ปรับโฉมใหม่รถขายดีอันดับหนึ่ง Honda N-Box รุ่นปรับโฉมปี 2026 เพิ่มความหล่อเข้มสไตล์สปอร์ตพรีเมียมและรุ่นสายลุยออฟโรด
- โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
- 19 มิ.ย. 69 16:07
- 1,002 อ่าน
ฮอนด้า ประเทศญี่ปุ่น เผยข้อมูลแรกของรถยนต์เคย์คาร์ขวัญใจมหาชนอย่าง ฮอนด้า เอ็นบ็อกซ์ รุ่นปรับโฉมใหม่ ไมเนอร์เชนจ์ ซึ่งเป็นการอัปเกรดครั้งสำคัญหลังจากที่เจเนอเรชันที่สามเปิดตัวทำตลาดมาได้สามปี โดยรถยนต์รูปทรงกล่องขนาดเล็กรุ่นนี้ถือเป็นรถยนต์ที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดเป็นอันดับหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น ชนะรถยนต์ทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นรถกระบะหรือรถเอสยูวี สำหรับการปรับโฉมในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การปรับดีไซน์หน้าตาของรุ่น คัสตอม ให้มีความสปอร์ตดุดันยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มชุดแต่งแบล็กสไตล์ให้กับรุ่นสายลุยอย่าง จอย และยกระดับอุปกรณ์มาตรฐานภายในห้องโดยสารให้ตอบโจทย์การใช้งานได้ดียิ่งขึ้น

รูปลักษณ์ภายนอกของรุ่นมาตรฐานยังคงใช้โครงสร้างตัวถังเดิมที่เรียบง่ายแต่แฝงด้วยความล้ำสมัย ทว่าในรุ่นท็อปสายสปอร์ตพรีเมียมอย่าง เอ็นบ็อกซ์ คัสตอม ได้รับการเปลี่ยนกันชนหน้าดีไซน์ใหม่ทั้งหมดเพื่อเพิ่มความน่าเกรงขามและดูภูมิฐานเวลากระจังหน้ามีขนาดเรียวบางลงพร้อมตกแต่งด้วยชิ้นงานสีเมทัลลิกที่เชื่อมต่อเข้ากับช่องดักอากาศของกันชนหน้าและชุดไฟหน้าแอลอีดีทรงเหลี่ยมได้อย่างลงตัว ขณะที่แถบไฟแอลอีดียาวลากเชื่อมฝั่งซ้ายขวายังคงอยู่ แต่มีการปรับรายละเอียดขอบไฟหน้าด้านนอกเพื่อให้รับกับกระจังหน้าชุดใหม่ สำหรับผู้ที่ชอบความเข้มข้นขึ้นไปอีกขั้นในรุ่น คัสตอม คอร์ดิเนต สไตล์ จะได้รับการเปลี่ยนชิ้นส่วนโครเมียมรอบคันให้เป็นโครเมียมรมดำสุดสปอร์ต
ส่วนทางด้านรุ่นสายลุยสำหรับคนชอบทำกิจกรรมกลางแจ้งอย่าง เอ็นบ็อกซ์ จอย ก็ได้รับการปรับปรุงเช่นกัน โดยมีการติดตั้งชุดแต่ง แอ็กทีฟ เฟซ แพ็กเกจ ที่มาพร้อมตัวอักษรแบรนด์ฮอนด้าบนกระจังหน้าให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในหลายรุ่นย่อย และติดตั้งไฟตัดหมอกหน้ามาให้ครบทุกรุ่นตามคำเรียกร้องของลูกค้า นอกจากนี้ยังมีทางเลือกใหม่เอาใจสายดาร์กกับชุดแต่งพิเศษ แบล็กสไตล์ ที่จะเปลี่ยนขอบไฟหน้าและโลโก้รอบคันให้เป็นสีดำสนิท เพิ่มความดุดันให้กับตัวรถได้อย่างยอดเยี่ยม ขณะที่รุ่นแฟชั่นสไตล์เอาใจสายหวานด้วยการเพิ่มออปชันหลังคาสีขาวตัดกับสีตัวถัง พร้อมกระจกมองข้างและมือจับประตูสีขาวเข้าชุดกัน

ภายในห้องโดยสารของรุ่น คัสตอม ได้รับการเพิ่มความหรูหราด้วยการตกแต่งด้วยชิ้นงานโครเมียมและสีดำเปียโนแบล็ก พร้อมติดตั้งไฟส่องสว่างแบบแอลอีดีและไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสารโทนสีน้ำเงินไนท์บลู ส่วนรุ่น จอย แบล็กสไตล์ จะตกแต่งภายในด้วยโทนสีดำเปียโนแบล็กและเบาะนั่งรวมถึงพื้นห้องสัมภาระลายตารางหมากรุกสีดำ ยิ่งไปกว่านั้น ฮอนด้า ยังได้เพิ่มความสะดวกสบายให้รถทุกรุ่นในตระกูลเอ็นบ็อกซ์ ด้วยการติดตั้งช่องชาร์จไฟแบบยูเอสบีบริเวณคอนโซลกลาง และเพิ่มช่องเก็บของหลังเบาะนั่งคู่หน้า รวมถึงการติดตั้งหน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาด 9 นิ้วพร้อมระบบนำทางและระบบจ่ายค่าผ่านทางอัตโนมัติมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรุ่นย่อยที่หลากหลายขึ้น

ทางด้านขุมพลังและระบบส่งกำลังยังคงเลือกใช้งานเครื่องยนต์บล็อกเดิมตามมาตรฐานรถยนต์เคย์คาร์ของญี่ปุ่น ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ ขนาด 660 ซีซี โดยมีให้เลือกทั้งแบบไม่มีเทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 58 แรงม้า และแบบพ่วงเทอร์โบชาร์จ ให้กำลังสูงสุด 63 แรงม้า ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติซีวีทีทั้งหมด โดยไม่มีตัวเลือกเกียร์ธรรมดา แต่ลูกค้าสามารถเลือกสเปกระบบขับเคลื่อนได้ทั้งแบบขับเคลื่อนสองล้อหน้า หรือระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ เพื่อความมั่นใจในการเดินทาง
บีเอ็มดับเบิลยูและค่ายรถต่าง ๆ กำลังเร่งเปิดตัวรถรุ่นใหม่ ทว่าฮอนด้าเตรียมส่ง เอ็นบ็อกซ์ รุ่นปรับโฉมใหม่นี้ลุยตลาดญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคมปี 2026 โดยจะเริ่มเปิดรับจองล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป ซึ่งคาดว่าราคาจำหน่ายจะใกล้เคียงกับรุ่นปัจจุบันที่อยู่ระหว่าง 1,739,100 ถึง 2,475,000 เยน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 3.8 ถึง 5.4 แสนบาท (ไม่รวมภาษีนำเข้า) โดยจะลงชิงส่วนแบ่งทางการตลาดกับคู่แข่งรายสำคัญอย่าง ซูซูกิ สเปเซีย, ไดฮัทสุ ตันโตะ และมิตซูบิชิ เดลิกา มินิ
ที่มา Carscoops
ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com




