450 ยูโร หรือราว 1,700 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือว่าลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะเป็นระบบระดับ 2 แต่ยังคงมาพร้อมฟังก์ชันช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ครบครัน ทั้งการขับขี่แบบปล่อยมือบนทางหลวง การนำทางแบบจุดหมายถึงจุดหมายในเขตเมืองผ่านระบบนำทางในตัว และระบบเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ เรียกได้ว่ายังตอบโจทย์การใช้งานจริงของผู้บริโภคส่วนใหญ่ โดยไม่ต้องแบกรับต้นทุนและความซับซ้อนของระบบระดับสูงกว่า

BMW

การเลือกใช้ Level 2 ยังช่วยให้ BMW หลีกเลี่ยงกระบวนการอนุมัติด้านกฎหมายที่ซับซ้อนในหลายประเทศ ทำให้สามารถทำตลาดได้รวดเร็วและครอบคลุมมากขึ้นเมื่อเทียบกับระบบ Level 3 ที่ต้องผ่านการรับรองเพิ่มเติมในแต่ละภูมิภาค

ด้าน Mercedes-Benz แม้จะเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรายแรกที่ได้รับการอนุมัติระบบขับขี่อัตโนมัติระดับ 3 อย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนธันวาคม 2021 แต่ก็ไม่ได้เร่งเดินหน้าขยายการใช้งาน L3 ในทุกรุ่น โดย CLA รุ่นใหม่จะมาพร้อมระบบ Level 2 Plus Plus ผ่านแพ็กเกจ MB.Drive Assist Pro ซึ่งจะเริ่มทำตลาดในจีนก่อน และตามด้วยสหรัฐอเมริกาในช่วงปลายปีนี้ ระบบดังกล่าวสามารถขับขี่อัตโนมัติได้ทั้งบนทางหลวงและในเขตเมือง และมีต้นทุนต่ำกว่าระบบ Level 3 อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ได้หมายความว่า Mercedes-Benz จะละทิ้งเป้าหมายด้านรถยนต์ไร้คนขับในระยะยาว เพราะมีรายงานว่า S-Class รุ่นใหม่ในอนาคตจะพัฒนาสู่ระบบ Level 4 ด้วยความร่วมมือด้านเทคโนโลยีกับ Nvidia

ในขณะเดียวกัน Stellantis ก็ได้ตัดสินใจยุติการพัฒนาระบบขับขี่อัตโนมัติระดับ 3 เมื่อปีที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่าต้นทุนสูงเกินไป มีความท้าทายทางเทคโนโลยีจำนวนมาก และยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับการยอมรับของผู้บริโภคในตลาดจริง

ทิศทางดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าการพัฒนาเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติไม่ได้มีเพียงการแข่งขันด้านความล้ำสมัยเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงต้นทุน ความคุ้มค่า และความพร้อมของตลาดควบคู่กันไปด้วย

ที่มา Carscoops

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com

5 เรื่องน่าสนใจ