ยอดขายรถไฟฟ้าในรัฐที่คาดไม่ถึงพุ่งแรง ขณะที่แคลิฟอร์เนียเริ่มสะดุดเป็นครั้งแรก
- โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
- 25 ม.ค. 69 17:01
- 1,006 อ่าน
หลังจากเป็นผู้นำการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้าของสหรัฐฯ มายาวนาน รัฐแคลิฟอร์เนียอาจกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อยอดขายรถ EV ในปี 2025 มีแนวโน้มลดลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ช่วงการระบาดของโควิด-19 ในขณะที่หลายรัฐซึ่งไม่เคยถูกมองว่าเป็นตลาดหลักของรถไฟฟ้ากลับมียอดเติบโตอย่างโดดเด่น

ข้อมูลจาก JATO Dynamics ระบุว่าในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2025 ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่มาตรการลดหย่อนภาษีรถไฟฟ้าของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ จะสิ้นสุดลง แคลิฟอร์เนียมียอดขายรถ EV ประมาณ 302,000 คัน ลดลง 1.4 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนให้เห็นว่าตลาดรถไฟฟ้าในรัฐนี้อาจเริ่มเข้าใกล้ภาวะอิ่มตัว
แม้ยังไม่มีตัวเลขไตรมาสสุดท้ายของปี แต่หลังจากสิทธิ์ลดหย่อนภาษีมูลค่า 7,500 ดอลลาร์ถูกยกเลิกไปเมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา ก็มีความเป็นไปได้สูงว่ายอดขายรวมทั้งปีจะลดลงมากกว่านี้ เว้นแต่ผู้บริโภคจะยอมจ่ายเงินเพิ่มโดยไม่ลังเล
อย่างไรก็ตาม แคลิฟอร์เนียยังคงเป็นรัฐที่มีสัดส่วนรถไฟฟ้าสูงที่สุดในประเทศ โดย EV คิดเป็น 21 เปอร์เซ็นต์ของยอดขายรถใหม่ทั้งหมด สูงกว่ารัฐและเขตอื่น ๆ เช่น วอชิงตัน ดี.ซี. ที่ 19 เปอร์เซ็นต์ โคโลราโด 19 เปอร์เซ็นต์ วอชิงตัน 17 เปอร์เซ็นต์ เนวาดา 16 เปอร์เซ็นต์ และโอเรกอน 13 เปอร์เซ็นต์
หลายรัฐที่เข้าร่วมโครงการ Zero Emission Vehicle หรือ ZEV กลับมียอดขายเติบโตอย่างชัดเจนในปีที่ผ่านมา นิวยอร์กมียอดขายรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 21.1 เปอร์เซ็นต์ในช่วงสามไตรมาสแรก ขณะที่โคโลราโดเติบโตถึง 30.1 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉลี่ยแล้วรถ EV คิดเป็น 13 เปอร์เซ็นต์ของยอดขายรถใหม่ในรัฐ ZEV เทียบกับเพียง 6 เปอร์เซ็นต์ในรัฐที่ไม่เข้าร่วมโครงการ ส่งผลให้ค่าเฉลี่ยทั้งประเทศอยู่ที่ประมาณ 8 เปอร์เซ็นต์
ที่น่าสนใจคือ การเติบโตของรถไฟฟ้าไม่ได้จำกัดอยู่แค่รัฐที่มีนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมเข้มข้นเท่านั้น หลายรัฐนอกกลุ่ม ZEV มียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะฟลอริดา ซึ่งมียอดขายรถ EV เพิ่มขึ้นถึง 33 เปอร์เซ็นต์ในช่วงเดือนมกราคมถึงกันยายน 2025 รวม 109,000 คัน คิดเป็น 9 เปอร์เซ็นต์ของยอดขายรถใหม่ทั้งหมดในรัฐ

การเติบโตของฟลอริดาถือว่าน่าจับตามอง เพราะเกิดขึ้นโดยไม่มีข้อบังคับด้าน ZEV หรือแรงจูงใจจากรัฐในระดับสูง ในรัฐที่มีแนวคิดทางการเมืองแบบอนุรักษนิยมและไม่ได้ให้ความสำคัญกับนโยบายสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ปรากฏการณ์นี้สะท้อนว่าความต้องการของผู้บริโภคเริ่มมีบทบาทมากกว่านโยบายภาครัฐ
รัฐเท็กซัสตามมาเป็นอันดับถัดไป ด้วยการเติบโต 16.7 เปอร์เซ็นต์ มียอดขาย 77,000 คัน ขณะที่อิลลินอยส์เพิ่มขึ้น 36.2 เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ 32,000 คัน จอร์เจียเติบโต 23.3 เปอร์เซ็นต์ เป็น 28,000 คัน ส่วนรัฐมิชิแกนโดดเด่นที่สุดในแง่อัตราการเติบโต โดยพุ่งสูงถึง 90.7 เปอร์เซ็นต์ ด้วยยอดขาย 31,000 คัน
ผู้เชี่ยวชาญจาก JATO Dynamics ระบุว่า การขยายตัวอย่างรวดเร็วของรถไฟฟ้าในรัฐอย่างมิชิแกน เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าตลาดในรัฐนอกกลุ่ม ZEV มีศักยภาพสูง โดยเฉพาะสำหรับแบรนด์รถยนต์ในประเทศ ซึ่งผู้บริโภคมีความคุ้นเคยอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญของการใช้งานรถไฟฟ้าในรัฐเหล่านี้ยังคงเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านสถานีชาร์จ ปัจจุบันรัฐ ZEV มีสถานีชาร์จสาธารณะประมาณ 1 จุดต่อประชากร 880 คน ขณะที่รัฐนอกกลุ่ม ZEV มีเพียง 1 จุดต่อประชากรกว่า 2,200 คน สะท้อนช่องว่างด้านการรองรับการใช้งานรถ EV ที่ยังต้องได้รับการแก้ไข
ที่มา Carscoops
ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com




