ตลาดรถไฟฟ้าจีนยอดขายวูบหลังรัฐบาลเริ่มลดหย่อนภาษี ค่ายรถเตรียมส่งออกถล่มตลาดโลก
- โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
- 8 ก.ค. 69 13:28
- 1,010 อ่าน
แม้ว่าประเทศจีนจะยังคงครองตำแหน่งตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่สถานการณ์ล่าสุดกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ หลังจากยอดขายรถยนต์พลังงานใหม่ หรือ NEVs ซึ่งรวมถึงรถยนต์ไฟฟ้า 100% และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ปรับตัวลดลงถึง 13% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยข้อมูลจากสมาคมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลแห่งประเทศจีน ระบุว่าในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มียอดขายรวมอยู่ที่ 1.04 ล้านคัน ซึ่งดูเหมือนจะเป็นตัวเลขที่สูง แต่เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว กลับพบว่ายอดขายหดตัวลงอย่างเห็นได้ชัด

สภาวะตลาดที่ซบเซานี้เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นสภาพเศรษฐกิจของจีนที่ยังคงชะลอตัว พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เลือกจะชะลอการซื้อเพื่อรอดูสงครามราคา และปัจจัยสำคัญที่สุดคือการที่รัฐบาลปักกิ่งเริ่มลดระดับการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า โดยได้ปรับเปลี่ยนนโยบายเงินอุดหนุนและทยอยยกเลิกมาตรการยกเว้นภาษีการขาย นอกจากนี้ยังมีการยืนยันว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมปีหน้าเป็นต้นไป รัฐบาลจีนจะปรับลดเม็ดเงินช่วยเหลือด้านภาษีรถยนต์ประจำปีสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า รถยนต์ไฮบริด และรถยนต์พลังงานไฮโดรเจนลงอีก แม้ว่าเม็ดเงินส่วนนี้จะช่วยให้ผู้ซื้อประหยัดเงินได้เพียงเล็กน้อยต่อปี แต่ก็ส่งผลต่อจิตวิทยาของผู้บริโภคไม่น้อย
ความกดดันด้านยอดขายในประเทศที่ลดลง ยิ่งซ้ำเติมปัญหาด้านผลกำไรของค่ายรถยนต์จีน ปัจจุบันมีเพียงผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีนแค่ 3 รายเท่านั้นที่สามารถทำกำไรได้ในเวลานี้ ได้แก่ BYD, Xiaomi และ Leapmotor ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันวิเคราะห์ชั้นนำประเมินว่า อาจมีแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจีนอีกเพียงไม่กี่รายที่จะสามารถดำเนินธุรกิจจนถึงจุดคุ้มทุนได้ภายในปี 2030 ส่วนแบรนด์ที่อ่อนแอกว่านั้นอาจต้องเผชิญกับภาวะล้มละลายหรือถูกควบรวมกิจการโดยยักษ์ใหญ่รายอื่น
เมื่อการสร้างผลกำไรในบ้านตัวเองกลายเป็นเรื่องที่ยากลำบาก ค่ายรถยนต์จีนส่วนใหญ่จึงจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ ด้วยการเบนเข็มและทุ่มเททรัพยากรทั้งหมดไปที่การส่งออกรถยนต์ไปจำหน่ายยังต่างประเทศแทน โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า บรรดาแบรนด์รถยนต์จากจีนอาจปิดยอดส่งออกรถยนต์ทั่วโลกในปีนี้ได้สูงถึง 10 ล้านคัน ซึ่งคิดเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 41% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งนั่นหมายความว่าตลาดรถยนต์ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย กำลังจะได้เห็นการบุกตลาดอย่างดุเดือดของรถยนต์สัญชาติจีนในระลอกใหม่อย่างแน่นอน
ที่มา Carscoops
ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com




