GM และ Honda แยกทางพัฒนาเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน ส่งผล CR-V e:FCEV เสี่ยงยุติบทบาทในตลาด
- โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
- 21 ม.ค. 69 14:29
- 1,062 อ่าน
ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนระหว่าง General Motors และ Honda กำลังเดินทางมาถึงจุดสิ้นสุด หลังทั้งสองค่ายตัดสินใจยุติการผลิตที่โรงงานร่วม Fuel Cell System Manufacturing (FCSM) ซึ่งอาจส่งผลโดยตรงต่ออนาคตของ Honda CR-V e:FCEV รถครอสโอเวอร์พลังไฮโดรเจนรุ่นเดียวของแบรนด์ในปัจจุบัน

ย้อนกลับไปในช่วงปลายปีที่ผ่านมา GM ได้ประกาศยุติการพัฒนาเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนเจเนอเรชันใหม่ภายใต้แบรนด์ Hydrotec โดยยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าเส้นทางสู่การทำธุรกิจไฮโดรเจนให้ยั่งยืนนั้นยาวไกลและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ปัจจัยหลักมาจากต้นทุนที่สูงและโครงสร้างพื้นฐานด้านสถานีเติมไฮโดรเจนที่ยังจำกัดอย่างมาก เมื่อเทียบกับรถไฟฟ้า โดยในสหรัฐอเมริกามีจุดชาร์จ EV ระดับ Level 2 ขึ้นไปมากกว่า 250,000 แห่ง ขณะที่สถานีไฮโดรเจนมีเพียง 61 แห่งเท่านั้น
ล่าสุด Honda ได้ยืนยันว่าจะยุติการผลิตที่โรงงาน FCSM ซึ่งเป็นกิจการร่วมค้ากับ GM โดยสายการผลิตจะหยุดลงภายในสิ้นปีนี้ หลังจากทั้งสองฝ่ายมีการหารือกันอย่างต่อเนื่องและตัดสินใจร่วมกันยุติธุรกิจการผลิตระบบเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน แม้ Honda จะไม่เปิดเผยรายละเอียดเชิงลึก แต่ระบุชัดว่าการตัดสินใจดังกล่าวเกิดจากการประเมินทิศทางธุรกิจในระยะยาว
โรงงาน FCSM ตั้งอยู่ที่เมืองบราวน์สทาวน์ รัฐมิชิแกน เริ่มเดินสายการผลิตเชิงพาณิชย์ในเดือนมกราคม ปี 2024 และใช้เงินลงทุนรวมประมาณ 85 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การยุติการผลิตหลังจากเปิดดำเนินการได้เพียงราว 2 ปี สะท้อนถึงความท้าทายของตลาดรถไฮโดรเจนอย่างชัดเจน และมีแนวโน้มสูงว่าจะกระทบโดยตรงต่อ Honda CR-V e:FCEV

Honda CR-V e:FCEV เปิดตัวในปี 2024 และวางจำหน่ายในรูปแบบสัญญาเช่าเฉพาะรัฐแคลิฟอร์เนีย รถรุ่นนี้มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 17.7 กิโลวัตต์ชั่วโมง ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าด้านหน้า และถังไฮโดรเจนน้ำหนัก 9.5 ปอนด์ ให้กำลังสูงสุด 174 แรงม้า และมีระยะทางวิ่งตามมาตรฐาน EPA ที่ประมาณ 270 ไมล์ หรือราว 435 กิโลเมตร
แม้ GM จะลดบทบาทในเทคโนโลยีไฮโดรเจนลงอย่างชัดเจน แต่ Honda ยืนยันว่าจะไม่ละทิ้งแนวทางนี้ โดยบริษัทได้พัฒนาระบบเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนเจเนอเรชันใหม่ด้วยตนเอง และตั้งเป้าใช้เทคโนโลยีดังกล่าวเป็นหนึ่งในแกนหลักทางธุรกิจใหม่ เพื่อขยายโอกาสในตลาดพลังงานไฮโดรเจนในอนาคต อย่างไรก็ตาม การแยกทางกับ GM ในครั้งนี้ ทำให้อนาคตของ CR-V e:FCEV ยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และอาจกลายเป็นหนึ่งในเหยื่อของการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยียานยนต์ครั้งใหญ่
ที่มา Carscoops
ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com




