ค่ายรถตะวันตกเสี่ยงถูกเบียดพ้นตลาดจีนภายในปี 2030

  • โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
  • 20 ม.ค. 69 20:25
  • 1,035 อ่าน

ตลาดรถยนต์จีนซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกกำลังกลายเป็นสนามที่ยากขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับผู้ผลิตรถยนต์จากตะวันตก เมื่อค่ายรถท้องถิ่นยังคงครองความได้เปรียบอย่างชัดเจน ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็วสู่รถพลังงานไฟฟ้าและปลั๊กอินไฮบริด หรือที่จีนเรียกรวมกันว่า New Energy Vehicles โดยความต้องการรถกลุ่มนี้ในปี 2025 เติบโตถึง 18 เปอร์เซ็นต์ สวนทางกับยุโรปและสหรัฐฯ ที่ยอดขายรถ EV เริ่มชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด

หนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้รถนำเข้าความนิยมลดลง คือความสามารถของผู้ผลิตจีนอย่าง BYD, Geely และ Changan ในการพัฒนาและอัปเดตเทคโนโลยีได้รวดเร็วกว่า ไม่ว่าจะเป็นระบบผู้ช่วยขับ ระบบอินโฟเทนเมนต์ หรือการเชื่อมต่อกับเทคโนโลยีดิจิทัลภายในประเทศ เช่น WeChat และ Alipay ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคชาวจีนให้ความสำคัญสูงมาก ความได้เปรียบด้านการผสานเทคโนโลยีเหล่านี้ทำให้แบรนด์ตะวันตกตามไม่ทันในเชิงประสบการณ์ใช้งาน

Xiao Feng ให้สัมภาษณ์กับ Wall Street Journal ว่า หากแนวโน้มนี้ยังดำเนินต่อไป ผู้ผลิตรถยนต์ต่างชาติส่วนใหญ่อาจถูกผลักออกจากตลาดจีนภายในปี 2030 โดยอาจเหลือเพียงไม่กี่รายที่ยังแข่งขันได้ เช่น Tesla, Toyota และ Volkswagen ซึ่งมีทั้งฐานการผลิตและการพัฒนาเทคโนโลยีในจีนโดยตรง

แม้การเติบโตของรถ EV และปลั๊กอินไฮบริดจะเดินหน้าอย่างรวดเร็ว แต่ตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลของจีนในปีที่ผ่านมาเติบโตเพียง 4 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าช้าที่สุดในรอบ 3 ปี ด้วยยอดขายรวม 23.7 ล้านคัน ปัจจัยสำคัญที่ยังช่วยพยุงตลาดคือเงินอุดหนุนจากภาครัฐ โดยในปี 2025 ผู้บริโภคสามารถรับสิทธิ์สนับสนุนสูงสุดราว 2,900 ดอลลาร์ หากนำรถเก่ามาแลกรถ EV หรือปลั๊กอินไฮบริด ส่งผลให้มีการขายรถผ่านโครงการนี้ถึง 11.5 ล้านคัน อย่างไรก็ตาม ช่วงปลายปี ยอดขายรถใหม่ในบางพื้นที่ลดลงถึง 14 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากงบประมาณสนับสนุนหมดลง

รายงานยังระบุว่ารัฐบาลจีนอาจเริ่มลดเงินอุดหนุนในปี 2026 ขณะที่การแข่งขันด้านราคายังคงรุนแรงทั้งในหมู่แบรนด์ท้องถิ่นและต่างชาติ การศึกษาของสมาคมผู้จำหน่ายรถยนต์จีนพบว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 มีเพียง 30 เปอร์เซ็นต์ของดีลเลอร์ที่ยังทำกำไรได้ และกว่า 75 เปอร์เซ็นต์ยอมรับว่าจำเป็นต้องขายรถบางรุ่นต่ำกว่าทุน

ผู้ผลิตรถยนต์ต่างชาติหลายรายเริ่มปรับโครงสร้างธุรกิจในจีนอย่างจริงจัง ปีที่ผ่านมา Mitsubishi ตัดสินใจถอนตัวจากตลาดจีนอย่างสมบูรณ์ ขณะที่ Jaguar Land Rover ลดไลน์อัปสินค้า และ Volkswagen หยุดการผลิตที่โรงงานหนานจิง แม้แต่ Tesla ซึ่งถือเป็นแบรนด์ต่างชาติที่แข็งแกร่งที่สุด ยังมียอดขายลดลงราว 5 เปอร์เซ็นต์ และเสียตำแหน่งรถ EV ขายดีที่สุดในโลกให้กับ BYD

อย่างไรก็ตาม ด้วยความสำคัญของตลาดจีน ผู้ผลิตหลายรายเลือกปรับกลยุทธ์แทนการถอนตัว Toyota เตรียมสร้างโรงงานผลิตรถไฟฟ้า Lexus แห่งใหม่ในเซี่ยงไฮ้ Volkswagen เตรียมเปิดตัวรถรุ่นเฉพาะสำหรับตลาดจีนหลายรุ่น ขณะที่ General Motors วางแผนให้รถทุกรุ่นในจีนมีทางเลือกเป็น EV หรือปลั๊กอินไฮบริดทั้งหมด สะท้อนให้เห็นว่าศึกชิงตลาดรถยนต์จีนยังไม่จบง่าย ๆ แต่กำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านที่โหดที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมยานยนต์

ที่มา Carscoops

ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com

5 เรื่องน่าสนใจ