Mercedes-Benz VLE รถตู้ไฟฟ้าหรูระดับ “แกรนด์ลิมูซีน” เตรียมบุกอเมริกา

  • โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
  • 11 มี.ค. 69 18:13
  • 1,004 อ่าน

Mercedes-Benz เปิดตัวรถตู้ไฟฟ้ารุ่นใหม่ภายใต้ชื่อ VLE รุ่นปี 2028 ซึ่งแบรนด์ระบุว่าเป็น “Grand Limousine” หรือรถลิมูซีนขนาดใหญ่ในรูปแบบใหม่ แม้คำอธิบายดังกล่าวจะดูเป็นภาษาการตลาด แต่ในความเป็นจริง VLE ก็คือมินิแวนไฟฟ้าระดับหรูที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับทั้งครอบครัว นักธุรกิจ หรือผู้โดยสารที่ต้องการความสะดวกสบายขั้นสูง โดยมีแผนเริ่มทำตลาดในสหรัฐอเมริกาภายในปี 2027

Mercedes-Benz VLE

ดีไซน์ภายนอกของ Mercedes-Benz VLE ถูกออกแบบให้ดูทันสมัยและพรีเมียม ด้านหน้ามาพร้อมกระจังหน้าขนาดใหญ่ที่สามารถเลือกติดตั้งขอบเรืองแสงได้ เสริมด้วยชุดไฟหน้าดีไซน์แบบ Starry Lighting ที่สื่อถึงเอกลักษณ์ของแบรนด์ รวมถึงฝากระโปรงหน้าที่มี Power Dome และตราสัญลักษณ์สามแฉกแบบตั้งบนฝากระโปรง

ลูกค้ายังสามารถเลือกติดตั้งแพ็กเกจ AMG เพื่อเพิ่มความสปอร์ตให้กับตัวรถ ซึ่งจะมาพร้อมกันชนหน้าดีไซน์ใหม่ และกระจังหน้าที่มีโลโก้ดาวสามแฉกอยู่ตรงกลาง

เมื่อมองจากด้านข้าง ตัวรถมาพร้อมเส้นสายตัวถังที่ลื่นไหล มือจับประตูแบบฝังเรียบกับตัวถัง และประตูสไลด์ไฟฟ้าที่มาพร้อมกระจกซึ่งสามารถเลื่อนลงได้เต็มรูปแบบ นอกจากนี้ยังออกแบบกระจกโดยรอบให้มีขนาดใหญ่เพื่อเพิ่มความโปร่งโล่งภายในห้องโดยสาร

Mercedes-Benz VLE

ล้อมีให้เลือกตั้งแต่ขนาด 19 ถึง 22 นิ้ว โดยตัวรถยังมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศต่ำเพียง 0.25 ด้านท้ายโดดเด่นด้วยไฟท้ายทรงโค้งที่เชื่อมต่อเข้ากับสปอยเลอร์ด้านบน พร้อมกระจกท้ายที่สามารถเปิดแยกได้ รวมถึงช่องชาร์จไฟที่เปิดลงด้านล่างซึ่งเป็นดีไซน์ที่ค่อนข้างแปลกตา

ในด้านขนาดตัวถัง Mercedes-Benz VLE ถือว่าใหญ่พอสมควร โดยมีความยาว 5,309 มิลลิเมตร กว้าง 1,999 มิลลิเมตร และสูง 1,943 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 3,342 มิลลิเมตร และยังมีเวอร์ชันฐานล้อยาวที่จะเปิดตัวในภายหลัง โดยจะมีความยาวรวม 5,484 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 3,517 มิลลิเมตร

Mercedes-Benz VLE

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น ขนาดตัวถังของ VLE อยู่ในระดับใกล้เคียงกับรถ SUV ขนาดใหญ่ อย่าง Cadillac Escalade ที่มีความยาว 5,382 มิลลิเมตร ขณะที่มินิแวนอย่าง Chrysler Pacifica มีความยาวประมาณ 5,189 มิลลิเมตร

ภายในห้องโดยสารถูกออกแบบให้หรูหราและเต็มไปด้วยเทคโนโลยี โดยมีตัวเลือกหน้าจอ MBUX Superscreen ซึ่งประกอบด้วยมาตรวัดดิจิทัลขนาด 10.25 นิ้ว หน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาด 14 นิ้ว และหน้าจอสำหรับผู้โดยสารด้านหน้าขนาด 14 นิ้ว

สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง สามารถติดตั้งระบบความบันเทิงที่มาพร้อมหน้าจอพาโนรามาขนาดใหญ่ถึง 31.3 นิ้ว ซึ่งจะพับเก็บอยู่ในเพดานและกางลงมาเมื่อต้องการใช้งาน หน้าจอดังกล่าวมีความละเอียดระดับ 8K รองรับการแบ่งหน้าจอ และยังมีกล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซลสำหรับการใช้งานร่วมกับซอฟต์แวร์ประชุมออนไลน์

Mercedes-Benz VLE

Mercedes-Benz VLE จะมีตัวเลือกที่นั่งตั้งแต่ 6 ถึง 8 ที่นั่ง โดยสามารถเลือกได้ทั้งเบาะ Captain Seat ในแถวที่สองและสาม หรือแบบผสมกับเบาะแถวหลังแบบเบนช์ซีต จุดเด่นสำคัญคือเบาะแบบปรับมือที่ติดตั้งล้อขนาดเล็กถึง 4 จุด ทำให้สามารถเคลื่อนย้ายเข้าออกจากตัวรถได้อย่างง่ายดาย

สำหรับรุ่นระดับสูงจะมาพร้อมเบาะไฟฟ้าที่สามารถปรับตำแหน่งผ่านหน้าจออินโฟเทนเมนต์หรือแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน โดย Mercedes ระบุว่าการปรับตำแหน่งเบาะนั้น “ลื่นไหลราวกับการออกแบบท่าเต้นบัลเลต์”

นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกเบาะ Premium Comfort และ Grand Comfort โดยรุ่น Grand Comfort ถูกออกแบบให้เทียบเท่าที่นั่งในเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว มาพร้อมที่พักเท้า ระบบรองรับแผ่นหลัง ระบบนวด หมอนรองศีรษะ และแท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย

ในด้านระบบขับเคลื่อน Mercedes เปิดเผยรายละเอียดบางส่วน โดยรุ่นแรกที่จะเปิดตัวคือ VLE 300 ซึ่งมาพร้อมแบตเตอรี่ NMC ขนาด 115 kWh และมอเตอร์ไฟฟ้าที่ติดตั้งด้านหน้า ให้กำลังสูงสุด 272 แรงม้า พร้อมระยะทางวิ่งตามมาตรฐาน WLTP มากกว่า 700 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

หลังจากนั้นจะมีรุ่น VLE 400 4MATIC ตามมา ซึ่งใช้ระบบมอเตอร์คู่ขับเคลื่อนสี่ล้อ ให้กำลังรวม 409 แรงม้า สามารถเร่งจาก 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือประมาณ 0-96 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 6.4 วินาที

Mercedes-Benz VLE

ระบบชาร์จไฟก็ถือเป็นอีกจุดเด่นสำคัญ โดยตัวรถใช้สถาปัตยกรรมไฟฟ้า 800 โวลต์ รองรับการชาร์จเร็วแบบ DC มากกว่า 300 กิโลวัตต์ ซึ่งสามารถเพิ่มระยะทางวิ่งได้สูงสุดประมาณ 355 กิโลเมตร ภายในเวลาเพียง 15 นาที

ด้านช่วงล่างติดตั้งระบบ AirMatic air suspension พร้อมระบบเลี้ยวล้อหลังที่สามารถหมุนได้สูงสุด 7 องศา ส่งผลให้ VLE มีวงเลี้ยวเพียง 10.9 เมตร ใกล้เคียงกับรถซีดานขนาดเล็กอย่าง Mercedes-Benz CLA

ในส่วนของระบบช่วยขับขี่ ตัวรถติดตั้งเซ็นเซอร์อัลตราโซนิก 12 ตัว กล้อง 10 ตัว และเรดาร์อีก 5 ตัว ซึ่งทำงานร่วมกับระบบ MB.Drive Assist Pro ที่รองรับการขับขี่แบบไม่ต้องจับพวงมาลัยทั้งในเมืองและบนทางหลวง

Mercedes-Benz ยังไม่ได้เปิดเผยราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ แต่เมื่อพิจารณาจากเทคโนโลยีที่อัดแน่น ห้องโดยสารระดับหรู และตำแหน่งทางการตลาดในฐานะ “Grand Limousine” ก็มีแนวโน้มว่ารถตู้ไฟฟ้ารุ่นนี้จะไม่ได้อยู่ในกลุ่มราคาที่เข้าถึงได้ง่าย โดยคาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมใกล้ช่วงเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปีหน้า

ที่มา Carscoops

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com

5 เรื่องน่าสนใจ