แรงงานเคนทักกีเดือด หลัง Ford ยกเลิกโรงงานแบตเตอรี่ EV กระทบ 1,600 ชีวิต

  • โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
  • 17 ก.พ. 69 14:42
  • 1,006 อ่าน

แรงงานในรัฐเคนทักกี สหรัฐอเมริกา กำลังเผชิญความไม่พอใจอย่างหนัก หลัง Ford Motor Company ประกาศยกเลิกความร่วมมือมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์กับ SK On เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทั้งที่โรงงานเพิ่งเริ่มผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าได้เพียง 4 เดือน ส่งผลให้พนักงานราว 1,600 คนต้องตกงานทันที

การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในสหรัฐที่ชะลอตัว ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการยกเลิกเครดิตภาษีรถ EV ของรัฐบาลกลาง ซึ่งเดิมมีมูลค่าสูงสุดถึง 7,500 ดอลลาร์ต่อคัน มาตรการนี้เคยเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ผลักดันให้ผู้บริโภคจำนวนมากหันมาซื้อรถไฟฟ้า แม้จะมีเสียงวิจารณ์ว่าเป็นการอุดหนุนตลาดเกินความจำเป็นก็ตาม

เมื่อความต้องการ EV ลดลง ประกอบกับการผ่อนคลายมาตรฐานประหยัดน้ำมัน CAFE ทำให้ Ford ยอมรับว่าสภาพแวดล้อมทางธุรกิจเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ และจำเป็นต้องทบทวนแผนลงทุนด้านรถไฟฟ้าหลายโครงการ บริษัทระบุว่า กำลังประเมินตลาดตามความเป็นจริงในปัจจุบัน ไม่ใช่ตามการคาดการณ์เมื่อ 5 ปีก่อน

ด้านผู้ว่าการรัฐเคนทักกีจากพรรคเดโมแครตชี้ชัดว่า การสูญเสียงาน 1,600 ตำแหน่งเป็นผลโดยตรงจากนโยบายของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ผลักดันกฎหมายยกเลิกเครดิตภาษี EV อย่างไรก็ตาม คนงานบางส่วนมองต่างออกไป

โจ มอร์แกน อดีตพนักงานที่ลาออกจากงานเดิมกว่า 24 ปีเพื่อเข้าทำงานในโรงงานแห่งนี้ เชื่อว่าการยกเลิกเครดิตภาษีมีส่วนทำให้ยอดขาย EV ลดลง แต่ยังมองว่า Ford เองตัดสินใจพลาด โดยเฉพาะการผลักดันรถกระบะไฟฟ้าอย่าง Ford F-150 Lightning ในช่วงเวลาที่ตลาดยังไม่พร้อมเต็มที่

อีกด้านหนึ่ง เดเรก โดเฮอร์ตี ซึ่งมองว่างานในโรงงานแบตเตอรี่เป็นโอกาสสำคัญในชีวิต หลังเคยเผชิญภาวะไร้บ้าน เห็นว่าบริษัทควรรับผิดชอบต่อการตัดสินใจเชิงธุรกิจมากกว่าการโทษนโยบายรัฐ โดยให้เหตุผลว่า ไม่ว่านโยบายจะเป็นอย่างไร สุดท้ายบริษัทคือผู้ตัดสินใจลงทุนและกำหนดทิศทางเอง

แม้โครงการผลิตแบตเตอรี่ EV จะยุติลง แต่โรงงานจะไม่ปิดตัวถาวร โดยจะอยู่ภายใต้การบริหารของ Ford เต็มรูปแบบ และปรับสายการผลิตไปสู่ระบบกักเก็บพลังงานแทน คาดว่าจะจ้างงานราว 2,100 ตำแหน่ง ซึ่งยังต่ำกว่าตัวเลข 5,000 ตำแหน่งที่เคยคาดการณ์ไว้เมื่อเริ่มโครงการผลิตแบตเตอรี่ EV

กรณีนี้สะท้อนความผันผวนของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในสหรัฐ ที่ต้องเผชิญทั้งแรงกดดันด้านนโยบาย เศรษฐกิจ และความต้องการตลาดที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว พร้อมตั้งคำถามถึงทิศทางการลงทุนระยะยาวของผู้ผลิตรายใหญ่ในยุคเปลี่ยนผ่านพลังงาน

ที่มา Carscoops

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com

5 เรื่องน่าสนใจ