วิกฤตหนัก VW จ่อเลิกจ้าง 1 แสนตำแหน่ง ปิด 4 โรงงาน พร้อมหลุดดัชนีหุ้นบลูชิพยุโรปให้ Nokia
- โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
- 3 ก.ย. 69 13:48
- 1,010 อ่าน
ยักษ์ใหญ่วงการยานยนต์ระดับโลกอย่าง Volkswagen กำลังเผชิญมรสุมครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ทั้งจากปัญหาภายในโครงสร้างองค์กร และความเพลี่ยงพล้ำในดัชนีตลาดหุ้นระดับภูมิภาค หลังมีรายงานว่าบริษัทเตรียมปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อตำแหน่งงานมากถึง 100,000 ตำแหน่งทั่วโลก พร้อมแผนปลดหลุดจากดัชนีหุ้นชั้นนำของยุโรปโดยมี Nokia เข้ามาเสียบแทน

สถานการณ์ของค่ายรถยนต์จากเยอรมนีเริ่มทวีความตึงเครียดมากขึ้น เมื่อฝ่ายบริหารภายใต้การนำของ Oliver Blume ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พยายามผลักดันแผนลดต้นทุนอย่างเด็ดขาด โดยตั้งเป้าลดกำลังการผลิตรวมทั่วโลกลงจากเดิม 12 ล้านคันต่อปี เหลือเพียง 9 ล้านคันต่อปี เพื่อให้สอดคล้องกับยอดขายที่แท้จริง พร้อมทั้งลดความซ้ำซ้อนของรุ่นย่อยต่าง ๆ ซึ่งเป็นผลมาจากยอดขายที่ชะลอตัวในตลาดจีน การแข่งขันอย่างหนักหน่วงจากค่ายรถยนต์ไฟฟ้าจีนในยุโรป รวมถึงมาตรการภาษีของสหรัฐฯ
แผนการปรับโครงสร้างนี้ครอบคลุมถึงความเป็นไปได้ในการปิดโรงงานประกอบรถยนต์ในเยอรมนีถึง 4 แห่งในอีก 10 ปีข้างหน้า ได้แก่ โรงงาน Emden และ Zwickau ในปี 2031 โรงงาน Hanover ในปี 2032 และโรงงาน Neckarsulm ของ Audi ในปี 2034 อย่างไรก็ตาม แผนดังกล่าวต้องเผชิญแรงต้านอย่างหนักจากตัวแทนพนักงานและรัฐนีเดอร์ซัคเซิน (Lower Saxony) ซึ่งถือหุ้นที่มีสิทธิ์ออกเสียงอยู่ 20% ทำให้การลงมติในคณะกรรมการกำกับดูแลเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาต้องล้มเหลว และต้องนำกลับมาพิจารณาใหม่อีกครั้งในวันที่ 4 กันยายนนี้ หากยังไม่ผ่านการอนุมัติ ฝ่ายบริหารอาจตัดสินใจยื่นเรื่องต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นวิสามัญโดยตรง ซึ่งจะทำให้ความขัดแย้งภายในทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น

ในส่วนของผลกระทบด้านแรงงาน เดิมที Volkswagen มีข้อตกลงในการปรับลดพนักงานจำนวน 50,000 ตำแหน่งในกลุ่ม VW, Audi และ Porsche อยู่แล้ว แต่รายงานล่าสุดระบุว่า CEO ได้แจ้งต่อพนักงานว่าอาจต้องปรับลดเพิ่มอีก 25,000 ตำแหน่งในเยอรมนี และอีก 25,000 ตำแหน่งในโรงงานต่างประเทศ ซึ่งหากรวมทั้งหมดแล้ว อาจมีพนักงานต้องปลดออกสูงถึง 100,000 ตำแหน่งเลยทีเดียว
นอกเหนือจากวิกฤตภายในองค์กรแล้ว Volkswagenยังต้องเผชิญความกดดันในตลาดทุน เมื่อ Bloomberg รายงานว่า หุ้นของ VW กำลังจะถูกถอดออกจากดัชนี Euro Stoxx 50 ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นบิ๊กแคปชั้นนำ 50 บริษัทของภูมิภาคยุโรป ในวันที่ 21 กันยายนที่จะถึงนี้ โดยบริษัทเทคโนโลยีชื่อดังอย่าง Nokia จะเข้ามาดำรงตำแหน่งแทน ทำให้ในดัชนีดังกล่าวเหลือเพียง BMW, Mercedes-Benz และ Ferrari เท่านั้นที่เป็นค่ายรถยนต์ แม้การหลุดดัชนีจะไม่ได้ส่งผลต่อการดำเนินงานโดยตรง แต่นับเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงมูลค่าและความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัดในยุคเปลี่ยนผ่านสู่ EV
ที่มา Carscoops
ติดตามข่าวสารรถยนต์รวดเร็วก่อนใครได้ที่ AUTODEFT.com




