ฟอร์ดเปลี่ยนใจ เตรียมส่งเครื่องยนต์สันดาปกลับคืนสู่ทัพรถต้นแบบสมรรถนะสูง หลังปรับลดเป้าหมายยานยนต์ไฟฟ้า

  • โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
  • 14 มิ.ย. 69 10:18
  • 1,002 อ่าน

ฟอร์ด (Ford) ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่สัญชาติอเมริกัน ประกาศปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ครั้งสำคัญ โดยการยกเลิกข้อบังคับเดิมที่กำหนดให้รถยนต์ต้นแบบสำหรับจัดแสดงเทคโนโลยี หรือ รถสาธิตสมรรถนะสูง (Demonstrators) ต้องเป็นระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% เท่านั้น พร้อมเปิดทางให้รถยนต์ต้นแบบสุดบ้าพลังในอนาคต สามารถกลับมาใช้งานเครื่องยนต์สันดาปภายในรวมถึงระบบไฮบริดได้อีกครั้ง ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ฟอร์ดได้ปรับลดเป้าหมายการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าลง และต้องยอมแบกรับตัวเลขขาดทุนในส่วนของธุรกิจอีวีไปเป็นมูลค่ามหาศาล

Ford

ย้อนกลับไปในช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ฟอร์ดได้เริ่มต้นโครงการสร้างรถยนต์ต้นแบบสมรรถนะสูงเพื่อพิสูจน์ให้โลกเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าก็มีความน่าตื่นตาตื่นใจได้ ไม่ว่าจะเป็น มัสแตง คอบรา เจ็ต 1400 (Mustang Cobra Jet 1400), มัสแตง มาค-อี ตัวแข่งรายการนาสคาร์และพรากส์พีก, กระบะไฟฟ้า เอฟ-150 ไลท์นิง ซูเปอร์ทรัค (F-150 Lightning SuperTruck), ซูเปอร์แวน 4.2 (SuperVan 4.2) รวมถึง เอฟ-150 ไลท์นิง สวิตช์เกียร์ (F-150 Lightning Switchgear) ทว่าล่าสุด มาร์ก รัชบรูค ผู้อำนวยการฝ่ายมอเตอร์สปอร์ตของฟอร์ด เรซซิ่ง ได้เปิดเผยกับสื่อไอทีชั้นนำอย่าง ออโต้คาร์ ว่า ฟอร์ดยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์รถยนต์ต้นแบบระดับไฮเอนด์เหล่านี้ต่อไป แต่จะไม่จำกัดตัวเองอยู่แค่พลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวอีกแล้ว เพราะในอนาคตฟอร์ดยังมีรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปอีกมากมายที่กำลังจะเปิดตัว

การตัดสินใจในครั้งนี้ยังได้รับอานิสงส์สำคัญจากการที่ฟอร์ดได้เข้าไปเป็นพันธมิตรกับทีมแข่งรถสูตรหนึ่ง เรดบูล เรซซิ่ง (Red Bull Racing) ในการแข่งขันฟอร์มูลาวัน ซึ่งทำให้ฟอร์ดได้รับองค์ความรู้และเทคโนโลยีขั้นสูงเกี่ยวกับระบบขับเคลื่อนแบบไฮบริด โดยการผสมผสานประสบการณ์ที่ฟอร์ดได้รับจากการพัฒนาซูเปอร์คาร์ไฟฟ้าเข้ากับความเชี่ยวชาญด้านเครื่องยนต์สมรรถนะสูงที่มีมานานหลายทศวรรษ จะกลายเป็นสูตรสำเร็จในการสร้างสรรค์รถยนต์ต้นแบบรุ่นใหม่ ๆ ที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าเดิม

Ford

นอกจากนี้ ผู้อำนวยการฝ่ายมอเตอร์สปอร์ตยังได้ตอบคำถามถึงสาเหตุที่ฟอร์ดเลือกที่จะสร้างรถยนต์ต้นแบบของตัวเอง แทนที่จะเข้าร่วมการแข่งขันระดับโลกอย่าง ฟอร์มูลา อี (Formula E) โดยเขาชี้แจงว่า ทางบริษัทรู้สึกว่าการแข่งขันรถยนต์ไฟฟ้าที่มีอยู่ในปัจจุบันยังไม่ตอบโจทย์ของแบรนด์ เนื่องจากการแข่งขันอย่าง ฟอร์มูลา อี มีกฎระเบียบและข้อบังคับที่จำกัดความคิดสร้างสรรค์ค่อนข้างมาก แต่การสร้างรถยนต์ต้นแบบขึ้นมาเองช่วยให้ทีมวิศวกรมีอิสระในการเรียนรู้และพัฒนาเทคโนโลยีได้อย่างไร้ขีดจำกัดบนผืนผ้าใบที่ว่างเปล่า ไม่ว่าฟอร์ดอยากจะจับรถตู้ทรานสิต, กระบะเอฟ-150, มัสแตง มาค-อี หรือแม้กระทั่ง มัสแตง ตัวถังคูเป้ มาโมดิฟายให้สุดขั้วแค่ไหนก็สามารถทำได้ทันทีโดยไม่ต้องกังวลเรื่องกฎเกณฑ์การแข่งขัน

ที่มา Carscoops

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com

5 เรื่องน่าสนใจ