ผลวิจัยชี้รถยนต์ไฟฟ้าจีนราคาขายต่อร่วงเร็วกว่าค่าเฉลี่ยถึงสองเท่า

  • โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
  • 1 มิ.ย. 69 16:41
  • 1,004 อ่าน

ค่ายรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีนได้รุกคืบเข้าสู่ตลาดต่างประเทศอย่างดุเดือดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ด้วยกลยุทธ์การตั้งราคาที่จับต้องได้ง่าย อัดออปชันและสิ่งอำนวยความสะดวกมาให้แบบจัดเต็ม พร้อมข้อเสนอการผ่อนชำระรายเดือนที่ดึงดูดใจจนยากจะปฏิเสธ อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเริ่มมีสัญญาณเตือนที่ทำให้ผู้ซื้อต้องกลับมาทบทวนให้ดี เมื่อพบว่ารถยนต์ไฟฟ้าเหล่านั้นกำลังเผชิญกับปัญหาราคาขายต่อที่ลดลงอย่างรวดเร็วและน่าใจหายทันทีที่ขับออกจากโชว์รูม

ข้อมูลล่าสุดจากกลุ่มประเมินมูลค่ายานยนต์ DAT ในประเทศเยอรมนี เปิดเผยว่า รถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดจากแบรนด์จีน มีอัตราการเสื่อมราคาหรือราคาขายต่อร่วงลงเร็วกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมยานยนต์ถึงสองเท่า และมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวสร้างความปวดหัวให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่เจ้าของรถส่วนบุคคลที่ต้องเจอกับราคาตีเทิร์นที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน บริษัทผู้ผลิตที่ต้องแบกรับความเสี่ยงจากมูลค่ารถที่ขาดทุน ไปจนถึงบริษัทผู้ให้บริการเช่าซื้อรถยนต์ที่พบว่ารถที่ถูกส่งคืนหลังหมดสัญญา มีมูลค่าเหลืออยู่น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้เป็นอย่างมาก

สอดคล้องกับตัวเลขอ้างอิงจากสถาบัน Indicata ที่ระบุว่า รถยนต์ไฟฟ้าที่มีอายุการใช้งาน 3 ปีในตลาดบางแห่ง มีมูลค่าเหลืออยู่เพียงร้อยละ 38 ของราคาซื้อขายเริ่มต้นเท่านั้น เมื่อเทียบกับประเทศหลักในยุโรปอย่างเยอรมนี ฝรั่งเศส และสเปน ที่ยังคงรักษามาตรฐานอยู่ที่ร้อยละ 46 ในทางกลับกัน รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในที่เป็นน้ำมันล้วนในอายุเท่ากัน ยังสามารถคงมูลค่าขายต่อไว้ได้สูงถึงร้อยละ 45 และรถยนต์ระบบไฮบริดรักษาได้ดีที่สุดถึงร้อยละ 51

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาขายต่อของรถยนต์ไฟฟ้าจีนตกลงอย่างรวดเร็ว คือวงรอบการพัฒนาเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างฉับไว ค่ายรถยนต์จีนมักจะปล่อยรุ่นปรับปรุงโฉมหรืออัปเกรดระบบเทคโนโลยีใหม่ออกมาด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ ส่งผลให้รถยนต์ไฟฟ้าที่เคยล้ำสมัยในวันนี้ กลายเป็นรถที่ดูตกรุ่นและล้าหลังได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน ซึ่งแม้ว่าในแง่ของนวัตกรรมและการแข่งขันจะเป็นเรื่องที่ดีสำหรับผู้บริโภคยุคใหม่ แต่สำหรับในแง่ของการรักษาเสถียรภาพด้านมูลค่าขายต่อในตลาดรถมือสองแล้ว ถือเป็นเรื่องที่โหดร้ายและสร้างความเสียหายต่อกระเป๋าเงินของผู้เป็นเจ้าของอย่างมาก

ที่มา Carscoops

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com

5 เรื่องน่าสนใจ