BMW จัดหนักใส่แบตเตอรี่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาใน All-New BMW iX5 พร้อมเปิดเผยข้อมูลขุมพลังครบไลน์อัปทั้งเบนซิน ไฮบริด และไฮโดรเจน
- โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
- 16 มิ.ย. 69 13:28
- 1,002 อ่าน
ค่ายใบพัดสีฟ้า BMW เตรียมสร้างความสั่นสะเทือนให้ตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ระดับพรีเมียมอีกครั้ง ด้วยการเปิดเผยข้อมูลชุดแรกของ All-New BMW X5 และเวอร์ชันไฟฟ้าล้วนในชื่อ BMW iX5 เจเนอเรชันถัดไปที่เตรียมจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในปีนี้ โดยความน่าสนใจอยู่ที่การติดตั้งแบตเตอรี่ขนาดมหึมาที่ทุบสถิติใหญ่ที่สุดเท่าที่แบรนด์เคยผลิตมา พร้อมทางเลือกขุมพลังที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้รถทุกรูปแบบทั่วโลก

แม้ว่าก่อนหน้านี้ BMW จะเปิดตัว BMW iX3 เจเนอเรชันใหม่บนแพลตฟอร์มเฉพาะสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าอย่าง Neue Klasse ไปแล้ว แต่สำหรับพี่ใหญ่อย่าง BMW iX5 และ X5 รุ่นใหม่ จะยังคงพัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์ม CLAR เวอร์ชันปรับปรุงใหม่ ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่รองรับขุมพลังได้หลากหลายรูปแบบ (Multi-energy Platform) ทำให้ BMW สามารถวางจำหน่ายรถยนต์รุ่นนี้ได้ทั้งในรูปแบบเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ไฟฟ้าล้วน (BEV) และขุมพลังไฮโดรเจน (FCEV) ภายในตัวถังเดียวกัน
ไฮไลต์สำคัญที่กลายเป็นกระแสฮือฮาคือ ข้อมูลของเวอร์ชันไฟฟ้าล้วนอย่าง BMW iX5 60 xDrive ที่จะมาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุสุทธิสูงถึง 144 กิโลวัตต์ชั่วโมงสำหรับตลาดอเมริกาเหนือ และความจุ 141 กิโลวัตต์ชั่วโมงสำหรับตลาดเต็นยุโรป ซึ่งตัวเลขดังกล่าวส่งผลให้มันกลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ BMW เอาชนะคู่แข่งร่วมเซกเมนต์อย่าง Porsche Cayenne Electric ที่ใช้แบตเตอรี่ขนาด 113 กิโลวัตต์ชั่วโมงได้อย่างราบคาบ โดยตัวรถจะขับเคลื่อนด้วยระบบ eDrive เจเนอเรชันที่ 6 บนสถาปัตยกรรมแรงดันไฟฟ้า 800 โวลต์ รองรับการชาร์จกระแสตรงความเร็วสูงสูงสุดถึง 400 กิโลวัตต์ คาดว่าจะทำระยะทางขับขี่จริงได้มากกว่า 563 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง แม้ว่าตัวรถจะมีน้ำหนักพิกัดพุ่งไปแตะระดับ 3,000 กิโลกรัมก็ตาม

ทางด้านขุมพลังทางเลือกอื่นๆ ก็ได้รับการอัปเกรดประสิทธิภาพให้สูงขึ้นเช่นกัน โดยรุ่นเครื่องยนต์สันดาปพื้นฐานอย่าง BMW X5 40 xDrive เครื่องยนต์เบนซินขนาด 3.0 ลิตร ได้รับการปรับเพิ่มพละกำลังจากเดิม 375 แรงม้า ขึ้นมาอยู่ที่ 395 แรงม้า ส่วนรุ่นปลั๊กอินไฮบริด BMW X5 50e xDrive ยังคงรักษาความแรงไว้ที่ 483 แรงม้า ขณะที่รุ่นไฟฟ้าล้วนสมรรถนะสูงอย่าง BMW iX5 60 xDrive มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ จะปลดปล่อยกำลังรวมได้ถึง 570 แรงม้า ยิ่งไปกว่านั้น BMW ยังยืนยันการมาของเวอร์ชันไฮโดรเจนฟิวเซลในชื่อ BMW iX5 Hydrogen ในปี 2028 ซึ่งจะใช้ถังเก็บไฮโดรเจนทรงแบนแบบใหม่ที่ออกแบบมาให้จัดวางใต้ท้องรถได้อย่างแนบเนียนโดยไม่เสียพื้นที่ใช้สอย และสำหรับตลาดยุโรปจะยังคงมีเครื่องยนต์ดีเซลให้เลือกซื้อสำหรับกลุ่มลูกค้าที่ยังไม่พร้อมสำหรับพลังงานทางเลือกใหม่
งานออกแบบภายนอกและภายในของ BMW X5 และ iX5 โฉมใหม่ จะหยิบยืมภาษาดีไซน์ยุคใหม่มาจากตระกูล Neue Klasse โดดเด่นด้วยกระจังหน้าทรงไตคู่แบบเรียบเนียนไปกับพื้นผิวรถพร้อมไฟหน้าในตัว รองรับล้ออัลลอยขนาดใหญ่สะใจสูงสุดถึง 23 นิ้ว ช่วงล่างได้รับการอัปเกรดเป็นระบบถุงลมปรับระดับอัตโนมัติ (Adaptive Air Suspension) ทำงานร่วมกับระบบเลี้ยวสี่ล้อและระบบควบคุมการโคลงตัว ภายในห้องโดยสารล้ำสมัยด้วยพวงมาลัยแบบ 4 ก้าน และหน้าจออินโฟเทนเมนต์แบบ Panoramic iDrive และหน้าจอสัมผัสสไตล์แท็บเล็ต ซึ่งเป็นชุดจอรุ่นใหม่ล่าสุดที่จะถูกนำไปทยอยติดตั้งในรถยนต์ซีรีส์ระดับบนของค่ายในอนาคต
ที่มา Carscoops
ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com




