Stellantis เปิดทางให้นักแข่งและเกมเมอร์ร่วมออกแบบแฮตช์แบ็ก ผลลัพธ์คือคอนเซปต์ที่ไม่เหมือนรุ่นปกติเลยสักนิด
- โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
- 11 ม.ค. 69 21:39
- 1,043 อ่าน
งาน Detroit Auto Show อาจไม่ใช่เวทีหลักของโลกยานยนต์อีกต่อไป เพราะในช่วงหลัง Brussels Motor Show กลายเป็นงานที่อัดแน่นด้วยรถเปิดตัวและแนวคิดใหม่ ๆ ล่าสุดหนึ่งในคันที่เรียกความสนใจได้มากคือ Taylor Made N°4 คอนเซปต์สุดพิเศษจาก DS Automobiles ภายใต้เครือ Stellantis

ชื่ออาจฟังดูคล้ายคอลแลบสายกอล์ฟ แต่ความจริงแล้ว Taylor Made N°4 ตั้งชื่อตาม Taylor Barnard นักแข่งจากทีม DS Penske Formula E ซึ่งเข้ามามีบทบาทสำคัญในการร่วมออกแบบรถคอนเซปต์คันนี้ โดยผสมแรงบันดาลใจจากโลกมอเตอร์สปอร์ตและวิดีโอเกมเข้าไว้ด้วยกันอย่างชัดเจน
คอนเซปต์คันนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อโปรโมตไลน์ DS Performance Line Limited Edition และได้รับการปรับโฉมแบบรอบคัน เริ่มจากด้านหน้าที่โดดเด่นด้วยไฟหน้าดีไซน์พิกเซล พร้อมไฟ Daytime Running Light ทรงเขี้ยวอันเป็นเอกลักษณ์ เสริมด้วยกระจังหน้าเฉพาะตัวที่มีตัวอักษร N°4 และโลโก้ DS แบบเรืองแสง
ถัดมาคือซุ้มล้อที่ขยายออกและความสูงตัวรถที่ถูกลดลง เพิ่มภาพลักษณ์สปอร์ตมากขึ้น กระจกมองข้างถูกออกแบบให้มีขนาดเล็กแบบรถแข่ง พร้อมมือจับประตูสไตล์มอเตอร์สปอร์ต ล้ออัลลอยดีไซน์เฉพาะรุ่น และดิฟฟิวเซอร์ขนาดใหญ่ด้านหลังที่รวมไฟเบรกไว้ตรงกลาง พร้อมตัวเลข 77 ซึ่งเป็นเลขนำโชคของ Barnard และยังปรากฏอยู่บนฝากระโปรงหน้าอีกด้วย

ด้านท้ายรถยังคงคอนเซปต์งานพิกเซล ด้วยไฟท้ายแบบดิจิทัลและไฟแนวตั้งดีไซน์ใหม่ ทำให้ภาพรวมแตกต่างจาก DS N°4 รุ่นปกติอย่างชัดเจน สีตัวถังมาในโทน Pure Titanium ตัดกับ Liquid Titanium และ Craft Titanium ซึ่งถูกใช้แทนคาร์บอนไฟเบอร์แบบดั้งเดิม หลังคาเป็นสี Black Titanium พร้อมสปอยเลอร์หลังแบบแยกชิ้น เสริมรายละเอียดด้วยสีทองอ่อนและสีม่วง ซึ่งเป็นสีโปรดของ Taylor Barnard
แม้ DS Automobiles จะยังไม่เปิดเผยรายละเอียดทางเทคนิคของรถคอนเซปต์คันนี้ แต่ยืนยันว่า DS N°4 รุ่นจำหน่ายจริงมีทางเลือกขุมพลังครบทั้งไฮบริด ปลั๊กอินไฮบริด และไฟฟ้าล้วน โดยรุ่นไฟฟ้า N°4 E-Tense ให้กำลัง 210 แรงม้า และวิ่งได้ไกลสูงสุดประมาณ 450 กิโลเมตรต่อการชาร์จตามมาตรฐาน WLTP
Taylor Barnard กล่าวว่าตัวเขาเองชื่นชอบ DS N°4 อยู่แล้วตั้งแต่แรก และเมื่อได้รับโอกาสจากทีมออกแบบของแบรนด์ ก็รู้สึกทั้งตื่นเต้นและเป็นเกียรติอย่างมาก การได้สร้างรถสปอร์ตที่สะท้อนตัวตนและสามารถจินตนาการว่าใช้ได้ในชีวิตประจำวัน เป็นประสบการณ์ที่พิเศษ และรถคันนี้คือผลลัพธ์ของความร่วมมือระหว่างนักแข่งและทีมงาน DS Automobiles ที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์
ที่มา Carscoops
ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com




