ถอดสูตรค่ายจีน Nissan ยกระดับ R&D หั่นเวลาพัฒนารถใหม่ลงเกือบครึ่ง ประเดิมรุ่นแรกใน Nissan Skyline
- โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
- 11 ส.ค. 69 15:25
- 1,002 อ่าน
การแข่งขันอันดุเดือดในอุตสาหกรรมยานยนต์ยุคปัจจุบันบังคับให้ผู้ผลิตต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว ล่าสุด Nissan ยักษ์ใหญ่จากประเทศญี่ปุ่นได้ประกาศความสำเร็จในการปรับปรุงกระบวนการวิจัยและพัฒนา (R&D) ครั้งใหญ่ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากแนวทางการทำงานของบรรดาค่ายรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีน เพื่อลดระยะเวลาในการนำรถยนต์รุ่นใหม่ออกสู่ตลาด

Kazuyuki Yamaguchi ผู้บริหารระดับสูงของ Nissan เปิดเผยในงานประชุม ณ สำนักงานใหญ่ว่า หากแบรนด์ไม่สามารถเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ได้เร็วกว่านี้ การแข่งขันในตลาดโลกก็คงเป็นเรื่องยาก การปรับกลยุทธ์ในครั้งนี้ส่งผลให้ Nissan สามารถลดระยะเวลาพัฒนาสำหรับการสร้างรถยนต์รุ่นใหม่ทั้งหมด (All-New) จากเดิมที่เคยใช้เวลาสูงถึง 50 เดือน ลงมาเหลือเพียง 37 เดือน และหากเป็นการพัฒนารถยนต์รุ่นย่อยหรือรุ่นปรับโฉม จะลดเวลาลงมาเหลือเพียง 30 เดือน ซึ่งรวดเร็วขึ้นจากเดิมถึง 40 เปอร์เซ็นต์
เบื้องหลังความเร็วที่เพิ่มขึ้นนี้ เกิดจากการรวบยอดกระบวนการตัดสินใจและนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาปรับใช้ โดยในอดีต กระบวนการออกแบบและวางแผนจะถูกยืดออกไปเพราะพยายามทำให้สมบูรณ์แบบในทุกรายละเอียด แต่ปัจจุบัน Nissan เปลี่ยนมาเน้นจุดเด่นที่สำคัญที่สุดของรถยนต์เป็นหลัก พร้อมทั้งจัดกลุ่มรถยนต์ให้อยู่ในตระกูลเดียวกัน เพื่อใช้ชิ้นส่วนและจุดยึดโครงสร้างร่วมกัน ซึ่งช่วยลดเวลาการออกแบบดีไซน์ลงไปได้อย่างมาก
นอกจากนี้ Nissan ยังพึ่งพาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีแฝดดิจิทัล (Digital Twin) และโลกเสมือนจริง (Virtual Reality) ในการจำลองและทดสอบตัวรถก่อนที่จะเริ่มสร้างรถต้นแบบคันจริง รวมถึงการนำระบบขับขี่อัตโนมัติมาช่วยในการทดสอบรถตลอดทั้งคืน และปรับลดความซ้ำซ้อนในองค์กร โดยให้ผู้จัดการโปรแกรม (Program Director) เป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจหลักเพียงคนเดียว เพื่อป้องกันความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันซึ่งเคยเป็นสาเหตุให้งานล่าช้า
ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดจากกระบวนการใหม่นี้ คือโครงการพัฒนา Nissan Skyline รุ่นถัดไป ที่ใช้เวลาในการพัฒนารวมเพียง 26 เดือนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ทางผู้บริหารยอมรับว่าระยะเวลาดังกล่าวอาจยังไม่สามารถเทียบเท่ากับผู้ผลิตค่ายจีนที่ใช้เวลาพัฒนาเพียง 18 ถึง 24 เดือนได้ เนื่องจากความแตกต่างทางด้านวัฒนธรรมการทำงานและการกะเวลาทำงานของทั้งสองประเทศ
ที่มา: Carscoops
ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com




