Formula E Gen4 เปิดตัวแล้ว รถแข่งไฟฟ้า 800 แรงม้า AWD เต็มระบบ เร็วสุด 335 กม./ชม. แรงสุดในประวัติศาสตร์

  • โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
  • 22 เม.ย. 69 13:29
  • 1,004 อ่าน

Formula E เปิดตัวรถแข่งเจเนอเรชันใหม่ “Gen4” อย่างเป็นทางการ เตรียมลงแข่งขันฤดูกาล 2026/27 โดยยกระดับทั้งความแรง เทคโนโลยี และความเร็ว จนถูกยกให้เป็นรถแข่งไฟฟ้าที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมา

Formula E Gen4

หัวใจสำคัญของ Gen4 คือกำลังสูงสุดถึง 600 kW หรือราว 816 แรงม้า ในโหมด Attack Mode และ Qualifying ขณะที่โหมดแข่งขันปกติยังแรงถึง 450 kW เพิ่มขึ้นกว่า 50% จากรุ่นเดิม 

อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญคือการใช้ “ขับเคลื่อนสี่ล้อแบบถาวร” (AWD) เป็นครั้งแรก ทำให้การยึดเกาะและการออกตัวดีขึ้นอย่างมาก เมื่อเทียบกับ Gen3 ที่ใช้ AWD เฉพาะบางช่วง

ด้านสมรรถนะ ตัวรถทำความเร็วสูงสุดได้ราว 335 กม./ชม. และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เพียงประมาณ 1.8 วินาที ซึ่งเข้าใกล้ระดับรถ Formula 1 มากขึ้นอย่างชัดเจน

แบตเตอรี่ถูกอัปเกรดเป็นขนาด 55 kWh พร้อมระบบ regenerative braking สูงสุดถึง 700 kW ซึ่งสามารถคืนพลังงานกลับมาได้ถึงราว 40% ระหว่างการแข่งขัน ช่วยเพิ่มกลยุทธ์และความต่อเนื่องของเรซ 

Formula E Gen4

นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาแอโรไดนามิกใหม่ รองรับ 2 รูปแบบ ทั้งโหมดดาวน์ฟอร์ซสูงสำหรับการแข่งขัน และโหมดแรงต้านต่ำสำหรับความเร็วสูงในรอบควอลิฟาย

ตัวรถยังเน้นความยั่งยืนมากขึ้น โดยใช้วัสดุรีไซเคิลอย่างน้อย 20% และสามารถรีไซเคิลได้ 100% ตามแนวทางของมอเตอร์สปอร์ตยุคใหม่ 

Gen4 จะถูกใช้แข่งขันต่อเนื่องหลายฤดูกาล และเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตรถยนต์อย่าง Porsche, Nissan, Jaguar และ Stellantis เข้ามาพัฒนาเพาเวอร์เทรนเพิ่มเติม เพื่อดันขีดจำกัดของ EV ในสนามแข่งให้สูงขึ้นอีกขั้น 

ภาพรวม Gen4 ไม่ใช่แค่ “รถใหม่” แต่เป็นก้าวกระโดดของ Formula E ที่ต้องการพิสูจน์ว่า รถไฟฟ้าสามารถเร็ว แรง และเร้าใจได้ไม่แพ้มอเตอร์สปอร์ตแบบดั้งเดิม

สรุปประเด็นสำคัญ

  • Formula E เปิดตัวรถแข่ง Gen4 สำหรับฤดูกาล 2026/27

  • กำลังสูงสุด 600 kW (816 แรงม้า)

  • โหมดแข่งปกติ 450 kW เพิ่มขึ้นกว่า 50%

  • ใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ AWD ตลอดเวลา

  • ความเร็วสูงสุดราว 335 กม./ชม.

  • 0-100 กม./ชม. ประมาณ 1.8 วินาที

  • แบตเตอรี่ 55 kWh พร้อม regen สูงสุด 700 kW

  • ใช้วัสดุรีไซเคิล และเน้นความยั่งยืน

ที่มา Carscoops

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com

5 เรื่องน่าสนใจ